มาเลย์เปลี่ยนสวนปาล์มหันปลูกทุเรียนส่งออกรับกระแส Durian fever ในจีน

by SME Thailand 12 ธค. 2018
Share:




ทุเรียน “มูซังคิง” จากมาเลเซีย / Cr : scmp
 
              
     มีข่าวรายงานมาจาก South China Morning Post สื่อฮ่องกงในเครืออาลีบาบาที่ระบุ มาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านของเรากำลังเดิมพันครั้งใหญ่กับการเปลี่ยนสวนปาล์มน้ำมันให้เป็นสวนทุเรียนโดยมีรัฐบาลมาเลเซียสนับสนุน รวมถึงการร่วมมือจากภาคเอกชน ได้แก่ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์ม และผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่สุดของประเทศ สืบเนื่องมาจากกระแสความคลั่งไคล้ในทุเรียนของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ จึงก่อเกิดแนวคิดเปลี่ยนสวนปาล์มให้เป็นสวนทุเรียนเพื่อหวังดันยอดส่งออกทุเรียนเพิ่มมากขึ้น โดยมาเลเซียคาดหวังจะเพิ่มยอดส่งออกทุเรียน 50% ในปี 2030
               

     จากที่เคยปลูกในปริมาณไม่มาก เป็นเพียงสวนทุเรียนขนาดเล็ก มาเลเซียกำลังผลักดันให้ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจ และตั้งเป้าจะเป็นสินค้าเกษตรหลักเพื่อส่งออกหลังจากที่ความต้องการทุเรียนจากจีนเพิ่มขึ้นชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มีรายงานพื้นที่การเกษตรหลายพันเอเคอร์ (1 เอเคอร์เท่ากับ 2.53 ไร่) จะถูกเปลี่ยนมาเป็นสวนทุเรียนแทน โดยบรรดาภาคเอกชนต่างขานรับนโยบายนี้ “ก่อนหน้านั้น สวนทุเรียนที่มีในมาเลเซียเป็นสวนที่ปลูกกันไม่จริงจัง แต่ปัจจุบัน อุตสาหกรรมทุเรียนกำลังเปลี่ยนจากระดับท้องถิ่นไปสู่ระดับโลก มีการปลูกทุเรียนในสเกลที่ใหญ่ขึ้นเป็นหลายร้อยเอเคอร์และใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ก็เพราะความต้องการจากจีนนี่เอง” ลิม ชิน คี ที่ปรึกษาด้านธุรกิจทุเรียนกล่าว
               

     ทุเรียนซึ่งเป็น “ราชันแห่งผลไม้” อาจเป็นผลไม้ที่มีกลิ่นรุนแรงจนมีการห้ามนำเข้าสนามบิน ระบบขนส่งมวลชน และโรงแรม แต่ก็เป็นผลไม้ที่โปรดปรานของคนจำนวนมากโดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ช่วงหลังได้เกิดกระแสทุเรียนฟีเวอร์ขึ้นในจีน นอกจากรับประทานสด ที่จีนยังนำทุเรียนมาเป็นส่วนผสมของอาหารและขนมหวาน รวมถึง พิซซ่าหน้าทุเรียน เนยรสทุเรียน น้ำสลัดทุเรียน นมกลิ่นทุเรียน และมีแม้กระทั่งฮอทพอททุเรียน
               

     เฮเลน หลี่ ลูกค้าสาวชาวจีนวัย 26 ปีซึ่งกำลังรับประทานพิซซ่าหน้าทุเรียนที่ร้านแห่งหนึ่งในนครเซี่ยงไฮ้เปิดเผย “ตอนแรกก็ไม่ชอบทุเรียน เข้าขั้นเกลียดเพราะกลิ่นอันพิลึกของมัน แต่พอได้ลองชิม ปรากฏว่ามันอร่อยมาก ฉันคิดว่าคนที่ไม่ชอบทุเรียนเพราะไม่ชอบกลิ่นของมัน แต่ถ้าได้ลอง ความรู้สึกน่าจะเปลี่ยนไป” พิซซ่าหน้าทุเรียนที่ร้านแห่งนี้จำหน่ายในราคาถาดละ 60 หยวนหรือราว 300 บาท และลูกค้าเกือบทุกโต๊ะสั่งทุเรียนพิซซ่ากันแทบทั้งนั้น  เพื่อตอบสนองบรรดาคนรักทุเรียน ที่ร้านฮอทพอทอีกแห่งในเซี่ยงไฮ้มีบริการฮอทพอทน้ำซุปไก่กับทุเรียนในราคาหัวละ 148 หยวน (ประมาณ 740 บาท) โดยเจ้าของร้านต้องนำเข้าทุเรียนจากไทยทุกเดือน เดือนละราว 20-25 กก. 
 

พิซซ่าหน้าทุเรียน / Cr : scmp
 
               
     สำหรับทุเรียนที่ชาวจีนชื่นชอบได้แก่ “มูซังคิง” ทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านของมาเลเซียที่เนื้อเยอะ สีเหลืองเข้ม มีความมัน รสหวานเจือขมนิด ๆ จากที่ปลูกเฉพาะบางรัฐ เช่น กลันตัน ปัจจุบันแม้จะปลูกทั่วมาเลเซีย แต่ราคาก็เพิ่มขึ้น 4 เท่าตัวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากข้อมูลการค้าของสหประชาชาติ จีน ปี 2017 ที่ผ่านมานำเข้าทุเรียนเพิ่มขึ้น 15% คิดเป็นปริมาณเกือบ 3.5 แสนตัน มูลค่า 100 ล้นดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเกือบ 40% เป็นการนำเข้าทุเรียนจากไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายใหญ่สุดของโลก
               

     สำหรับมาเลเซียนั้น ยอดส่งออกทุเรียนไม่ถึง 1% โดยปีนี้มีแนวโน้มส่งออกปริมาณ 14,600 ตัน และคาดว่าการส่งทุเรียนไปยังจีนจะเพิ่มเป็น 22,061 ตันในอีก 12 ปีข้างหน้า บริษัทไอโอซี คอร์ป ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มของมาเลเซียและบริษัทเบอร์จายา คอร์ปเตรียมเข้ามาจับตลาดทุเรียนโดยจะเริ่มต้นปลูกทุเรียนในพื้นที่ขนาดเล็กก่อน ส่วนบริษัทน้ำมันปาล์มเฟลด้าซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจเผยกระทรวงเกษตรมาเลเซียได้เริ่มปลูกทุเรียนแล้วบนที่ดินของบริษัท และบริษัทพีเอสแอล แพลนเทชั่น ผู้ดำเนินธุรกิจก่อสร้าง และสวนปาล์มประกาศซื้อกิจการส่งออกทุเรียนมูลค่า 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
               

     ด้านบริษัทเอ็ม7 แพลนเทชั่นได้พัฒนาพื้นที่ 10,000 เอเคอร์ทางตะวันออกของรัฐกลันตันเพื่อปลูกทุเรียนมูซังคิงอันเลื่องชื่อและมีการเพาะพันธุ์ต้นพันธุ์เพื่อจำหน่ายด้วย การปลูกทุเรียนในมาเลเซียจะไม่ใช่งานอดิเรกต่อไปหลังจากทุเรียนขึ้นแท่นเป็น “ชุมทอง” ในวงการเกษตรกรรม ปีที่ผ่านมา จากการสำรวจพบว่ามาเลเซียมีสวนทุเรียนรวมพื้นที่ 72,000 เฮคตาร์ หรือราว 432,000 ไร่ แต่เป็นพื้นที่เพิ่งเพาะปลูกยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้
               

     ที่รัฐซาบาห์ พื้นที่บางส่วนที่เคยปลูกปาล์ม ตอนนี้ถูกเปลี่ยนเป็นสวนทุเรียน และคาดว่าจะมีการขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มเป็นกว่า 5,000 เฮกตาร์ ทั้งนี้ มีเจ้าของสวนปาล์มอีกจำนวนมากที่เริ่มหันมาปลูกทุเรียนแทนเนื่องจากมองเห็นลู่ทางทำเงินที่สดใสกว่า อ้างคำพูดของรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรมาเลเซียที่ระบุการปลูกทุเรียนมูซังคิง 1 เฮกตาร์ (6 ไร่) ทำรายได้มากกว่าสวนปาล์มพื้นที่เท่ากันถึง 9 เท่า
 

อ้างอิง
www.scmp.com/news/asia/southeast-asia/article/2175042/malaysia-bets-big-durian-china-goes-bananas-worlds


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:
B11

Related Articles

​​เจาะกลยุทธ์ “ธุรกิจขายชารายเดือน” ทำยังไงให้ลูกค้าติด

ด้วยมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ ที่ยังไม่เคยมีใครนำโมเดลธุรกิจแบบ subscription box หรือ การรับสมาชิกรายเดือน-รายปี มาจับคู่กับธุรกิจชา จึงกลายเป็นจุดเริ่ม..

by SME Thailand| 22 กพ. 2019

​กระแสสนีกเกอร์มาแรง กลายเป็นไอเท็ม ชี้! สถานะแทนกระเป๋าหรู

เมื่อหลายปีก่อน กระเป๋าหรู! คือสิ่งที่สามารถบ่งบอกสถานภาพของคนในสังคม แต่มาวันนี้รองเท้ากีฬาหรือสนีกเกอร์ กลับกลายเป็นไอเทมาแรงที่คนยอมทุ่มเงินจำนวน..

by SME Thailand| 21 กพ. 2019

​พาดูฟาร์มควาย Laos Buffalo Dairy แห่งแรกและแห่งเดียวในสปป. ลาว

ไปหลวงพระบางครั้งนี้ ได้เห็นอะไรที่ต่างออกไป...ฟาร์มควายที่แรกและที่เดียวใน สปป.ลาว คือจุดหมายปลายทางในครั้งนี้ Laos Buffalo Dairy ถือกำเนิดขึ้นเมื่..

by SME Thailand| 18 กพ. 2019