​จับกระแสอเมริกา ส่อง 6 เทรนด์อาหารมาแรง! ปี 2019

by SME Thailand 04 มค. 2019
Share:




 
 
     อาหารและเครื่องดื่มก็เป็นอีกเซกชั่นหนึ่งที่มีเทรนด์และโดยมากเทรนด์มักจะมาจากต่างประเทศ คือสหรัฐอเมริกานั่นเอง สำหรับเทรนด์อาหารปี 2018 ที่ผ่านมาประกอบไปด้วยอาหารที่ปรุงด้วยโปรตีนจากพืช โดนัทที่นำมาดัดแปลงเพิ่มเสริมท้อปปิ้งต่างๆ และเครื่องดื่มม็อคเทลที่คิดค้นสูตรขึ้นมาใหม่ และเทรนด์อาหารในปีที่ผ่านมาโดยมากเป็นอาหารที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อการถ่ายภาพลงอินสตาแกรมเสียมาก
 

     แน่นอนว่าพอเข้าสู่ศักราชใหม่ บรรดาร้านอาหารและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจะต้องพยายามมองหาหรือเกาะติดเทรนด์ใหม่ๆ เพื่อนำเสนอลูกค้า สำหรับปี 2019 นี้ เทรนด์อาหารจะออกแนวรสชาติจัดจ้าน และปรุงจากวัตถุดิบที่มาจากการปลูกแบบยั่งยืน มาดูกันว่า 6 เทรนด์อาหารที่น่าจับตามองในปีนี้มีอะไรบ้าง
 

1.Cannabidiol-infused foods/ CBD-infusions หรือ อาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชา
 

     ขณะที่กัญชากลายเป็นหัวข้อที่พูดถึงในวงการเมืองมานานหลายปี บางประเทศกัญชาก็ถูกกฎหมาย หลายประเทศถือเป็นสารเสพติดที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม กัญชาเริ่มกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญในอาหาร เช่น ในขนม และในเครื่องดื่มค็อคเทล ในสหรัฐฯ กัญชากลายเป็นกระแสในช่วงที่องค์การอาหารและยากำลังอยู่ระหว่างพิจารณาจะให้น้ำมันกัญชา รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มสามารถผสมกัญชาได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ในไทยเองก็มีการแอบนำกัญชามาใช้ในอาหาร เช่น ต้มในน้ำซุป เป็นไปได้ว่า การที่รัฐบาลไทยอาจไฟเขียวปลดล็อคให้กัญชาถูกกฎหมายโดยจำกัดแค่ใช้ผลิตยาเท่านั้น แต่อาจมีการลักลอบนำกัญชามาใช้ปรุงอาหารมากขึ้น
                 
 
2.Seed butters เนยจากอาหารจำพวกเมล็ด
 

     สิ่งที่จะได้รับความนิยมพอๆ กับเนยถั่ว (peanut butter) คือ เนยอัลมอนด์ซึ่งทำจากเมล็ดอัลมอนด์ seed butters ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอย่างหนึ่ง แต่มีคนจำนวนมากที่แพ้ถั่วลิสง การทำเนยจากเมล็ดพืชอื่นจึงเป็นทางเลือกใหม่ เช่นเนยจากอัลมอนด์ เมล็ดแตงโม เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง หรือมีการผสมเมล็ดต่าง ๆ เหล่านั้นเข้าด้วยกันก็มี ซึ่งตามซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านโกรเซอรี่ก็เริ่มมีผลิตภัณฑ์ประเภทนี้วางจำหน่ายแล้ว
 

     
      
3. North African ingredients วัตถุดิบจากแอฟริกาเหนือ
 

     ช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาหารเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เป็นอาหารเมดิเตอเรเนียนและอาหารแถบเอเชียแปซิฟิก แต่ในปี 2019 นี้ อาหารจากแอฟริกาเหนือและอาหารตะวันออกกลางจะมีอิทธิพลมากขึ้น ยกตัวอย่าง Harissa ซึ่งเป็นพริกแกงรสเผ็ดร้อนจากประเทศตูนิเซีย ก็เป็นส่วนผสมที่ใช้ตามร้านอาหารมาระยะหนึ่งแล้ว ผู้บริโภคโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่มักชอบทดลองอาหารรสชาติแปลกใหม่ เปิดโอกาสให้เครื่องปรุงจากที่ต่างๆ ได้รับการเผยแพร่ในวงกว้าง อาทิ dukkah เครื่องปรุงรสเครื่องเทศของอียิปต์ berbere เครื่องเทศผสมของเอธิโอเปีย และ ras el hanout เครื่องเทศผสมของแอฟริกาเหนือ เป็นต้น
 

4. Water infusions น้ำแช่ผลไม้


     น้ำแช่ผลไม้ คือการนำผักและผลไม้ อาทิ แตงกวา ใบสระแหน่ สับปะรด แอปเปิ้ล มะนาวมาแช่ในน้ำดื่มหรือน้ำแร่ ทิ้งไว้อย่างน้อย 6 ชั่วโมง เป็นเครื่องดื่มที่เป็นกระแสมาหลายปี ตอบโจทย์คนรักสุขภาพที่ไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า แต่ก็ไม่นิยมน้ำหวาน สำหรับปี 2019 นี้ infused water จะฉีกความจำเจด้วยการใช้วัตถุดิบแปลกๆ มาแช่ในน้ำ เช่น ตะบองเพชร ซึ่งไม่ใช่แค่แปลก แต่ตามร้านอาหารก็เริ่มผลิตจำหน่ายในร้านเองด้วย   
    

           

5. Sustainable protein โปรตีนแบบยั่งยืน
 

     เนื้อวัวและสัตว์ปีกจะเป็นโปรตีนที่ถูกมองข้ามโดยมีโปรตีนจากแมลงมาแทนที่ แมลงที่ได้รับความสนใจสุดคือ “จิ้งหรีด” ที่นำมาอบให้แห้งและบดละเอียดจนกลายเป็นผง จากนั้นก็นำไปทำขนมปัง เบเกอรี่ หรืออาหาร แมลงเป็นโปรตีนแบบยั่งยืนเนื่องจากใช้พื้นที่ รวมถึงน้ำและอาหารไม่มากในการเพาะเลี้ยงเมื่อเทียบกับการทำปศุสัตว์หรือฟาร์มสัตว์ปีก แม้จิ้งหรีดจะยังไม่แจ้งเกิดอย่างเป็นทางการแต่ก็เริ่มเห็นเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตแล้ว เช่น โปรตีนแท่ง แพนเค้ก ขนมปัง และในอาหารสุนัขก็มี
               

6. Oat milk น้ำนมข้าวโอ๊ต
 

     อันนี้กำลังมาแรง สำหรับคนที่แพ้นมวัวและเลือกบริโภค nondairy milk แทน 2 ตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากสุดก็เห็นจะเป็นนมถั่วเหลืองและนมอัลมอนด์ และที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคก็คือนมข้างโอ๊ตนี่เอง กรรมวิธีผลิตนมข้าวโอ๊ตไม่แตกต่างจากนมมังสวิรัติอื่น แต่ผลผลิตที่ได้มีความมันกว่า สามารถใช้ดื่ม รับประทานกับธัญพืช หรือผสมในกาแฟแทนนมสดได้ นมข้าวโอ๊ตใช้ปริมาณน้ำในการทำน้อยกว่า แต่ให้ใยอาหารและคาร์โบไฮเดรทเชิงซ้อนสูง รสสัมผัสจึงเข้มข้นเหมือนนมสดผสมนมถั่ว สามารถตีฟองเพื่อทำลาเต้ได้
               

     สำหรับผู้ประกอบการและร้านอาหาร นี่คือเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มในปี 2019 แม้จะเป็นกระแสจากฝั่งอเมริกาแต่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์หากนำมาปรับใช้ นอกจากเป็นการเกาะกระแส ยังเป็นโอกาสดีในการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ แก่ผู้บริโภค
 

อ้างอิง
www.cnbc.com/2018/12/27/6-trendy-foods-and-drinks-for-2019.html


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:
B11

Related Articles

​​เจาะกลยุทธ์ “ธุรกิจขายชารายเดือน” ทำยังไงให้ลูกค้าติด

ด้วยมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ ที่ยังไม่เคยมีใครนำโมเดลธุรกิจแบบ subscription box หรือ การรับสมาชิกรายเดือน-รายปี มาจับคู่กับธุรกิจชา จึงกลายเป็นจุดเริ่ม..

by SME Thailand| 22 กพ. 2019

​กระแสสนีกเกอร์มาแรง กลายเป็นไอเท็ม ชี้! สถานะแทนกระเป๋าหรู

เมื่อหลายปีก่อน กระเป๋าหรู! คือสิ่งที่สามารถบ่งบอกสถานภาพของคนในสังคม แต่มาวันนี้รองเท้ากีฬาหรือสนีกเกอร์ กลับกลายเป็นไอเทมาแรงที่คนยอมทุ่มเงินจำนวน..

by SME Thailand| 21 กพ. 2019

​พาดูฟาร์มควาย Laos Buffalo Dairy แห่งแรกและแห่งเดียวในสปป. ลาว

ไปหลวงพระบางครั้งนี้ ได้เห็นอะไรที่ต่างออกไป...ฟาร์มควายที่แรกและที่เดียวใน สปป.ลาว คือจุดหมายปลายทางในครั้งนี้ Laos Buffalo Dairy ถือกำเนิดขึ้นเมื่..

by SME Thailand| 18 กพ. 2019