​เช็กสุขภาพธุรกิจ ‘รุ่ง’ หรือ ‘ร่วง’ ไปต่อ หรือ หยุดดี?

by SME Thailand 02 ตค. 2018
Share:





 
     บ่อยครั้งหลังจากเริ่มต้นธุรกิจมาได้สักพักหนึ่งแล้ว ผู้ประกอบการมักตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเดินหน้าต่อไปดี หรือหยุดไว้เพียงเท่านี้ ก่อนที่จะสูญเสียอะไรเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะไม่แน่ใจว่าธุรกิจนั้นยังมีอนาคตสามารถดำเนินต่อไปได้ หรือเจอกับทางตันเข้าแล้ว ต่อไปนี้ คือ 5 สัญญาณเตือนว่าควรหยุด หรือ ไปต่อดี
 

ลูกค้าไม่เพิ่มขึ้น แถมยังลดลง
 

     หากเป็นเช่นนี้แสดงว่าธุรกิจของคุณอาจยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดีเท่าที่ควร หรือแม้ครั้งหนึ่งอาจเคยตอบโจทย์ แต่ ณ ปัจจุบันอาจไม่ใช่แล้ว สิ่งที่ควรทำ คือ หาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า และปรับปรุงให้เข้ากับความต้องการนั้น แต่หากดูแล้วว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และสิ่งที่คุณทำอยู่นั้น ช่างห่างไกลกันเหลือเกิน หรือเกินกว่าที่คุณจะปรับเปลี่ยน ไม่คุ้มค่าที่ต้องลงทุนใหม่ ก็ควรหยุด และถอยออกมา ไปเริ่มต้นธุรกิจใหม่ดีกว่า
 

ลูกค้าไม่ว้าว! และตัดสินใจนานกว่าปกติ
 

     ลองสังเกตปฏิกิริยาแรกของลูกค้าหลังจากเห็นผลิตภัณฑ์ของคุณว่าเป็นอย่างไร หากลูกค้ารู้สึกเฉยๆ ไม่กระตือรือร้น ไม่ได้รู้สึกสนใจสินค้าของคุณมากเป็นพิเศษ กว่าจะตัดสินใจซื้อได้ในแต่ละครั้ง กินเวลาหยุดชะงักอยู่นาน ก็ให้คุณลองพิจารณาสินค้าของคุณได้แล้วว่า มีอะไรผิดพลาด เกิดขึ้นกับสินค้าของคุณหรือไม่ อย่างหลายแบรนด์ที่ต้องทำการลดแลกแจกแถมเยอะๆ จึงจะเรียกความสนใจจากลูกค้าได้ ก็เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนกรายๆ แล้วว่า คุณควรที่จะหยุด และถอยกลับไปตั้งหลักก่อน ดีกว่าทู้ซี้เดินหน้าต่อไป เพื่อเพิ่มบาดแผลให้กับตัวเอง
 

ตลาดวาย ลูกค้าหาย 
 


     ในการทำสินค้าช่วงหนึ่ง เราอาจเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ความไม่แน่นอน คือ ความแน่นอน อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปได้อยู่เสมอ ยิ่งยุคสมัยนี้ที่เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้ามากขึ้นเท่าไหร่ เทคโนโลยีใหม่ๆ และความต้องการของคนก็เปลี่ยนไปรวดเร็วเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่สินค้าหนึ่งที่เคยได้รับความนิยม เป็นที่ต้องการ อาจกลายเป็นสินค้าที่ล้าหลัง จากตลาดที่เคยคิดว่าดี ทำเงินได้ ก็อาจแปรเปลี่ยนไปอย่างไม่รู้ตัว ทางที่ดีควรศึกษาสถานการณ์รอบข้าง เตรียมทางหนีทีไล่ไว้บ้างก็ดี ก่อนที่จะเผลอถลำลงทุนไปทีละเยอะๆ ควรค่อยๆ ปรับไปตามสถานการณ์ที่เป็นอยู่ดีกว่า
 

เกิดสงครามราคา
 

     อีกหนึ่งตัวชี้วัดที่บอกได้ดีถึงสถานการณ์ของธุรกิจ คือ การเกิดสงครามราคา แข่งขันกันลดราคากระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ เพราะนั่นหมายถึงการแข่งขันสูง คู่แข่งเข้ามาเล่นมากขึ้นในตลาด โอกาสพื้นที่การเติบโตก็ย่อมน้อยลงไปด้วย ถ้าเป็นเช่นนี้ขอฟันธงว่า หนีก่อนจะดีกว่า หรือไม่ก็ต้องปรับไปทำอย่างอื่นให้ดูฉีกแตกต่างจากเพื่อน หรือคู่แข่งออกไป
 

ไฟหมด หมดไฟ
 

     ข้อนี้อาจดูแตกต่างจากข้ออื่นสักนิดนึง เพราะเป็นข้อที่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายในเอง ไม่ใช่ปัจจัยภายนอกอย่างเช่นข้ออื่น เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณเริ่มรู้สึกหมดไฟ หรือไม่สนุกกับธุรกิจที่ทำอยู่แล้ว นั่นย่อมหมายความว่าคุณเองก็จะหมดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ดีๆ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือธุรกิจของคุณให้ออกมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ รวมถึงโอกาสการเติบโตก้าวหน้าของธุรกิจก็จะลดน้อยถอยลงไปด้วย จนอาจนำไปสู่การพ่ายแพ้ต่อคู่แข่งได้ ฉะนั้นแล้วคุณควรที่จะหยุดพัก หรือถอยออกมาก่อน หรือทางแก้อีกวิธี คือ หาคนมาบริหารจัดการแทน ไม่แน่ถ้าหากคุณได้หยุดพัก ไตร่ตรองความคิด วันหนึ่งคุณอาจจะปลุกไฟในตัว ลุกขึ้นมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ดีเพิ่มมากขึ้นก็เป็นได้



 ​www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:
B11

Related Articles

​​กระตุ้นส่งออกรายย่อยปี 62 ปรับหลักสูตรติวเข้ม SME

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ปรับหลักสูตร “ความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก” ใหม่ เร่งเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทยสู่สากล

by SME Thailand| 15 กพ. 2019

​'ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ' ก้าวข้ามความท้าทาย 3 กลไกสำคัญดันสิ่งทอไทยกลับมาบูม!

ถึงไม่ใช่อุตสาหกรรมดาวเด่น แต่โดยภาพรวมการส่งออกของอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยในปี 2018 ที่ผ่านมา ก็มีการขยายตัวได้ถึง 6.5% โดยมีปัจจัยบวกมาจากการแข่งขันฟุต..

by SME Thailand.| 15 กพ. 2019

​ถอดรหัสค้าปลีกภูธร ต้องสตรอง! เบอร์ไหน ยักษ์ใหญ่ถึงโค่นไม่ล้ม

มวยวัดอย่างค้าปลีกภูธร ที่ดูเหมือนจะเป็นรองค้าปลีกขนาดใหญ่แทบทุกประตู แต่ในสังเวียนต่างถิ่น ที่มีค้าปลีกขนาดใหญ่ลงไปแข่งถึงที่ แต่กลับไม่สามารถโค่นเ..

by SME Thailand| 14 กพ. 2019