SME เสี่ยงแค่ไหนต่อการโดนไวรัสล้วงตับ

by SME Thailand. 16 กค. 2018
Share:
Text ไศลธร เหมะสิขัณฑกะ







    ปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่โลกพัฒนาอย่างรวดเร็วไม่ต่างกับนวนิยายวิทยาศาสตร์ที่ข้าวของเครื่องใช้สามารถเชื่อมต่อเข้าหากันได้หมดผ่านอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวทำหน้าที่เป็นได้ทุกอย่าง ตั้งแต่อุปกรณ์สื่อสารยันรีโมทเครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงทำหน้าที่เป็นบัตรเครดิตและธนาคาร อีกทั้งการทำธุรกิจก็สะดวกขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาจนก้าวหน้าและอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันได้ สิ่งหนึ่งที่ตามมาคือ บรรดาผู้ไม่ประสงค์ดีที่ใช้ความก้าวหน้าเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการฉกทรัพย์ ล้วงตับขโมยข้อมูล หรือแม้แต่ก่อกวนธุรกิจไม่ให้เดินต่อได้


     ข้อมูลจาก แคสเปอร์สกี้ แลป ระบุว่า ประเทศไทยมีจำนวน SME คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 98.5 เปอร์เซ็นต์ ของธุรกิจในประเทศทั้งหมด และเป็นแหล่งจ้างแรงงานของประเทศสูงกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วโลก อีกทั้งธุรกิจ SME ยังมีสัดส่วนการส่งออกมากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และมีอิทธิพลสำคัญต่อกลยุทธ์การพัฒนาและสร้างการเติบโตของประเทศของรัฐบาลไทย 


     อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะทำธุรกิจใดๆ ก็ตาม ในยุคนี้ผู้ประกอบการก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ แต่ SME ส่วนใหญ่ของไทยยังไม่เห็นความจำเป็นในการป้องกันความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ เนื่องจากเห็นว่าธุรกิจของตนมีขนาดที่เล็กเกินไปและไม่น่าเตะตาต้องใจเหล่าผู้ไม่หวังดี แต่ที่จริงแล้ว นั่นคือความประมาทอย่างใหญ่หลวง เพราะเหล่าโจรไซเบอร์ผู้ไม่หวังดีนั้น ไม่เคยสนใจในขนาดธุรกิจหรือองค์ประกอบใดๆ ของเหยื่อ นอกเหนือไปจาก “เงิน” และความยากง่ายในการเข้าไปฉกเงินนั้นๆ มา 
    

     แม้จะมีการแจ้งเตือนมากมายถึงการระมัดระวังภัยคุกคาม แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมอยู่มาก มาดูกันว่าพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้มีอะไรบ้าง 


     1.การตั้งพาสเวิร์ดเหมือนกันในทุกๆ บริการออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์ เฟซบุ๊ก ไลน์ หรืออะไรก็ตาม ด้วยเหตุผลที่ว่า จำง่าย  

    2.การตั้งพาสเวิร์ดที่ง่ายต่อการคาดเดาเช่น 123456 ซึ่งเคยมีผลวิจัยระบุออกมาแล้วว่าเป็นพาสเวิร์ดยอดแย่ที่สุดในโลก หรือวันเดือนปีเกิดของตนเอง ซึ่งหลายๆ คนก็ยังทำอยู่


    3.การสำส่อนทางข้อมูล ผ่านไดรฟ์สำส่อน (แฟลชไดรฟ์) ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดไวรัสหรือโปรแกรมแฝงอันตรายต่างๆ ได้อย่างง่ายดายที่สุด ต่อให้ไม่ออนไลน์เลยก็มีโอกาสข้อมูลหายหรือเครื่องพังได้

    4.การเข้าเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย แม้จะรู้ว่าเสี่ยงแต่ก็ยังต้องขอลอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เว็บไซต์สำหรับผู้ใหญ่ และเว็บดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เถื่อนต่างๆ 


    5.การไว้ใจให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลตนเอง เช่น แฟน เพื่อนสนิท สามารถล็อกอินเข้าเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมของเราได้ หรือใช้โทรศัพท์มือถือของเราได้ เป็นต้น


     บรรดากูรูด้านคอมพิวเตอร์มักกล่าวอยู่เสมอว่า ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยใดในโลกที่ดีไปกว่าตัวผู้ใช้เอง ดังนั้น SME ทุกๆ ท่านไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์ ขอให้เช็คให้ดีว่ามีพฤติกรรมที่ระบุไว้ดังนี้หรือไม่ หากมี ขอให้เลิกเสียก่อนที่จะสาย เพราะขึ้นชื่อว่าไวรัส หรือโจรไซเบอร์ หรืออะไรก็ตาม ขอแค่เหยื่อมีเงินจะมากหรือน้อย มีแค่หลักร้อยพี่แกก็เอา เราเตือนคุณแล้ว 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:
B11

Related Articles

​​ETDA กับบทบาทใหม่ Regulator ยกระดับธุรกิจบริการดิจิทัลไทยแบบครบวงจร

CEO ETDA แถลงนโยบายปี 62 นับถอยหลังยุคเปลี่ยนผ่าน เผยทิศทางการขับเคลื่อน ETDA ภายหลังพ.ร.บ.ธุรกรรมฯ ประกาศ เดินหน้าเป็น Regulator ธุรกิจบริการด้านดิ..

by SME Thailand| 22 กพ. 2019

​เมื่อผู้เล่นรายเล็ก ท้าชนยักษ์ ชกข้ามรุ่นยังไงให้ไปต่อได้?

อย่างที่ทราบกันดีว่าในการทำธุรกิจนั้นไม่มีที่ยืนให้กับผู้ที่ไม่พร้อม โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการรายเล็กที่ไม่เพียงแต่จะต้องแข่งขันกันเอง แต่ยังต้องเปิดศ..

by SME Thailand| 20 กพ. 2019

​หน้ากากอัจฉริยะแก้กรน เทคโนโลยีทางเลือกแก้ปัญหาระดับโลก

กรนคนเดียว แต่สะเทือนไปยังคนข้างๆ ปัญหาสากลที่ใครต่อใครก็คิดหนัก แต่วันนี้มีโซลูชั่นใหม่ เมื่อ Hupnos บริษัทจากอเมริกา ผุดไอเดียทำหน้ากากอัจริยะตรวจ..

by SME Thailand| 19 กพ. 2019