สถาบันไทย-เยอรมัน ภายใต้การกำกับดูแลโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ยกระดับบริการจากหน่วยงานยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาบุคลากร สู่การตอบสนองการปรับปรุงประสิทธิภาพและผลิตภาพเทคโนโลยีการผลิตของประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันให้อุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก
จากการประเมินความสามารถทางด้านการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยประจำปี 2552 โดยเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (WEF) ได้ลดอันดับการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยลง 2 อันดับ จากอันดับที่ 34 ลงไปอยู่อันดับที่ 36 จากทั้งหมด 131 ประเทศ โดยปัญหาสำคัญได้แก่ ปัญหาด้านเทคโนโลยีและการลงทุนในการวิจัย ซึ่งส่งผลให้ความสามารถทางด้านการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง
สถาบันไทย-เยอรมันในฐานะหน่วยงานยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศ จึงได้ปรับทิศทางการดำเนินงานให้สอดรับกับสถานการณ์ของภาคอุตสาหกรรมในยุคของการแข่งขันด้านงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพทางการผลิตของประเทศ
รศ.ดร.ณรงค์ วรงค์เกรียงไกร ผู้อำนวยสถาบัน-เยอรมัน กล่าวว่า ที่ผ่านมาสถาบันไทย–เยอรมัน ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม เน้นการฝึกอบรมพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพด้านบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก แต่จากกระแสการแข่งขันและสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมไทยที่ต้องก้าวให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้สถาบันฯ ได้กำหนดทิศทางใหม่สู่การเป็นหน่วยงานยุทธศาสตร์เชิงรุกที่มุ่งเน้นการพัฒนาประสิทธิถาพและผลิตภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยโดยเฉพาะอุตสาหกรรมหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมชิ้นส่วนไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้ให้กับประเทศหลายแสนล้านบาทต่อปี
ทั้งนี้ สถาบันไทย-เยอรมัน ได้กำหนดแนวทางการให้บริการใน 4 ระดับ ได้แก่ 1) ด้านการพัฒนาบุคลากร เพื่อเตรียมความพร้อมให้เท่าทันกับเทคโนโลยีชั้นสูง ปลูกฝังความคิดสร้างสรรค์ด้านการออกแบบวิศวกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต 2) การให้บริการเครื่องจักรแก่อุตสาหกรรมในด้านการทดสอบ และตรวจวัด ตลอดจนการบริการข้อมูลด้านเทคนิค และเทคโนโลยีการผลิต 3) ด้านการให้คำปรึกษาทางด้านเทคนิค ด้วยการทำงานเชิงลึกในลักษณะของการร่วมเป็นคู่คิดกับผู้ประกอบการไทยเพื่อพัฒนามาตรฐาน และยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตไทยให้พร้อมรับกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีความซับซ้อนและมีการแข่งขันสูง และ 4) ให้บริการงานออกแบบวิศวกรรมและเทคโนโลยีการผลิต เพื่อแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับแต่ละอุตสาหกรรม
รศ.ดร.ณรงค์ กล่าวว่า จากการทำงานกับภาคอุตสาหกรรมไทยมาตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี สถาบันไทย-เยอรมัน มีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมยกระดับผลิตภาพการผลิตของอุตสาหกรรมไทย ได้ด้วยความเป็นมืออาชีพใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการพัฒนาบุคลากร (Professional Competency Development) ด้านการให้คำปรึกษา (Professional Consultancy) และด้านการให้บริการเครื่องจักรกล (Professional Technological Service) ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมด้านต่างๆ
Mr.Yoshinori Tsukiyama ผู้บริหารบริษัท ไดกิ้นอินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมภาพการทำงานร่วมกับสถาบันไทย-เยอรมัน ว่าการทำงานร่วมกับสถาบันไทย-เยอรมัน ช่วยพัฒนาศักยภาพของบุคลากรของเราได้มาก จากที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ส่งพนักงานเข้าฝึกอบรมกับสถาบันไทย-เยอรมันอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้พนักงานของเรามีความเข้าใจในการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีขั้นสูงยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยลดของเสียในกระบวนการผลิตและพัฒนาผลิตภาพด้านการผลิตได้เป็นอย่างดี และคาดหวังว่าเมื่อสถาบันไทย-เยอรมันกำหนดทิศทางใหม่เช่นนี้ จะช่วยให้อุตสาหกรรมของไทยพัฒนาไปได้มากขึ้น ด้วยการร่วมคิด ร่วมทำด้วยกันกับผู้ประกอบการเพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมและโรงงานนั้นๆ เป็นรูปแบบการให้บริการที่จำเป็นสำหรับสถานการณ์ในปัจจุบัน
ในขณะเดียวกัน นายอภิชาติ การุณกรสกุล ประธานบริษัท เอเชีย พริซิชั่น จำกัด หนึ่งในอุตสาหกรรม SME ไทย ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ กล่าวา อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมที่ยังมีโอกาสเติบโตได้มากในอนาคต หากได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนด้านเวลา ตลอดจนพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมให้เต็มศักยภาพ จะเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้อุตสาหกรรมไทย สามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับโลก ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ส่งพนักงานเข้าร่วมอบรมกับทางสถาบันฯ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาขีดความสามารถเพิ่มขึ้น มีความรู้ ความเข้าใจในการทำงานกับเทคโนโลยีที่ซับซ้อน
การให้บริการของสถาบันไทย-เยอรมัน ในฐานะศูนย์กลางการพัฒนาการถ่ายทอดและการจัดการเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง จะเริ่มดำเนินการทันที โดยให้บริการผ่านสถาบันไทย-เยอรมัน ที่ชลบุรี และศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตจังหวัดอยุธยา “เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาการให้บริการเพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรมการผลิต โดยการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพยากรณ์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนพัฒนาขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนาด้านวิศวกรรมการผลิต เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานยุทธศาสตร์เชิงรุกของภาครัฐในการดำเนินงานตามนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม” รศ.ดร.ณรงค์ วรงค์เกรียงไกร ผู้อำนวยสถาบัน-เยอรมัน กล่าว |