กนอ.เล็งพื้นที่หนองคายจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา ชูความพร้อมทั้งด้านโลจิสติกส์เชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน แหล่งวัตถุดิบทางการเกษตร และแรงงาน พร้อมดำเนินการตามแผนในปีนี้
นางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กนอ. ได้พิจารณาเรื่องของแผนปฏิบัติการโครงการนิคมอุตสาหกรรม/ศูนย์อุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา จ.หนองคาย รวมทั้งความคืบหน้าโครงการพัฒนาระบบความปลอดภัยของกลุ่มนิคมฯ พื้นที่มาบตาพุด และโครงการจัดตั้งและประกอบกิจการโรงไฟฟ้าฯ ในนิคมฯ ลาดกระบัง
สำหรับการเสนอร่างแผนปฏิบัติการโครงการนิคมอุตสาหกรรม /ศูนย์อุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา จังหวัดหนองคาย นั้น เป็นไปตามนโยบายของนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่เห็นศักยภาพของจังหวัดหนองคายที่มีความได้เปรียบในแง่ของการเป็นพื้นที่ที่ปลูกยางพารามากสุดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับพื้นที่ยังอยู่ติดชายแดนกับประเทศลาวและยังเชื่อมโยงไปยังเวียดนามและจีนตอนใต้ โดยร่างแผนปฏิบัติการจะแบ่งเป็นแผนปฏิบัติการ 2 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 ช่วงปี 2553 จะมีการสำรวจข้อมูลในพื้นที่ ความสนใจของนักลงทุน การประเมินความเป็นไปได้เบื้องต้นและแผนปฏิบัติการ ระยะที่ 2 จะมีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาดูในรายละเอียดโครงการก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการพัฒนาพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2555
“จากการทบทวนยุทธศาสตร์และแผนงานที่เกี่ยวข้อง การศึกษาสภาพและแนวโน้มเศรษฐกิจและกายภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การวิเคราะห์ศักยภาพของสาขาอุตสาหกรรมและการสำรวจวิจัยทางการตลาด ปรากฏว่า ศักยภาพและความเหมาะสมของจังหวัดหนองคายอยู่ในระดับปานกลาง และจัดอยู่ในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน (Border Economic Industry) ซึ่งเน้นการใช้แรงงาน เป็นฐานการผลิตกระจายสินค้าไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านได้ โดยอุตสาหกรรมที่เหมาะสมคือเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยาง”
สำหรับความคืบหน้าโครงการพัฒนาระบบความปลอดภัยของกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่มาบตาพุด ล่าสุด กนอ.จะดำเนินการประกวดราคาด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางเว็บไซต์ กนอ. www.ieat.go.th และเว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th โดยจะจัดจ้างแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้ ทั้งนี้ บริษัทผู้ให้เช่าบริการระบบกล้องวงจรปิดหรือ CCTV จะต้องดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน ซึ่งคาดว่า กนอ.จะสามารถเช่าระบบใช้งานได้ประมาณเดือนสิงหาคม 2553
ด้านความคืบหน้าในการจัดตั้งและประกอบกิจการโรงงานไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม เชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติ ในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ขณะนี้ กนอ.อยู่ในระหว่างการจัดเตรียมสัญญาเช่าพื้นที่สำหรับผู้เช่ารายใหม่ คือ บริษัท พีพีพีทีที จำกัด ซึ่งเป็นผู้ได้รับคัดเลือกให้ดำเนินการจัดตั้งและประกอบกิจการโรงไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในต้นเดือนมีนาคม 2553 นี้ โดยมีกำลังการผลิต 110 เมกะวัตต์ มูลค่าการลงทุน 5,100 ล้านบาท |