กระทรวงพาณิชย์โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกกฎหมายหลักประกันต่อบุคคลที่ 3 ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ส่งผลให้ผู้ใช้บริการทางวิชาชีพได้รับการคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากความบกพร่องในการประกอบวิชาชีพบัญชี
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นแก่วงการวิชาชีพบัญชี ผู้ใช้บริการทางวิชาชีพบัญชี รวมทั้งประชาชนทั่วไป เนื่องจากกฎกระทรวงกำหนดหลักประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สามของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ.2553 จะประกาศใช้บังคับ โดยเหตุผลที่ออกกฎกระทรวงนี้ สืบเนื่องมาจากมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ประสงค์ให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่เป็นนิติบุคคลซึ่งให้บริการด้านการทำบัญชี การสอบบัญชี และการให้บริการวิชาชีพบัญชีด้านอื่นต้องจัดให้มีหลักประกันเตรียมไว้สำหรับการเยียวยาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากความบกพร่องในการประกอบวิชาชีพบัญชีแก่ผู้เสียหายที่เป็นบุคคลที่สาม ทั้งนี้การเก็บรักษาหลักประกันนั้นได้ให้ความสะดวกแก่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่เป็นนิติบุคคลอย่างมาก คือให้นิติบุคคลดังกล่าวดำรงรักษาหลักประกันไว้เองตลอดเวลาที่ประกอบกิจการ เพียงแจ้งจำนวนหลักประกันและประเภทของหลักประกันมีให้เลือกหลายประเภท เช่น เงินฝากสถาบันการเงิน พันธบัตรรัฐบาล หรือกรมธรรม์ประกันภัย พร้อมแจ้งให้สภาวิชาชีพบัญชีทราบภายใน 60 วันนับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชีทุกปี
ทั้งนี้ จำนวนหลักประกันที่จะต้องจัดให้มีตามกฎกระทรวงฯ คือ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ของทุน ณ วันสิ้นรอบปีบัญชีที่ผ่านมา หรือของรายได้รอบปีบัญชีที่ผ่านมา แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า ซึ่งเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่สังคมโดยรวมจะได้รับจากการมีหลักประกันทางวิชาชีพแล้ว ถือได้ว่าไม่ก่อให้เกิดภาระแก่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และสะท้อนให้เห็นว่าวิชาชีพบัญชีมีความตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อผู้ใช้บริการทางวิชาชีพ และสังคมอย่างยิ่ง ทั้งนี้กฎกระทรวงฯ ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2553 เป็นต้นไป