เมียนมาบทเรียนและแบบอย่างการปิดประเทศ

by smethailandclub 30 ตค. 2015
Share:





 
 เรื่อง : ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย

 
    เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2558 นายกฯ ประยุทธ์ ได้ปรารภว่าถ้าไม่มีความปรองดอง จะปิดประเทศ  ปิดประเทศแล้วดีหรือไม่อย่างไร ลองดูเมียนมาเป็นตัวอย่าง


    ถ้าเปรียบเทียบไทยกับเมียนมาในวันนี้ จะพบว่าไทยมีขนาดประเทศเล็กกว่าคือ 510,890 ตารางกิโลเมตร  เมียนมาใหญ่กว่า 28%  แต่เมียนมามีประชากรเพียง 82% ของประชากรไทยที่ 67.7 ล้านคน  ทำให้ไทยมีความหนาแน่นของประชากรสูงกว่าคือ 133 คนต่อตารางกิโลเมตร  ในขณะที่เมียนมามีเพียง 85 คน  ในอนาคตประชากรเมียนมาอาจไล่ทันไทยเพราะไทยมีการขยายตัวของประชากรเพียง 0.4% ในขณะที่เมียนมาเป็น 1%  ในขณะนี้ไทยมีประชากรเมืองอยู่ 49% ในขณะที่เมียนมามีเพียง 34% เพราะคนส่วนใหญ่ยังอยู่ชนบท

    ในแง่เศรษฐกิจ รายได้ประชาชาติของไทยเป็นเงิน 987.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเป็น 4 เท่าของเมียนมา  แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยใหญ่กว่า  เมียนมาที่เคยรุ่งเรืองพอๆ กับไทย ก็ตกต่ำ แต่พอทหารเริ่มคลายอำนาจ ก็กลับมาเจริญใหม่  รายได้ประชาชาติของไทยมาจากภาคเกษตกรรมเพียง 12% ในขณะที่ของเมียนมาสูงถึง 375  ไทยพ้นจากประเทศเกษตรกรรมแล้ว แต่เมียนมายังอยู่ในกลุ่มประเทศเกษตรกรรม  อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจเมียนมาเติบโตอย่างก้าวกระโดดโดยในปี 2557 ล่าสุดเติบโตถึง 8.5% ในขณะที่ไทยเป็นเพียง 0.7%  และโดยรวมแล้วไทยมีประขากรที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยามจน 13%  แต่คนเมียนมาหนึ่งในสามยังยากจนอยู่

 



    สำหรับตัวเลขรายได้และค่าใช้จ่ายนั้น ในนครย่างกุ้งทุกวันนี้ ประชาชนมีค่าแรงขั้นต่ำชั่วโมงละ 12 บาท  วันหนึ่งก็คงราว 100 บาท  แต่หากจบปริญญาตรีก็ได้เงินเดือนราว 5,700 บาท  หากรับราชการยังมีเงินพิเศษอีกจำนวนหนึ่งรวม 8,600 บาท  หากเช่าอะพาร์ตเมนต์ขนาด 1 ห้องนอน จะมีค่าใช้จ่ายเป็นเงินเดือนละ 16,000 บาท  แต่ห้องชุดมีราคาตารางเมตรละ 87,000 บาท  ในขณะนี้ดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่อัตรา 12% ส่วนเงินฝากอยู่ที่ 8%

    อย่างไรก็ตามในราวปีกึ่งพุทธกาลหรือเมื่อเกือบ 60 ปีก่อน เมียนมาและนครย่างกุ้งคงมีความเจริญทัดเทียมกับไทยหรืออาจเจริญกว่าด้วยซ้ำไป  อดีตเลขาธิการสหประชาชาติก็เป็นคนเมียนมา  ความเจริญ การใช้ภาษาอังกฤษก็คงจะมีมากกว่าในไทย  แต่ในภายหลังเมียนมากลายเป็นประเทศปิด  ถึงขนาดเลิกเน้นการเรียนภาษาอังกฤษ  เปลี่ยนมาขับรถด้านขวามือแทนซ้ายมือแบบอังกฤษ เป็นต้น

    มีนักพัฒนาที่ดินข้ามชาติชาวจีนสัญชาติเมียนมารายหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อห้าสิบกว่าปีก่อนในสมัยคุณพ่อของท่าน ตัดสินใจอยู่นานว่าจะลงทุนในไทยหรือเมียนมาดี  แต่สุดท้ายก็เลือกเมียนมา  เพราะในสมัยนั้นดูดีกว่า  แต่ในภายหลังเมียนมากลายเป็นประเทศปิด  เขาจึงหันมาลงทุนในไทย  นี่เท่ากับการตัดสินใจผิดพลาดเพราะการเมืองแท้ๆ จึงทำให้การณ์กลับตาลปัตรไปหมด  ประเทศต่าง ๆ ก็แทรกแซง กีดกันทางการค้าต่าง ๆ นานา

    อย่างไรก็ตามในภายหลังที่เมียนมาเปิดประเทศ ให้มีการเลือกตั้งที่เสรีมากขึ้น  นักลงทุนต่างก็วิ่งเข้าไปลงทุน  มิตรประเทศก็เพิ่มพูน  การท่องเที่ยวก็ยิ่งมีมากขึ้นตามลำดับ  ประชาชนก็เริ่มกินดีอยู่ดีมากขึ้น  ดังนั้นการปิดประเทศอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของชาติได้  ส่วนในการสร้างความปรองดองนั้น  เป็นสิ่งที่ควรให้กำลังใจรัฐบาลให้ดำเนินการให้สำเร็จ โดยยึดหลัก "ยุติธรรมมี สามัคคีเกิด" นั่นเอง
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020