มาเลย์คิดนวัตกรรมใหม่ “สติกเกอร์ชะลอผลไม้สุก” แค่แปะก็หมดปัญหาเน่าเสีย! ก่อนได้กิน

by SME Thailand 06 ธค. 2018
Share:




Cr : StixFresh
 

     ปัญหาอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร คือ ในการเก็บเกี่ยวผลผลิต เช่น ผักและผลไม้ กว่าจะผ่านกระบวนการซัพพลายเชนจนถึงปลายทางผู้บริโภค ด้วยเวลาที่เนิ่นนานเกินไปก็จะเกิดเหตุการณ์ประมาณว่า “สุกต่อไม่รอแล้วนะ” ทำให้เกิดปัญหาหากขายหรือบริโภคไม่ทัน ต้องทิ้งไป ข้อมูลระบุเฉพาะในอเมริกาประเทศเดียว การเก็บเกี่ยวผลผลิตจากฟาร์มเพื่อส่งไปขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ 52% ของผักผลไม้ที่ออกจากฟาร์มมีปลายทางที่ถังขยะ เพราะเน่าเสียหรือเสื่อมคุณภาพ สร้างความเสียหายปีละหลายหมื่นล้านดอลลาร์
               

     นอกจากนั้น ตามครัวเรือนต่างๆ เมื่อซื้อผลไม้มาไว้บริโภค กลายเป็นว่า 60% เน่าเสียก่อนได้กิน ทำให้สูญเงินเฉลี่ยครอบครัวละ 1,600 ดอลลาร์ แต่ปัญหาเหล่านี้บรรเทาได้เมื่อบริษัท Stimulus Nature Resources ในมาเลเซียได้คิดค้นนวัตกรรมชะลอการสุกของผลไม้ นวัตกรรมที่ว่ามาในรูปสติกเกอร์ติดผลไม้ โดยซาฟรี ไซนูดิน ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเล่าว่าแรงบันดาลใจเกิดจากเพื่อนที่เป็นเจ้าของแผงขายผลไม้มาบ่นให้ฟังว่า สั่งผลไม้มาแล้วขายไม่ทัน ผลไม้เน่า ทำให้ขาดทุน
               

     ด้วยเหตุนี้ ซาฟรีจึงคิดหาหนทางแก้ปัญหานี้ เขาใช้เวลาเกือบ 3 ปีในการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยยูเอ็มพี สถาบันวิจัย หน่วยงานต่าง ๆ และอีกหลายมหาวิทยาลัย รวมถึงยูออฟเซ้าท์ออสเตรเลียพัฒนา StixFresh สติกเกอร์ติดผลไม้เพื่อรักษาความสดของผลไม้ได้นาน 14 วัน โดยสติกเกอร์ดังกล่าวเคลือบส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% ประกอบด้วยโซเดียมคลอไรด์หรือเกลือ และขี้ผึ้ง (beeswax)  ที่ชะลอกระบวนการที่ทำให้ผลไม้สุก โดยการกำจัดเอทีลีนออกไป เนื่องจากเอทีลีนเป็นฮอร์โมนพืชรูปก๊าซที่ช่วงเร่งการสุกของผลไม้ นอกจากนั้น StixFresh ยังช่วยควบคุมการทำงานของแบคทีเรียอีกด้วย
               
 

Cr : StixFresh
 
               
     ในช่วงแรกๆ การคิดค้นนวัตกรรมนี้พุ่งเป้าไปที่การใช้งานเพื่อยืดอายุมะม่วง แต่ภายหลังพบว่าสามารถใช้กับผลไม้อื่นได้ด้วย ทั้งนี้ มีการทดสอบกับผลไม้หลากหลายชนิดและพบว่าช่วยชะลอการสุกได้จริง ส่วนระยะเวลาที่ชะลอขึ้นอยู่กับชนิดของผลไม้ สำหรับผลไม้ที่ใช้ได้ผลดีส่วนใหญ่เป็นผลไม้เมืองร้อน อาทิ แก้วมังกร มะเฟือง มังคุด มะละกอ รวมถึง สาลี่ แอปเปิ้ล อโวคาโด กีวี และลูกพลับ วิธีการใช้งานก็แค่ติดสติกเกอร์ StixFresh ลงบนผลไม้เท่านั้นเอง ผลไม้ก็จะมีความสดและอายุยืนยาวขึ้น
               

     สติกเกอร์ StixFresh สามารถใช้เพียงครั้งเดียว เมื่อแกะออกจากผลไม้ ก็จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป ทีมนักวิจัยยังระบุอีกว่าสติกเกอร์นี้มีความปลอดภัย หากเผลอรับประทานเข้าไปก็ส่งผลกระทบใดๆ ต่อร่างกาย ปัจจุบัน StixFresh ใช้งานกันแพร่หลายในกลุ่มเกษตรกรทั้งรายเล็ก รายใหญ่ รวมถึง ซูเปอร์มาร์เก็ต และผู้ส่งออกและนำเข้าผลไม้ ปี 2017 ที่ผ่านมา StixFresh ทำยอดขายไปแล้วกว่า 1.3 ล้านชิ้น ทีมงานคาดหวังจะขยายไปตลาดนอกประเทศในทวีปเอเชีย ยุโรป แอฟริกา และอเมริกาเหนือ รวมถึงในอนาคตจะมีการพัฒนา StixFresh เวอร์ชั่นที่ใช้กับผลไม้ขนาดเล็กเปลือกนิ่ง อย่างองุ่น หรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ รวมถึงรุ่นที่ใช้กับผักต่างๆ ด้วย
               

     อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของซาฟรี และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอีก 2 คนได้แก่ มูดี้ โซไลมาน และสตีฟ ฮัลเทง คือการจำหน่ายเทคโนโลยีการผลิต StixFresh มากกว่าโดยบริษัทเพิ่งเปิดออฟฟิศในสหรัฐฯ และทุ่มงบเกือบ 1.8 ล้านริงกิตไปกับงานด้านต่างๆ อาทิ การวิจัยและพัฒนา งานด้านทรัพย์สินทางปัญญา งานด้านองค์การอาหารและยา เครื่องจักรในการผลิต และการประชาสัมพันธ์ StixFresh ตามงานแสดงสินค้า
               

     ทั้งนี้ ความท้าทายอย่างหนึ่งของ StixFresh คือการทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีประสิทธิภาพและปลอดภัยจริง เนื่องจาก StixFresh ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม food additive หรือวัตถุเจือปนอาหาร และมีการสัมผัสอาหารโดยตรงจึงอาจทำให้ผู้บริโภคยังกังวลเรื่องความปลอดภัย    
 

อ้างอิง             
https://vulcanpost.com/652246/stixfresh-stickers-prolong-fruits/
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​แบรนด์นอกถอยไป! ได้เวลา C-beauty เครื่องสำอางจีนทวงบัลลังก์คืน

ตลาดเครื่องสำอางจีนเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก หลายแบรนด์หรูจากนอกต่างเข้ามายึดหัวหาดครองตลาดอยู่นับหลายสิบปี แต่เร็วๆ นี้ Chinese-beauty หรือเรียกสั้น..

by SME Thailand.| 20 กย. 2019

​‘Marvel’ จากบริษัทเกือบล้มละลายแทบไม่มีเงินจ่ายพนักงาน สู่เจ้าจักรวาลฮีโร่มูลค่ามหาศาล

มาร์เวล สตูดิโอ เป็นบ้านหลังใหญ่ของเหล่าฮีโร่ ก่อนเป็นความสำเร็จในวันนี้ จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเมื่อ 20 ปีก่อนตลาดการ์ตูนในสหรัฐกำลังถึงจุดตกต่ำ มาร์..

by SME Thailand.| 18 กย. 2019

​น้ำแข็งไสอะไร จากถ้วย 200 อัพเป็น 800 แต่ลูกค้ายังต่อคิวแน่น!

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ “คากิโกริ” หรือน้ำแข็งไสญี่ปุ่น กำลังกลับมาเป็นที่ฮอตฮิตอีกครั้ง ว่ากันว่าอัพขึ้นราคาเป็นหลายเท่าตัว จากถ้วยละ 200 เยน สามารถอัพ..

by SME Thailand.| 17 กย. 2019