แกร่งสุดเหนือทุกยิม! เมื่อหน่วยคอมมานโด เปิดบูติกยิม Combat Sport ลูกค้าแห่ใช้จนต้องขยาย

by SME Thailand. 08 กค. 2019
Share:
Text : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์
 


 

Main Idea
 
  • หนุ่มสิงคโปร์วัย 30 ปี อดีตทหารหน่วยคอมมานโด เปลี่ยนพละกำลังมาทำธุรกิจยิมออกกำลังกายในรูปแบบ Combat Sport โดยใช้ความเข้าใจลูกค้า ใส่ใจ ปรับเปลี่ยน และตอบสนองได้รวดเร็วทันใจ มาสร้างความแตกต่างจากฟิตเนสเชนใหญ่
 
  • ไม่นานนัก Field Assembly Gym ที่เขาก่อตั้งขึ้น มีลูกค้าแห่เข้ามาใช้บริการอย่างล้นหลาม จากพื้นที่ชั้นเดียว ต้องขยายเป็น 3 ชั้น และกลายเป็นที่ๆ ใครก็อยากมาใช้เวลา ไม่ใช่เพียงแค่ยิมเพื่อการออกกำลังกายเท่านั้น
 

 
 
     “จีน เหลียง” หนุ่มสิงคโปร์วัย 30 ปี ไม่เคยมีความคิดจะเป็นเจ้าของธุรกิจมาก่อน แต่หลังจากที่เรียนจบมหาวิทยาลัยและมีโอกาสรับใช้ชาติโดยเป็นทหารประจำหน่วยคอมมานโดเป็นเวลา 2 ปี ก็ทำให้เขาเปลี่ยนความคิด
ในอดีตจีนเป็นเด็กผอมแห้งแรงน้อยมาแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยมีความเป็นนักกีฬา ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ จีนเริ่มสนใจกีฬาและการออกกำลังกาย แต่การสูบบุหรี่จัดก็ทำให้การลงแรงออกกำลังกายแทบไม่ก่อมรรคผลอะไรกับเขาเลย





     จนเมื่อเรียนจบ เขาไปเป็นทหารอยู่ 2 ปี และได้มีโอกาสฝึกในหน่วยคอมมานโด เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ลำบากแสนสาหัสเนื่องจากการฝึกเป็นไปอย่างเข้มข้นและหนักมากจนเกือบถอดใจก็หลายครั้ง แต่แล้วความเคยชินจากการฝึกหนักครั้งนั้นก็ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น จีนเล่าว่าครูฝึกมีส่วนทำให้เขารู้สึกภูมิใจที่มาถึงจุดนี้ได้ และเขารู้สึกทึ่งเมื่อค้นพบว่าร่างกายของเราสามารถทนทานได้ขนาดไหนเมื่อจิตใจเราแกร่งพอ


     การประจำการในหน่วยคอมมานโดไม่เพียงทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้ชุดความคิดของจีนเปลี่ยนไป หลังปลดประจำการ เขาเริ่มดำดิ่งไปกับการใช้พละกำลังของตัวเอง จึงเริ่มฝึกฝนและลงแข่งกีฬาที่ผสมผสานศิลปะการต่อสู้ อาทิ มวยไทย บราซิลเลียนยิวยิตสู (Brazilian Jiu Jitsu-BJJ) ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้สมัยใหม่คล้ายยูโดผสมมวยปล้ำ และ MMA-mixed martial arts ซึ่งเป็นกีฬาต่อสู้แบบผสม





     เพื่อให้การฝึกสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เขาจึงลงเรียนเพิ่มในคอร์สวิทยาศาสตร์กีฬาด้วย ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ที่เขาทำได้เปลี่ยนเด็กหนุ่มผอมกะหร่องและขี้โรคที่สนใจแต่ดนตรี วิดพื้นไม่ได้ วิ่งแค่ 2.4 กม.ยังใช้เวลาถึง 15 นาที ให้ไปสู่การเป็นนักกีฬา Combat Sport กีฬาที่ผสมผสานศิลปะการต่อสู้เข้าไว้ด้วยกัน


     จีนเริ่มคิดถึงการเริ่มต้นธุรกิจ แต่คณะศิลปศาสตร์และสังคมวิทยา สาขาประวัติศาสตร์ที่เขาเรียนจบจากมหาวิทยาลัยนั้นก็ดูไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการทำธุรกิจได้เลย เขารู้แต่เพียงว่ามีสิ่งที่ชอบอยู่อย่างหนึ่ง คือการสอนคนอื่น เมื่อบวกกับความหลงใหลใน Combat Sport จีนจึงเกิดความคิดว่าเขาจะทำธุรกิจยิมนี่แหละ และด้วยความที่เคยเป็นสมาชิกยิมออกกำลังกายมาก่อน เขาจึงพอมองออกว่าลูกค้าที่คลั่งไคล้การออกกำลังกายแบบเขานั้นต้องการอะไร และที่สำคัญเขามองเห็นว่าสิ่งที่วงการยิมสิงคโปร์ยังไม่มี คือเทรนเนอร์ที่มีคุณสมบัติพร้อมและใส่ใจลูกค้าอยู่เสมอ             





     จีนเห็นว่าธุรกิจฟิตเนส ซึ่งครอบครองโดยเชนใหญ่ๆ มักเป็นธุรกิจที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นอย่างไรก็เป็นเช่นนั้นมานานหลายปี จังหวะมาถึงเมื่อเพื่อนเก่า “อีเลียส โซห์” ชวนจีนมาทำธุรกิจ ทั้งคู่จึงร่วมก่อตั้ง Grit Gym ขึ้น โดยอีเลียสเป็นคนออกทุน ส่วนจีนเป็นคนลงแรง Grit Gym เป็นยิมสไตล์บูติกที่ก่อตั้งโดยเจ้าของผู้ชื่นชอบการออกกำลังกาย และสามารถแนะนำลูกค้าเกี่ยวกับโปรแกรมการออกกำลังกายได้ ด้วยความเป็นยิมขนาดเล็ก การดูแลลูกค้าและตอบสนองลูกค้าจะรวดเร็วทันใจกว่า รวมถึงระบบต่างๆ ก็มีการปรับเพื่อให้บริการดีขึ้นแก่ลูกค้า


     ช่วงแรก Grit Gym เปิดสอนแค่ 2 คลาส คือ การฝึกกล้ามเนื้อ (Strength Training) กับ HIIT – การออกกำลังกายแบบหนักเบาสลับกันในช่วงเวลาที่กำหนด ช่วงปีแรกของการทำธุรกิจยิม จีนยอมไม่รับเงินเดือน แต่ก็โชคดีที่มีครอบครัวและคู่รักคอยสนับสนุนค่าใช้จ่าย





     จีนกล่าวว่าสิ่งที่ท้าทายอย่างมากในการเป็นเจ้าของยิมหน้าใหม่ในวัยขณะนั้นเพียง 24 ปี คือ ทำอย่างไรให้ผู้คนเชื่อมั่นในตัวเขา ตั้งแต่เจ้าของตึกที่ให้เช่าและผู้จัดการธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อ ไปจนถึงลูกค้าที่จะยอมจ่ายเงินและยอมรับเขาในฐานะครูฝึก จีนเป็นเทรนเนอร์โนเนมที่ไม่มีใครรู้จัก ในขณะที่ช่วงนั้นธุรกิจฟิตเนสเริ่มบูมและลูกค้ามีทางเลือกมากมาย  เพื่อให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น จีนและเพื่อนยอมลงทุนจ้างคนทำประชาสัมพันธ์ให้ ซึ่งโดยมากก็เน้นทำการตลาดผ่านเครือข่ายโซเชียล





     จนท้ายที่สุด จีนก็อาศัยสัญชาตญาณตัวเองและทำการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ เริ่มด้วยการเปลี่ยนชื่อยิมจาก Grit Gym เป็น  Field Assembly จากเดิมที่สอน 2 คลาสก็เพิ่มมวยไทย BBJ MMA และโยคะเข้ามาพร้อมกับเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้แบรนด์ Field Assembly ยังมุ่งเน้นการสร้างชุมชนของคนรักการออกกำลังกาย โดยพยายามสื่อให้เห็นถึงเป้าหมายของการฝึกฝนว่าสามารถให้อะไรแก่ชีวิตได้บ้าง นอกเหนือไปจากแค่ออกกำลังกาย


     ผลจากการ Rebrand ครั้งนี้ธุรกิจเป็นไปตามคาดหวัง โดยพวกเขามีจำนวนลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากแรกเริ่มที่เช่าพื้นที่ชั้นเดียว ก็ขยับขยายเป็น 3 ชั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าโซเชียลมีเดียอย่างอินสตราแกรมเป็นเครื่องมือการตลาดที่ทรงอานุภาพไม่น้อย เมื่อใดที่ลูกค้าเข้าไปส่องไอจีของ Field Assembly จะเห็นถึงสุนทรียะในการออกกำลังกาย อย่างไรก็ตามจีนไม่ต้องการเน้นที่ไอจีมากเกินไป เพราะสิ่งสำคัญสำหรับเขา คือ การรักษาคุณภาพและมาตรฐานในการเทรนลูกค้ามากกว่า โดยเฉพาะเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่ไม่อาจลดหย่อนกันได้




     ยังดีที่ทีมงานของเขาสามารถรักษาตรงนี้ไว้ได้ ความสำคัญลำดับต้นๆ ที่จีนจะยังคงเน้น คือการสร้างความเป็นทีมเดียวกันและวัฒนธรรมการฝึกแบบไม่สิ้นสุดเพื่อให้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทีมของเขามาถึงหมุดหมายที่วางไว้ สิ่งที่จะตามมา คือการส่งมอบบริการที่ดีที่สุด การฝึกที่เป็นประโยชน์ที่สุดให้กับลูกค้า เมื่อลูกค้าสัมผัสได้จากสิ่งที่ทีมงานมอบให้ Field Assembly ก็จะไม่ใช่แค่ยิมเพื่อการออกกำลังกาย แต่เป็นที่ๆ ใครก็อยากมาใช้เวลาที่นี่
 

อ้างอิง : https://vulcanpost.com/665353/field-assembly-gym-singapore/


 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​โลกต้องจับตา! เมื่อจีนเฉา เศรษฐกิจเฉื่อย โตต่ำสุดในรอบ 27 ปี

เศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ 2 ของปี 2562 ขยายตัวที่ 6.2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2561 โดยที่การส่งออกจีนหดตัวถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่อ่..

by SME Thailand.| 17 กค. 2019

​ร้อนสุดในอาเซียน! จับตา CLMV ศูนย์กลางแห่งใหม่ โอกาสธุรกิจความงามที่ SME ไทยต้องรุก

ตลาดเครื่องสำอางและความงามยังเป็นธุรกิจดาวรุ่ง ความร่วมมือเชิงรุกของทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องการผลักดันให้ประเทศกลุ่ม CLMV ศูนย์กลางห่วงโซ่คุณค่า (V..

by SME Thailand.| 16 กค. 2019

​ทำความรู้จัก ‘เกาหลีใต้&อินเดีย’ พันธมิตรอาเซียน โอกาสธุรกิจ SME ไทย

อินเดีย และเกาหลีใต้ คือประเทศคู่ค้าสำคัญของอาเซียนและไทย อาหารและสินค้าไทยยังมีโอกาสในสองประเทศนี้ แต่ก่อนไปบุกตลาด SME ต้องศึกษาโอกาส และเตรียมตัว..

by SME Thailand.| 15 กค. 2019