Christian Louboutin รองเท้าพื้นแดงแสนแพงที่แฟชั่นนิสต้ายอมจ่าย

by SME Thailand. 08 สค. 2019
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
 
  • Christian Louboutin (คริสติยอง ลูบูแตง) แบรนด์รองเท้าที่ขึ้นชื่อว่าหรูหราที่สุดในโลก มีเอกลักษณ์ที่ใครเห็นก็ทราบได้ทันทีว่าเป็นรองเท้าลูบูแตง นั่นคือพื้นรองเท้าที่ฉาบด้วยสีเชอร์รีแดงสด ซึ่งไม่ว่าแบรนด์ไหนก็ไม่อาจเลียนแบบได้ เพราะจดสิทธิบัตรไว้แล้ว
 
  • ด้วยราคาขายตั้งแต่คู่ละ 800 ดอลลาร์ฯ ไปจนถึงหลายพันดอลลาร์ฯ แพงสุดที่เคยวางจำหน่ายคือ 6,000 ดอลลาร์ฯ จึงไม่แปลกที่รองเท้าลูบูแตงจะกลายเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกสถานะทางสังคมอย่างหนึ่ง
 
  • กลยุทธ์สู่ความสำเร็จมาจากการประชาสัมพันธ์อย่างมีกลยุทธ์เพื่อให้สินค้าเป็นที่รู้จัก ด้วย 5 บทเรียนการพีอาร์แบบฉบับของแบรนด์ลูบูแตง




     ต่อให้ไม่ใช่แฟชั่นนิสต้าตัวแม่ก็เชื่อว่าหลายคนน่าจะรู้จัก Christian Louboutin (คริสติยอง ลูบูแตง) แบรนด์รองเท้าที่ขึ้นชื่อว่าหรูหราที่สุดในโลกบ้าง เอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่สร้างความแตกต่างจากรองเท้าแบรนด์อื่น และใครเห็นก็ทราบได้ทันทีว่าเป็นรองเท้าลูบูแตง นั่นคือพื้นรองเท้าที่ฉาบด้วยสีเชอร์รีแดงสด ด้วยต้นทุนการผลิตและการใช้วัตถุดิบราคาสูงส่งผลให้ลูบูแตงขึ้นแท่นรองเท้าราคาแพง มีตั้งแต่คู่ละ 800 ดอลลาร์ฯ ไปจนถึงหลายพันดอลลาร์ฯ แพงสุดที่เคยวางจำหน่ายคือ 6,000 ดอลลาร์ฯ จึงไม่แปลกที่รองเท้าลูบูแตงจะกลายเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกสถานะทางสังคมอย่างหนึ่ง
               




     คริสติยอง ลูบูแตง ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์เคยตอบคำถาม เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ ว่า ทำไมรองเท้าของเขาจึงได้มีราคาสูงมาก เขาโทษต้นทุนการผลิต การผลิตรองเท้าในยุโรปเป็นอะไรที่แพง ทั้งนี้รองเท้าลูบูแตงผลิตในอิตาลี ดินแดนที่เลื่องชื่อในการสร้างสรรค์รองเท้าคุณภาพสูง ช่วงปี พ.ศ.2551-2556 ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากสาเหตุค่าเงินยูโรแข็งเมื่อเทียบกับดอลลาร์ฯ และการแข่งขันเพื่อแย่งชิงวัตถุดิบคุณภาพดีกับโรงงานจากฝั่งเอเชียก็เพิ่มมากขึ้น
               

     แต่ก่อนที่จะร่ายยาวถึงสาเหตุที่ทำให้ลูบูแตงกลายเป็นรองเท้ายอดนิยมของบรรดาเซเลบริตีทุกชนชาติทั้งยังเป็นรองเท้าในฝันของสาวๆ จำนวนมากทั่วโลก ไปรู้จักคนที่ให้กำเนิดแบรนด์นี้กันก่อน คริสติยอง ลูบูแตง เป็นชาวฝรั่งเศส เรียนไม่จบชั้นมัธยมเพราะถูกไล่ออก จึงเบนเข็มไปทำงานในโรงละครคาบาเรต์รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยจิปาถะในโรงละครกลางกรุงปารีส และที่แห่งนี้เองที่ลูบูแตงได้ฝึกปรือการออกแบบเสื้อผ้าและรองเท้าให้เหล่านักเต้นคาบาเรต์ของโรงละคร
                 

     โดยเขาเรียนรู้ที่จะออกแบบรองเท้าที่สามารถสวมใส่ได้จริง ในขณะเดียวกันก็ต้องดูเซ็กซี่ และที่สำคัญผู้ใส่ต้องสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ต่อมาภายหลังลูบูแตงมีโอกาสได้ทำงานให้กับแบรนด์ดังๆ เช่น ชาแนล, เซนต์ลอเรนต์, โรเฌร์ วิวีเยร์ และชาร์ลส์ จูดอง หลังสั่งสมประสบการณ์มาพอสมควรก็ตัดสินใจลาออกมาเป็นดีไซเนอร์อิสระ ก่อนเปิดร้านรองเท้าร้านแรกของตนเองในปี พ.ศ.2534 
               




     2 ปีผ่านไป แม้จะมีแบรนด์เป็นของตัวเอง แต่ลูบูแตงรู้สึกว่าเขายังไม่ได้สร้างผลงานที่โดดเด่น จึงคิดอยากเพิ่มลูกเล่นโดยออกแบบรองเท้าที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพ Flowers ดอกไม้หลากสีสันฉูดฉาดสดใสของแอนดี้ วอร์ฮอล ศิลปินอเมริกันแนวป๊อปอาร์ตผู้โด่งดัง ลูบูแตงทำรองเท้าส้นสูงสีชมพูตกแต่งด้วยดอกไม้ผ้าออกมา แม้จะใกล้เคียงกับภาพวาดของวอร์ฮอล แต่เขายังไม่พึงพอใจนัก มองว่ายังไม่สุด กระทั่งเหลือบไปเห็นผู้ช่วยสาวทาเล็บสีแดงสดจึงเกิดไอเดียนำสีแดงมาสร้างจุดเด่น และพื้นรองเท้าซึ่งโดยมากเป็นสีดำและเป็นส่วนที่มักถูกมองข้ามจึงถูกทาด้วยสีแดง
               

     ปี พ.ศ.2536 รองเท้าพื้นแดงก็เปิดตัวครั้งแรก ปรากฏว่าได้รับความสนใจและกลายเป็นไอเท็มยอดฮิตที่จดจำได้ง่ายดายว่าเป็นของแบรนด์ใด ในช่วงเวลา 27 ปีของการก่อตั้งแบรนด์ ลูบูแตงขายรองเท้าทั้งส้นสูง ส้นเตี้ย และสนีกเกอร์ราคา 700 ดอลลาร์ฯ ขึ้นไปแล้วกว่า 1 ล้านคู่ และทุกคู่มีเอกลักษณ์ตรงพื้นรองเท้ามีสีแดง ลูบูแตงได้รับเสียงชื่นชมในเรื่องความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการเจาะตลาดรองเท้าซึ่งเป็นธุรกิจ Red Ocean ที่มีการแข่งขันสูง 
               




     นอกจากพื้นแดงที่เป็นเอกลักษณ์ รองเท้าของลูบูแตงถูกวางตำแหน่งให้เป็นรองเท้าหรูสำหรับออกงานสำคัญ โดยมากเป็นรองเท้าที่ดีไซน์โดยใช้หนังแท้จดลิขสิทธิ์ ประดับด้วยอัญมณี ขนนก และเครื่องตกแต่งราคาสูง และแม้จะออกแบบมาให้ส้นสูงปรี๊ดแต่กลับสวมใส่สบาย ด้วยราคาที่สูงลิ่ว จึงเป็นการคัดกรองลูกค้าไปในตัว ลูกค้าส่วนใหญ่ของลูบูแตงเป็นนักร้อง นักแสดง และบุคคลมีชื่อเสียงในสังคมที่ไม่ว่าเยื้องกรายไปทางใด สีแดงของพื้นรองเท้าจะสร้างความโดดเด่นให้ผู้สวมใส่ สำหรับผู้หญิงทั่วไปหลายคน การมีรองเท้าลูบูแตงไว้ในครอบครองถือเป็นความฝันอย่างหนึ่ง
               

     คริสติยอง ลูบูแตง ในฐานะดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ที่ได้รับการจดจำมากที่สุดในโลกแบรนด์หนึ่งของวงการแฟชั่นได้เปิดเผยกลยุทธ์สู่ความสำเร็จว่าเขาไม่ได้วางโมเดลธุรกิจแต่อย่างใด แต่สิ่งเดียวที่เน้นคือ การประชาสัมพันธ์อย่างมีกลยุทธ์เพื่อให้สินค้าเป็นที่รู้จัก 5 บทเรียนเกี่ยวกับการพีอาร์ของแบรนด์ลูบูแตง ประกอบด้วย
               

     รู้จักกลุ่มเป้าหมาย : ลูบูแตงเข้าใจธรรมชาติผู้หญิง รู้ว่าเท้าของผู้หญิงจะเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ เขาขึ้นชื่อในเรื่องของการออกแบบรองเท้าที่ทำให้เรียวขาของผู้หญิงดูยาวขึ้นเมื่อสวมใส่ นอกจากนั้น การสร้างเอกลักษณ์พื้นรองเท้าแดงยังทำให้ผู้หญิงได้รับความสนใจอีกด้วยโดยเฉพาะจากเพศตรงข้าม ครั้งหนึ่งลูบูแตงเคยเปรียบเปรยว่า ผู้ชายก็เหมือนกระทิง ไม่อาจต้านทานได้เมื่อเห็นสีแดง คำพูดนี้มีผู้หญิงจำนวนมากเห็นด้วย
               

     ดีไซน์ที่สร้างสรรค์ : สำหรับลูบูแตงการออกแบบอะไรที่ไม่จำเป็นหรือไม่เป็นที่ต้องการมีความสำคัญมากเพราะนั่นจะเป็นจุดขายจุดใหญ่สำหรับแบรนด์โดยเฉพาะแบรนด์ที่ตั้งราคาไว้สูง และมีความพิเศษแตกต่างจากแบรนด์อื่น แน่นอนว่าสินค้าและบริการบางแบรนด์อาจออกแบบมาเพื่อสนองทั้ง Need ความจำเป็น และ Want ความต้องการของลูกค้า แต่สินค้าจะไปต่อได้ก็ต่อเมื่อได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ และต้องรักษาสัมพันธภาพนั้นไว้เพื่อให้เกื้อหนุนกันไปอย่างยั่งยืน
               




      สร้างความแตกต่าง : ความเป็นรองเท้าพื้นสีแดงนี่เองที่ทำให้ลูบูแตงไม่เหมือนคู่แข่งและถูกจดจำง่าย เมื่อบวกกับกลยุทธ์การตลาดที่ชูตัวดีไซเนอร์เป็นจุดขาย แบรนด์ลูบูแตงจึงขึ้นแท่นแบรนด์รองเท้าระดับโลก ด้วยการสร้างความต่าง และใช้ความต่างนั้นเป็นแต้มต่อเหนือคู่แข่งขัน
               

     ช่องทางใหม่ในการเข้าถึงลูกค้า : วัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาคไม่เหมือนกัน ดังนั้น จึงต้องศึกษาช่องทางที่เหมาะสมเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ลูบูแตงก็เหมือนแบรนด์สินค้าหรูทั่วไปจากยุโรปที่ต้องการเจาะตลาดจีน ในขณะที่แบรนด์อื่นเลือกเหว่ยป๋อ โซเชียลมีเดียที่ทดแทนเฟซบุ๊กของจีน แต่ลูบูแตงกลับเลือก YouKu Tudou ที่เปรียบเสมือนยูทูบของชาวจีน และเป็นช่องทางที่คู่แข่งมองข้าม 
               

     ส่งผ่านความหลงใหลให้ลูกค้าเห็น : สิ่งหนึ่งที่มักถูกนำเสนอผ่านสื่อคือ ความรัก ความชอบของลูบูแตง (และทีมงาน) ที่มีต่อรองเท้า กว่าจะสำเร็จเป็นรองเท้า 1 คู่ใช้เวลาเฉลี่ย 150 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน ความภาคภูมิใจนี้ไม่จำเป็นต้องเก็บงำแต่สมควรสื่อสารให้ผู้บริโภคได้ร่วมรับรู้ไปด้วยกัน
               

     และนี่คือเรื่องราวของรองเท้าพื้นแดงที่ได้ชื่อว่าหรูหราและราคาแพงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก นอกจากนั้น ยังเป็นรองเท้าไม่ว่าแบรนด์ไหนก็ไม่อาจเลียนแบบได้ เนื่องเพราะลูบูแตงได้จดสิทธิบัตรรองเท้าพื้นแดงเป็นกรรมสิทธิ์เรียบร้อย และจริงจังกับการละเมิดลิขสิทธิ์ถึงขั้นเคยฟ้อง Van Haren แบรนด์รองเท้าเนเธอร์แลนด์ และ Yves Saint Laurent  ที่เคยผลิตรองเท้าพื้นแดงเหมือนลูบูแตงมาแล้ว
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 
 
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020