เอสเอ็มอีกลุ่มท่องเที่ยวต้องปรับตัวรับ AEC

by SMEs 26 พย. 2012
Share:

       

        สุวรรณชัย ฤทธิรักษ์ ที่ปรึกษาระดับ 10 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปัจจุบันประเทศไทยมีอันดับนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 16 ของโลก จากลูกค้าหลัก 47 ประเทศจากทุกทวีป ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ ดังนั้นหน้าที่ของ ททท. คือ จะต้องทำการตลาดเพื่อชักชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยในระดับที่ ททท. สามารถรองรับได้และเน้นคุณภาพเป็นหลักเพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนในอนาคต 

        “การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว เนื่องจากเราจะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกันในหมู่ชาติสมาชิกและมีความร่วมมือกันที่จะผลักดันการท่องเที่ยวในภูมิภาค อนาคตเรากำลังผลักดันให้ใช้วีซ่าฉบับเดียวให้นักท่องเที่ยวนอกกลุ่มสามารถเดินทางเข้าได้ทุกประเทศในอาเซียนโดยขอวีซ่าแค่ครั้งเดียวเพื่ออำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่”

แม้การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนน่าจะส่งผลดีต่อธุรกิจท่องเที่ยว แต่สุวรรณชัยแนะนำว่าผู้ประกอบการต้องมีการปรับตัวให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะต้องติดตามพฤติกรรมนักท่องเที่ยวอย่างทันท่วงที ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสามารถให้ข้อมูลเหล่านี้ได้ อย่าคิดไปตายเอาดาบหน้า ภายในสามปีคาดว่าจะมีโรงแรมเปิดใหม่ 4,000 ห้อง และภายใน 4 ปี ททท. ตั้งเป้าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาท จากปีที่แล้วคาดว่าจะอยู่ที่ 1 ล้านล้านบาท และเป็นส่วนของต่างชาติ 760,000 ล้านบาท อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคตมีการเติบโตขึ้นอยู่แล้วแต่ผู้ประกอบการจะสามารถมีส่วนร่วมได้มากน้อยเพียงใด
 
 
 
 
ทางด้าน ประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย ให้ความเห็นในมุมของผู้ประกอบการว่า “ตอนนี้ทุกชาติในอาเซียนได้ลงนามในสัญญาเปิดเสรีด้านการท่องเที่ยวหมดแล้วยกเว้นไทย เพราะต้องการให้มีความมั่นใจก่อนว่าเราจะไม่เสียเปรียบชาติอื่น เพราะเราไม่ต้องการไปลงทุนที่อื่น มีแต่คนอื่นอยากที่จะมาลงทุนที่ไทย อย่างเช่น โรงแรมตอนนี้เราเปิดโอกาสให้ต่างชาติมาถือหุ้นได้ 70% แต่ต้องเป็นโรงแรมระดับห้าดาวเท่านั้น และต้องมีการลงทุนใช้เงินต่อห้อง 15-20 ล้านบาท และต้องใช้เงินกู้ภายในประเทศไทยเท่านั้นเพื่อที่จะรักษาธุรกิจของคนไทยซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีเอาไว้”
 
        นอกจากนี้ ประกิจมองว่าธุรกิจท่องเที่ยวในบ้านเรายังมีจุดอ่อนเรื่องของราคาค่าบริการซึ่งราคายังถูกอยู่มากเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ ถ้าต้องการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพซึ่งมีการใช้จ่ายสูงมากกว่าปริมาณ นอกจากเราต้องไม่ทิ้งการบริการซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเราแล้วจะต้องพัฒนาเรื่องของบุคลากรให้มีศักยภาพและปริมาณที่เพียงพอ เพื่อที่จะทำให้ธุรกิจโรงแรมไทยสามารถอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน
 
 
 
 
ทางด้าน อภิชาติ สังฆอารี กรรมการผู้จัดการ เอ.อี.ดี ทราเวล จำกัด ยอมรับว่าผู้ประกอบการไทยยังมีความเข้าใจเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนน้อยมาก และยังมีจุดอ่อนที่ยังสู้ประเทศอื่นอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย ไม่ได้คือภาษาและระบบไอทีรวมถึงเรื่องเงินทุน แม้ว่าการบริการของเราจะดีเลิศ แต่เรากลับไม่สามารถไปทำงานประเทศอื่นได้
 
“สำหรับผู้ประกอบการบริษัททัวร์ค่อนข้างน่าเป็นห่วงมากกว่าโรงแรม เพราะมีผู้ประกอบการรายย่อยเยอะเนื่องจากใช้ทุนเพียงหนึ่งล้านบาทก็เปิดบริษัทได้ แต่จะมีโอกาสยากที่จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ อย่างในยุโรปก็มีการไล่ซื้อกิจการบริษัททัวร์ขนาดเล็กกัน ส่วนบริษัทไทยยากที่จะไปลงทุนที่อื่นมีแต่คนอื่นจะมาหาเรา สิ่งที่ผู้ประกอบการบริษัททัวร์ต้องรีบดำเนินการ คือ การฝึกอบรมพนักงานให้มีความสามารถมากขึ้น และคงจุดเด่นเรื่องการบริการเอาไว้ ที่สำคัญต้องรักษาพนักงานคุณภาพเอาไว้ให้ได้”
 
Share:

Related Articles

​มีของดีทำไมต้องทิ้ง แบรนด์ระดับโลกแห่ใช้ “เนื้อโกโก้” เป็นวัตถุดิบ เติมความหวานในอาหารแทนน้ำตาล

เรียกว่ายิงปืนทีเดียวได้นกหลายตัวเลยก็ว่าได้เมื่อ “เนสท์เล่” เปิดตัว “Incoa” ดาร์กช็อกโกแลตที่ปราศจากน้ำตาลแต่สร้างความหวานด้วยการผสมเนื้อของผลโกโก้..

by SME Thailand.| 07 เมย. 2021

​Plant-Based ไม่ได้ไปสุดแค่ของกิน Allbirds ใช้หนังจากพืช 100 % ผลิตรองเท้า

Allbirds แบรนด์รองเท้าจากซานฟรานซิสโก ผลิตรองเท้าหนังทางเลือกที่ทำจาก Plant Leather หรือ แผ่นหนังที่มีส่วนผสมจากพืชทั้งหมดเป็นครั้งแรกของโลก

by SME Thailand.| 31 มีค. 2021

​Alchemista ธุรกิจจัดเลี้ยงในบอสตัน ผลิต Food Locker ตู้เสิร์ฟอาหารฝีมือเชฟ ตอบรับเทรนด์บริโภคแบบไร้สัมผัส

เมื่อมีโควิดระบาด ธุรกิจจัดเลี้ยง (Catering) ได้รับผลกระทบแน่ๆ Alchemista จึงพลิกวิกฤตมาสร้างโอกาสให้กับธุรกิจ ด้วยการจดสิทธิบัตรและเปิดตัว food loc..

by SME Thailand.| 25 มีค. 2021