"จีน-มาเลย์-อินโด-CLMV" ความหวังส่งออกไทยปี'64 ที่ SME ต้องห้ามกระพริบตา!

by SME Thailand. 18 พย. 2020
Share:
TEXT : กองบรรณาธิการ





Main idea


      ส่งออกไทยยังมีหวัง

 
  • 9 ตลาดส่งออกสำคัญของไทย ปี 2564 ที่มี GDP ฟื้นตัวดี ได้แก่ จีน เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา เกาหลีใต้ เมียนมา ไต้หวัน และ สปป.ลาว
 
  • สินค้าส่งออกที่ฟื้นตัวดี ได้แก่ เม็ดพลาสติก น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว ผลไม้สด ยางพารา น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และเครื่องดื่ม
 
              


     ด้วยสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกและไทยที่กำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 อยู่ในขณะนี้ ส่งผลให้หลายกิจกรรมทั้งทางด้านธุรกิจและสังคมต้องถูกแช่แข็งหยุดนิ่งไปตามๆ กัน แถมบางกิจการก็ต้องล้มหายตายจากไปอย่างไม่สามารถฟื้นคืนกลับมาได้ แต่ด้วยสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะเริ่มผ่อนคลายลงบ้าง แม้ยังไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดของเรื่องจะจบลง ณ ที่ใด ก็ทำให้หลายประเทศ โดยเฉพาะไทยเองเริ่มหันมาเตรียมตัววางแผนด้านการส่งออก เพื่อทำการค้ากับนานาประเทศอีกครั้งหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีผู้ประกอบการหลายคนที่ยังขาดความมั่นใจ มองไม่เห็นทิศทางของความเป็นไปได้ วันนี้เราจึงขอนำข้อมูลมาสรุปเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจกัน
 



 
GDP ฟื้นตัวดี เหลือแค่ 1 ใน 3 ของโลก
 

     จากการวิเคราะห์ข้อมูลของ EXIM BANK โดย พิศิษฐ์ เสรีวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ได้สรุปถึงภาพรวมของสถานการณ์ไว้ดังนี้ โดยกล่าวว่า ณ ปัจจุบันนี้ เศรษฐกิจโลกกำลังจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยเริ่มมีสัญญาณกระเตื้องขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีนี้ ทั้งด้านการผลิต การบริโภค การจ้างงาน ขณะที่ด้านการส่งออกเริ่มหดตัวน้อยลง ตามข้อมูลที่กองทุนระหว่างประเทศ (IMF) ได้คาดการณ์เอาไว้ว่าเศรษฐกิจและการค้าโลกปี 2564 จะกลับมาขยายตัวได้ที่ 5.2 เปอร์เซ็นต์ และ 8.3 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ
              

     ทั้งนี้ IMF ยังได้คาดการณ์ไว้ในเดือนตุลาคม 2563 จากทั้งหมด 195 ประเทศว่าจะมีกลุ่มประเทศที่มี GDP ฟื้นตัวดี เทียบเท่าหรือสูงกว่าปี 2562 ด้วยกันทั้งหมด 60 ประเทศ หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของทั้งหมดเท่านั้น ที่เหลืออีกกว่า 135 คือ มี GDP ต่ำกว่าปี 2562 อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ อินเดีย เยอรมนี อิตาลี สเปน ฝรั่งเศส
              





     โดยเศรษฐกิจของโลกจะฟื้นตัวได้รวดเร็วแค่ไหนขึ้นอยู่กับ 4 ปัจจัยสำคัญ ซึ่งหากเปรียบเทียบเป็นการขับขี่ยานยนต์สามารถแบ่งได้ คือ 1. อัตราเร่งของเครื่องยนต์ – ความรวดเร็วในการพัฒนาวัคซีน 2. น้ำมันเชื้อเพลิง - นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ 3. ทัศนวิสัย -  ความชัดเจนในนโยบายของผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯ และ 4. ความสามารถของผู้ขับขี่ - ความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ของผู้ประกอบการหรือภาคธุรกิจ
 
 
9 ตลาดความหวังส่งออกไทย ปี 2564
 

     สำหรับการส่งออกของไทยเอง นับเป็นโชคดีที่ตลาดส่งออกสำคัญของไทยในปี 2564 มีติดอยู่ในกลุ่ม 60 ประเทศที่มี GDP สูงกว่าหรือเทียบเท่า GDP ในปี 2562 ทั้งหมด 9 ประเทศด้วยกัน  โดยเรียงลำดับตามมูลค่าส่งออก ได้แก่ จีน เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา เกาหลีใต้ เมียนมา ไต้หวัน และ สปป.ลาว


     สินค้าส่งออกสำคัญที่สามารถฟื้นตัวดีได้ก่อนเพื่อน แบ่งออกเป็น 1. กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ เม็ดพลาสติก น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว 2. กลุ่มสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปประเภทผลไม้สด ยางพารา น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และเครื่องดื่ม






     โดยกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK ได้คาดการณ์ว่าการส่งออกของไทยในปี 2564 จะสามารถเติบโตได้สูงสุดถึง 4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจและการค้าโลกฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำ (-10 เปอร์เซ็นต์) ในระยะสั้น แม้อาจยังไม่เท่ากับระดับเดิมในปี 2562 และยังคงชะลอตัวภายใต้บริบทและข้อจำกัดระหว่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับโอกาสของผู้ส่งออกไทยในการส่งออกไปยังตลาดใหม่ (New Frontiers) ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 น้อยกว่า ทำให้ฟื้นตัวเร็วกว่าอีกหลายประเทศทั่วโลก
 



 
ปรับตัวเร็ว ไปได้ไกลกว่า
 
              
     โดยหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการส่งออกของไทยในปี 2564 มีอยู่หลายส่วนที่เกี่ยวข้องด้วยกัน ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ อันดับแรก คือ ความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการไทยเองเพื่อรับกับโลกธุรกิจยุคใหม่หลังโควิด-19 โดยหากผู้ส่งออกไทยปรับตัวได้ดีในการผลิตและส่งออกสินค้าที่มีความหลากหลายและทนต่อแรงเสียดทานได้ดี เช่น การปรับปรุงรูปแบบผลิตภัณฑ์หรือเปลี่ยนวิธีการทำตลาดให้เหมาะสมกับผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อลดลง สร้างสมดุลระหว่างตลาดหลักและตลาดใหม่ได้ดี จะทำให้สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก


     เหมือนเช่นสถิติตัวเลขส่งออกล่าสุดของไทยในเดือนกันยายน 2563 ที่ผ่านมา โดยมีตัวเลขการหดตัวเหลือเพียง 3.9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมา ขณะหากเทียบกับตัวเลขส่งออก 9 เดือนแรกของปี มีการหดตัวสูงถึง 7.3 เปอร์เซ็นต์ จึงนับว่าดีกว่าคู่แข่งหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และอินเดีย






     ในด้านปัจจัยภายนอกที่เป็นตัวแปรสำคัญอย่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา กรรมการผู้จัดการฯ ได้ให้ข้อสังเกตว่าก็มีผลเช่นกัน โดยหาก โจ ไบเดน ได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 46 จะทำให้เกิดการเปลี่ยนทิศทางการดำเนินนโยบายการค้าการลงทุนของสหรัฐฯ ในหลายมิติ เหตุผลเป็นเพราะ 1.ไบเดนไม่สนับสนุนสงครามการค้า (Trade War) แต่หันมาสนับสนุนการลงทุนพลังงานสะอาด แถมยังมีนโยบายขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา และเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งจะผลักดันให้เกิดการย้ายฐานการลงทุนออกจากสหรัฐฯ มากขึ้น สวนทางกับแนวนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้บรรยากาศการค้าโลกมีท่าทีผ่อนคลาย จึงนับเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะปรับตัวให้สามารถเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจได้ไม่ยาก
 












www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​โรงแรมหรูชูไอเดียฉีก “365 วันปันใจจากเนื้อสัตว์” เปิดมินิบาร์ที่เสิร์ฟแค่มังสวิรัติเท่านั้น!!!

เกริช เจฮันนูวาลา ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเครือโรงแรมโอโวโล่เล่าถึงที่มาของแนวคิดการทำธุรกิจโรงแรมที่แตกต่าง กล้าทำร้านอาหารและบาร์ให้ปลอดเนื้อสัตว์ตลอด ..

by SME Thailand.| 24 พย. 2020

​“Wacoal” แบรนด์ชุดชั้นในสตรี ที่ถือกำเนิดมาจากทหารผ่านศึก!

“Wacoal” แบรนด์ชุดชั้นในเก่าแก่ของโลกที่มีอายุธุรกิจยาวนานเกือบ 8 ทศวรรษ รู้ไหมว่าเรื่องน่าทึ่งของวาโก้คือ ผู้ให้กำเนิดวาโก้ยังเป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญ..

by SME Thailand.| 23 พย. 2020

​บริษัทเสื้อผ้าญี่ปุ่นพลิกกลยุทธ์ เปิด Specialty Store หน้ากากสู้โควิด อันละ 3 หมื่นก็มีขาย

โดยปกติชาวญี่ปุ่นจะซื้อหาหน้ากากอนามัย (แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง) ตามร้านขายยา แต่หลังจากเกิดวิกฤตโควิด เริ่มมีแบรนด์ต่างๆ ผลิตหน้ากากผ้าออกจำหน่าย และน..

by SME Thailand.| 20 พย. 2020