พม่าบาตรหงายต่างชาติรุมทึ้ง...ไทยเฉื่อยกินแห้ว!!

by SMEs 04 มีค. 2014
Share:

 

 
 
เมื่อ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศอนุญาตให้บริษัทเอกชนสหรัฐฯ ลงทุนในพม่าได้แล้ว โดยสามารถทำธุรกรรมทางการเงินด้วยเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ และกู้ยืมเงินจากตลาดเครดิตทั่วโลกได้ อย่างไรก็ตาม กฎหมายคว่ำบาตรต่อพม่ายังคงมีอยู่และอาจถูกกลับมาบังคับใช้ได้ เพื่อเป็นข้อต่อรองให้รัฐบาลพม่ายังคงเดินหน้าปฏิรูปการเมืองการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตยยิ่งขึ้นต่อไป
 
เป็นจุดยืนเชิงธุรกิจที่คล้ายคลึงกับสหภาพยุโรปและแคนาดา ที่ได้ออกมาประกาศระงับการคว่ำบาตรชั่วคราวเช่นกันในเดือนเมษายนที่ผ่านมา  นอกจากนี้ ยังมีออสเตรเลียและญี่ปุ่นที่ออกมาส่งสัญญาณบวกในลักษณะเดียวกัน โดยต่างฝ่ายต่างต้องการยึดหัวหาดให้ได้ก่อน เพื่อเข้าแย่งชิงส่วนแบ่งทางธุรกิจให้กับบริษัทเอกชนของตน 
 
กลไกทางการเงินในพม่ามีแนวโน้มสดใสมากขึ้น  การที่สหรัฐฯ ได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนทำธุรกรรมทางการเงินด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลเชิงบวกต่อการทำธุรกิจ ด้วยสภาพคล่องที่มีสูงกว่าเงินสกุลอื่นที่ใช้ในพม่า และยังมีอัตราแลกเปลี่ยนต่อจ๊าดที่ค่อนข้างคงที่  ภายหลังการปฏิรูปเงินจ๊าดให้เป็นอัตราเดียวแบบ managed float ไปเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2012  
 
จะเกิดการไหลของเม็ดเงินลงทุนจากสหรัฐฯ จำนวนมากเข้าไปในพม่า  คล้ายคลึงกันกับการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ FDI ในเวียดนาม ช่วงทศวรรษ 1990 หลังการเปิดประเทศและการผ่อนปรนการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ  สำหรับพม่าแล้วอาจเริ่มเห็นเงินจากสหรัฐฯ ในธุรกิจที่ทำกำไรได้เร็วจากการตักตวงทรัพยากรธรรมชาติมูลค่าสูงเช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ สินแร่ และอัญมณี 
 
มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินเฟ้อสูงหรือวิกฤติเศรษฐกิจ เนื่องจากพม่ายังไม่เคยบริหารจัดการเม็ดเงินจำนวนมากที่ไหลเข้ามาในประเทศ และด้วยระบบการเงินการธนาคารที่ค่อนข้างล้าหลัง ทำให้อาจไม่สามารถควบคุมปริมาณเงินให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ จนมีผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อ ในทางกลับกัน หากนักลงทุนต่างชาติตัดสินใจดึงเม็ดเงินจำนวนมากกลับประเทศอย่างฉับพลัน ก็จะทำให้เงินจ๊าดอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วและอาจก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจได้
 
อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องจับตาดูนโยบายระหว่างประเทศของจีน เพราะมาตรการคว่ำบาตรของนานาประเทศทั่วโลกได้ทำให้จีนกลายเป็นนักลงทุนอันดับหนึ่งในพม่า แต่การผ่อนปรนการคว่ำบาตรนั้น ทำให้ความสัมพันธ์จีน-พม่าสั่นคลอน ทำให้จีนอาจต้องออกมาปรับเปลี่ยนนโยบายระหว่างประเทศเพื่อคานอำนาจตะวันตก
 
ฉะนั้น ธุรกิจไทยควรเร่งหาโอกาสและช่องทางธุรกิจที่ตนถนัด เช่น การค้าผ่านชายแดนที่มีความรุ่งเรืองและเป็นจุดแข็งของไทย  หรือควรมองหาโอกาสจากการเร่งปฏิรูปประเทศของพม่า  ด้วยการเข้าร่วมพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ โทรคมนาคม ระบบสุขภาพอนามัย ระบบการศึกษา (soft infrastructure) หรือ การผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า การกระจายสินค้าจำพวกสายไฟฟ้าและท่อน้ำให้แก่ชุมชน และการพัฒนาระบบขนส่ง (hard infrastructure)  
 
 
ข้อมูล :  EIC | Economic Intelligence Center 
 
Share:

Related Articles

​EAON MALL สลัดภาพค้าปลีกหัวเก่า ก้าวเท้าสู่ “ดิจิทัล” ตั้งศูนย์เทคโนโลยีนำร่องในจีน ก่อนใช้จริงในญี่ปุ่น

อิออน มอลล์ที่ให้บริการในจีนได้เคยนำร่องให้ร้านค้าของห้างไลฟ์สดจำหน่ายสินค้าไปแล้วหลังจากที่มีการก่อตั้งศูนย์บริหารดิจิทัลอิออนขึ้นในเมืองหังโจว เรี..

by SME Thailand.| 19 เมย. 2021

​หมัดเด็ดเล็กสู้ยักษ์! ถอดกลยุทธ์ Dunham's ห้างสรรพสินค้าอิสระแห่งสุดท้ายในอเมริกา

ทุกเมืองคงเคยมีห้างสรรพสินค้าในท้องถิ่น ก่อนที่แบรนด์ใหญ่ทุนหนาจะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาจนห้างท้องถิ่นสู้ไม่ไหวปิดตัวลงไปในที่สุด แต่ไม่ใช่กับ Dunham’s ..

by SME Thailand.| 09 เมย. 2021

​ไอเดียเข้าท่า!! สาวนักกำหนดอาหารเปิดคาเฟ่ ควบคลินิกสุขภาพแห่งแรกในฮ่องกง

ช่วงหลังๆ นี้ เทรนด์หนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือร้านอาหารประเภท Fast Casual มีการจ้างนักกำหนดอาหารมาประจำร้านมากขึ้น แต่ร้าน Grain Of Salt เป็นร้านแรกใน..

by SME Thailand.| 09 เมย. 2021