NEA ชู 4 กลยุทธ์เสริมแกร่งเพิ่มความรู้ SME ไทยทำธุรกิจทันสมัยเข้าใจลูกค้า

by SME Thailand News 22 กย. 2017
Share:



    "พรวิช" ผู้อำนวยการคนใหม่ NEA หรือสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หน่วยงานภายใต้สังกัดกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เผยแผนกลยุทธ์ 4 ด้าน หนุนพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทยให้มีองค์ความรู้ในการทำธุรกิจที่ทันสมัย เข้าใจความต้องการของกลุ่มลูกค้า เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ตั้งเป้าพัฒนาผู้ประกอบการ SME ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคนในปี 2561

    นายพรวิช ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ NEA (New Economy Academy) เปิดเผยว่า จากแนวคิดการพัฒนาประเทศให้ก้าวไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลที่เน้นการใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจ ประกอบกับอัตราการเติบโตของธุรกิจ SME  ในประเทศไทยที่เพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในปี 2560 นี้มีจำนวนบริษัท SME อยู่ที่ 3,004,679 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ถึง 238,713 ราย คิดเป็นเปอร์เซ็นคือ 8.63% 

     แต่ในกลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้ ยังขาดความรู้ในการดำเนินธุรกิจ หลายด้านเช่นการบริหารจัดการการ เงิน,การขาดความเข้าใจผู้บริโภค ,การเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุน, การเปิดตลาดในต่างประเทศ เป็นต้น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จึงจัดตั้ง ‘สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ New Economy Academy หรือ NEA ขึ้นเพื่อมอบองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการ SME ไทยในทุกภาคส่วนธุรกิจ โดยเฉพาะจุดแข็งเรื่องความรู้ด้านการค้าในต่างประเทศ

     โดยรูปแบบการทำงานของสถาบันฯ เป็นการจัดหลักสูตรอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ SME ไทยทุกประเภทธุรกิจที่สนใจอยากพัฒนาศักยภาพ โดยแบ่งการจัดอบรม 3 รูปแบบ

     1.Face-to-face : หลักสูตรการอบรมแบบที่ผู้ประกอบการสามารถเรียนรู้จากวิทยากรได้สดๆ พร้อมทำ Workshop ในห้องปฏิบัติการ ผู้ประกอบการสามารถซักถามข้อสงสัยจากวิทยากรได้แบบ Real Time

    2.E-Learning : หลักสูตรการอบรมแบบออนไลน์ เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่สะดวกมาเข้าร่วมหลักสูตรในคลาสสด
     
    3.Virtual Classrooms : ระบบห้องเรียนเสมือนจริงที่ผู้ประกอบการสื่อสารกับวิทยากรและเพื่อนร่วมคลาสได้ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยโครงการนำร่องแรกที่จะเปิดสอนในลักษณะนี้คือเรื่องการทำ Video Marketing

     “จริงอยู่ที่ปัจจุบันมีหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนจัดหลักสูตรอบรมผู้ประกอบการในลักษณะเดียวกัน แต่ความแตกต่างของ NEA คือการมี Knowledge Base เกี่ยวกับการตลาดระหว่างประเทศ จากกรมการค้าระหว่างประเทศที่มีสำนักงานพาณิชย์กว่า 58 แห่งทั่วโลกตั้งอยู่ในจุดการค้าสำคัญ รวมถึงการมีพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาธุรกิจจากหลายหน่วยงานผลัดเปลี่ยนมาให้ความรู้คำแนะนำจากประสบการณ์จริง ทุกหลักสูตรจึงมีความน่าเชื่อถือและมีสถานที่ตั้งสถาบันที่ทันสมัยอยู่กลางกรุงเทพฯ บนถนนรัชดาภิเษก โดยในปีแรกนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วกว่า 10,000 ราย”

     สำหรับเป้าหมายของ NEA คือการพัฒนาผู้ประกอบการ SME ให้มีความรู้เป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างรายได้อย่างมั่งคั่งพร้อมเพิ่มความมีส่วนร่วมของ SME ต่อการกระตุ้น GDP ของประเทศ จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกลยุทธ์ ดังนี้

     กลยุทธ์ที่ 1 : มีการพัฒนาหลักสูตรของสถาบันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครอบคลุมกับความต้องการของผู้ประกอบการ SME ทุกขนาดทุกภาคธุรกิจ และตอบโจทย์สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

     กลยุทธ์ที่ 2 : การจัดโครงการสัมมนาอบรมผู้ประกอบการ SME ที่สอดคล้องกับเทรนด์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ตอนนี้หลักสูตรของ NEA เน้นการส่งเสริมอีคอมเมิร์ซมากขึ้น และให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธุรกิจจากเทคโนโลยีและเทรนด์ในยุคดิจิทัล

     กลยุทธ์ที่ 3 : การสร้างพันธมิตรในทุกด้านทั้งการเงิน การศึกษา และเทคโนโลยีเพื่อร่วมมือพัฒนาผู้ประกอบการให้นำความรู้ไปต่อยอดในการดำเนินธุรกิจได้

     กลยุทธ์ที่ 4 : สถาบันจะขยายหลักสูตรการอบรมสู่ประเทศในอาเซียนโดยเริ่มที่กลุ่มประเทศ CLMV โดยจะจัดคอร์สฝึกอบรมพร้อมผู้ประกอบการไทยเพื่อสร้างพันธมิตรที่ดีทางการค้าและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ดีระหว่างผู้เข้าอบรม

     นายพรวิช กล่าวว่า ในยุคปัจจุบันเป็นยุคที่คนตัวเล็กอยากเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง ทำให้มีธุรกิจ SME เกิดขึ้นมาก นับเป็นความท้าทายของ NEA ที่จะจัดหลักสูตรให้เข้าถึงผู้ประกอบการ SME ทั้งหมด อีกเรื่องคือการทำความเข้าใจเทรนด์ตลาดและความคิดของกลุ่ม SME ในแต่ละกลุ่มว่ามีความต้องการพัฒนาความรู้แบบใด ในส่วนนี้เราจะต้องทำการวิเคราะห์เทรนด์ของการฝึกอบรมด้านการค้าระหว่างประเทศที่ทันสมัยที่สุดรวมทั้งใช้เทคโนโลยี “การวิเคราะห์ข้อมูล (Data analysis)” มาช่วยประมวลผลข้อมูลผู้ประกอบการที่เข้าร่วมอบรมว่าทำธุรกิจอะไรและมีความสนใจเรื่องใดเป็นพิเศษ เพื่อนำไปวิจัยออกแบบหลักสูตรให้สามารถพัฒนาศักยภาพ SME ไทยสู่การเป็น Smart SME อย่างแท้จริง

รายละเอียดหลักสูตรเพื่อผู้ประกอบการ SME สามารถดูได้เพิ่มเติมที่ www.nea.ditp.go.th

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​อะไรๆ ก็เป็น..นาฬิกา “Stretch Clock” เปลี่ยนสิ่งของให้บอกเวลาได้

นักออกแบบชื่อ “Nicholas Baker” มักเก็บตัวอย่างของวัตถุต่างๆ ที่น่าสนใจเพื่อนำกลับมาต่อยอดสร้างเป็นชิ้นงานอยู่บ่อยๆ จนในที่สุดก็สร้างแบรนด์ “Stretch ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​เชลล์ถึงขั้นต้องชวนชิม “Rock Ice” น้ำแข็งจอมอึดจากแดนอาทิตย์อุทัย

ถ้าพูดถึงน้ำแข็งจอมอึด ละลายช้าที่สุด หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ "Rock Ice" น้ำแข็งที่เดินทางไกลมาจากแดนอาทิตย์อุทัยรวมอยู่ด้วยแน่นอน แต่นอก..

by SME Thailand.| 27 ตค. 2020

​“ทำธุรกิจต้องพราวด์ในสินค้าตัวเอง” วิชั่นผู้จัดละคร “เจ็ท-ณัฐพงศ์” บนถนนธุรกิจ BEKERGROUP

“BEKERGROUP BROWNIES” คือหนึ่งในแบรนด์บราวนี่สุดฮอตบนโลกออนไลน์ ที่วันนี้กำลังแตกไลน์สู่น้ำพริกหมูหยองอบกรอบ ซึ่งมีเป้าหมายคือส่งออกตลาดจีน มุมคิดกา..

by SME Thailand.| 27 ตค. 2020