เปิดกลยุทธ์ AggieHome ร้านขายอุปกรณ์เกษตร จ.นครสวรรค์ ใช้ออนไลน์พลิกธุรกิจสู่ร้อยล้าน

by SME Thailand. 31 มีค. 2021
Share:
TEXT : กองบรรณาธิการ
PHOTO : AggieHome





       นี่คือร้านขายอุปกรณ์การเกษตรที่ตกแต่งทันสมัยในสไตล์โมเดิร์นเทรด มีสินค้านับหมื่นรายการ มีผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ของตัวเอง มีขายกระทั่งโดรนและโซลาร์เซลล์ที่ใช้ในภาคเกษตร ขายสินค้าไปทั่วประเทศแม้แต่ตลาดเพื่อนบ้าน ที่สำคัญร้านของพวกเขายังเป็นโลคัลแบรนด์ขนานแท้


       เรากำลังพูดถึง AggieHome” (แอ็กกี้โฮม) ร้านขายอุปกรณ์การเกษตรและเครื่องมือช่าง ซึ่งตั้งอยู่ใน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ และทำยอดขายปังอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ มีรายได้หลักร้อยล้านบาทต่อปี ร้านที่เริ่มต้นจากความไม่รู้ แต่เลือกเรียนรู้และลงมือทำจนประสบความสำเร็จ  ด้วยความมุ่งมั่นของ “ลลิลลา ธรรมนิธา” เจ้าของธุรกิจ AggieHome ที่เพิ่งคว้ารางวัลสุดยอดผู้ประกอบการหญิงแห่งปีจากลาซาด้ามาสดๆ ร้อนๆ



 
               
ปักหมุดธุรกิจในตลาด Red Ocean
               

        หลายคนเริ่มต้นธุรกิจก็ย่อมอยากไปในตลาดที่มีคู่แข่งน้อยๆ แต่สำหรับ AggieHome ร้านขายอุปกรณ์การเกษตรและเครื่องมือช่าง ใน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ พวกเขาเลือกไปในตลาดที่เต็มไปด้วยคู่แข่งขัน เพราะเชื่อว่าน่านน้ำนั้นจะเต็มไปด้วยปลาฝูงใหญ่ ที่สร้างโอกาสให้กับธุรกิจได้อีกมาก


       “เดิมทีครอบครัวของสามีทำธุรกิจเกี่ยวกับเคมีเกษตรขายพวกปุ๋ยยา อยู่ที่ จ.ลพบุรี ทางเราอยากเติบโตจึงแยกออกมาทำร้านขายอุปกรณ์การเกษตรและเครื่องมือช่างใน จ.นครสวรรค์ เพราะมองว่าเป็นธุรกิจที่ส่งเสริมกันได้ ซึ่งก็ไม่ได้รู้จักใครที่นี่เพียงแต่เห็นว่าเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ โดยเราเข้ามาใน อ.ตาคลี ซึ่งมีการทำเกษตรพวกไร่อ้อยอยู่เยอะมาก เลยรู้ว่ามีความต้องการใช้อุปกรณ์การเกษตรและเครื่องมือช่างค่อนข้างเยอะ เพียงแต่ว่าคู่แข่งขันก็เยอะมากเช่นกัน แต่ก็คิดว่าถ้าเราเข้าไปในตลาดที่มีคู่แข่งขันน้อย หรือไปในบ่อที่มีปลาน้อยๆ เราก็คงตกได้แค่ปลาจำนวนน้อยๆ แค่นั้น แต่ถ้าเราไปในบ่อตกปลาที่ใหญ่ อาจมีคนตกปลาเยอะก็จริง แต่อย่างน้อยถ้าเรามุ่งมั่นตั้งใจไปกับมัน ก็เชื่อว่าจะสามารถได้ปลาตัวใหญ่หรือปลาหลายๆ ตัวได้เช่นกัน ตลาดที่มีคู่แข่งเยอะมันมีความท้าทาย ทำให้เรามีความคิดที่จะฝ่าฟันหรือพัฒนาต่อไปข้างหน้า เพื่อช่วงชิงตลาดนั้นมาให้ได้” เธอเล่าที่มาของการเลือกสนามที่เต็มไปด้วยคู่แข่งขัน
               

      ส่วนเหตุผลว่าทำไมต้องเลือกธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร ลลิลลา ให้คำตอบว่า นอกจากจะเป็นการต่อยอดธุรกิจเดิมของกงสีแล้ว ทั้งเธอและสามีต่างก็เรียนจบปริญญาโทสาขาธุรกิจการเกษตร จากคณะเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เธอสนใจในการเกษตรเพราะรู้ว่าอาชีพหลักของคนไทยก็คือเกษตรกรรม เลยเลือกมาทำ AggieHome เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน โดยที่ “Aggie” มาจาก “Agriculture” ที่แปลว่า “เกษตรกรรม” ส่วน  “Home” แปลว่า “บ้าน” ให้ความหมายว่าเป็นร้านขายอุปกรณ์การเกษตรและเครื่องมือช่าง ที่ให้บริการด้วยความใกล้ชิดและอบอุ่นเหมือนบ้าน สะท้อนผ่านโลโก้ซึ่งเป็นรูปบ้านและต้นไม้

 
           
 
แก้ปัญหาสต็อกสินค้า นำพาธุรกิจขึ้นแพลตฟอร์มออนไลน์
               

       AggieHome เปิดตัวด้วยการพลิกโฉมร้านขายอุปกรณ์การเกษตรแบบเดิมๆ มาเป็นร้านสไตล์โมเดิร์นเทรด ที่ทั้งใหญ่ ทันสมัย บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ราคาขายชัดเจน มีสินค้าครบครันและหลากหลาย ชนิดที่ว่าลูกค้าที่เดินเข้าร้านจะต้องไม่กลับไปมือเปล่า แต่ทว่าความครบครันและจัดเต็มที่ว่า กลับสร้างปัญหาใหญ่ให้กับพวกเขา  


       “พอเราอยากทำให้ของมันครบ นั่นหมายถึงเราต้องสต็อกของเยอะมากด้วย ลืมนึกไปว่าเราเองก็ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังขนาดนั้น สมมุติเครื่องมือช่างอย่างสว่าน 1 ตัว มันมีไม่รู้กี่ยี่ห้อ ไม่รู้กี่ขนาด เราก็เอามาทุกขนาดเลย ด้วยความที่บอกตัวเองว่าเราต้องครบ ลูกค้าเข้ามาทุกครั้งจะต้องไม่ออกจากร้านไปมือเปล่า ทำไปได้สักปีสองปีเงินก็เริ่มหมด เวลาจ่ายบิลตัดเช็คแต่ละทีเหนื่อยมาก จนเริ่มทนไม่ไหว มันอึดอัด ของเราเยอะแต่การหมุนเวียนของสินค้าที่ออกไปมันน้อยไม่บาลานซ์กัน เลยมานั่งคิดว่าจะทำยังไงดี เพื่อให้เงินคล่องตัวขึ้น และสินค้าออกไปได้ไวขึ้น ไม่ใช่แค่รอคนในพื้นที่มาซื้อเท่านั้น ก็เลยมองไปที่ช่องทางออนไลน์ เพราะปกติเป็นคนที่ซื้อของออนไลน์อยู่แล้ว ทำไมเราไม่เอาของในร้านเราที่มีอยู่เป็นหมื่นรายการ ไปวางในแพลตฟอร์มออนไลน์บ้าง เพื่อให้คนอื่นที่เขาต้องการสามารถมาสั่งของจากเราได้”


      และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่สนามออนไลน์ของ AggieHome เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน โดยเริ่มจากวิธีคลาสสิกใช้ Facebook ของตัวเองทดลองขายสินค้า เธอจริงจังขนาดไปเทคคอร์สเรียนทำการตลาดบน Facebook เริ่มหัดยิงโฆษณา ลองใช้ Google  เข้ามาช่วย แต่พบว่าเงินที่เสียไปกลับไม่ค่อยได้อะไรกลับมาเท่าที่คาดหวัง ก็เลยเริ่มมองแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ อย่าง Lazada และ Shopee  โดยมองว่าไม่ได้ใช้เงินลงทุนอะไร และไม่ต้องไปยิงโฆษณาเอง เพราะแพลตฟอร์มต่างๆ มีการทำโฆษณาของเขาเองอยู่แล้ว


        โดยปัจจุบัน AggieHome มีสินค้าที่ขายอยู่หน้าร้านประมาณ 1 หมื่นรายการ ส่วนที่ขายบนออนไลน์อยู่ที่ประมาณ 3 พันรายการ ซึ่งพวกเขาตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนสินค้าในแพลตฟอร์มออนไลน์ให้มากขึ้น เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น เพื่อที่เมื่อแวะมา AggieHome จะได้ไม่กลับไปมือเปล่าไม่ว่าจะในออนไลน์หรือออฟไลน์



              
               
สร้างจุดขายด้วยการขายสินค้าที่แตกต่าง บริการที่ตอบโจทย์


       การจะนำพาสินค้าจากหน้าร้านออฟไลน์ ขึ้นมาขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ให้สำเร็จได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ลลิลลา บอกหนึ่งปัญหาสำคัญก็คือการแข่งขันทางด้านราคาที่ค่อนข้างสูง และมีการขายตัดราคากันอยู่ทุกวี่วัน เพราะฉะนั้นร้านค้าต้องติดตามราคาให้ทัน รวมถึงพยายามหาสิ่งใหม่ๆ ที่คนอื่นยังไม่ค่อยขาย เอามาขายให้มากขึ้น


        “บนออนไลน์ถ้าเราขายของที่เขาขายกันอยู่แล้ว มันค่อนข้างจะขายยาก เพราะว่าของมันเหมือนๆ กัน เราเลยพยายามมองหาสินค้าตัวใหม่ๆ เข้ามาขาย รวมถึงทำแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อป้องกันการแข่งขันด้านราคา โดยสินค้าที่เราทำภายใต้แบรนด์ของเรา ก็จะมีพวกเครื่องตัดหญ้า อุปกรณ์ฉีดยา มีแผงโซลาร์เซลล์ อะไรอย่างนี้ ตัวอย่างเช่น ถังฉีดยาเขามีขายกันอยู่ทั่วประเทศ แต่ของเราจะเป็นถังฉีดยาโซลาร์เซลล์คือไม่ต้องใช้แบตเตอรีหรือน้ำมันก็ทำงานได้ โดยใช้โซลาร์เซลล์ ซึ่งทุกวันนี้มันมีนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาอยู่เรื่อยๆ เพียงแต่ในโลกของออนไลน์เราต้องเร็ว ทั้งเร็วในการหาสินค้าเข้ามาขาย เร็วในการส่งสินค้า เร็วในการให้บริการ รวมถึงการบริการหลังการขายคุณก็ต้องเร็วด้วย” เธอบอก


        ในร้าน AggieHome ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เลยมีสินค้านวัตกรรมการเกษตรคูลๆ หมุนเวียนมาให้เกษตรกรได้เลือกใช้ตามฤดูกาล และทันต่อความต้องการอยู่เสมอ เช่น ฤดูร้อน ก็มีปั๊มน้ำโซลาร์เซลล์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการควบคุมเครื่องมาขาย พอหน้าฝนน้ำไม่มีปัญหาก็มาเน้นขายพวกเครื่องตัดหญ้าที่เกษตรกรมีความต้องการมากกว่าแทน อะไรมาใหม่ก็ต้องมีให้ลูกค้าเลือก อย่างโดรนสำหรับการเกษตร ที่ AggieHome ก็มีให้จับจองเป็นเจ้าของเช่นกัน ขณะที่ปิดจุดอ่อนการขายออนไลน์ และลดปัญหาให้กับกลุ่มเกษตรกรมือใหม่ที่มาทำการเกษตรกันมากขึ้นในยุคนี้ โดยการให้ข้อมูลสินค้าที่ละเอียด เข้าใจง่าย คิดคำตอบก่อนลูกค้าจะถาม เพื่อประหยัดพลังงานให้กับลูกค้าที่เข้ามาหาพวกเขา




 
ทุกอย่างสำเร็จได้จากการเรียนรู้และลงมือทำ


       ลลิลลา ไม่ใช่คนที่มีความรู้ในเรื่องการขายอุปกรณ์การเกษตรและเครื่องมือช่างมาก่อน กระทั่งการตลาดออนไลน์ก็เป็นเรื่องใหม่สำหรับเธอทั้งนั้น แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นได้จากการเรียนรู้และลงมือทำ ค่อยๆ เติมในสิ่งที่ขาด และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะการบริหารจัดการร้านค้าปลีก การทำภาพ Photoshop ตัดต่อคลิปวิดีโอ การตลาดออนไลน์ ฯลฯ เธอใช้วิธีไปลงเรียนเก็บเกี่ยวความรู้ พาลูกน้องไปเรียนรู้เรื่องเดียวกัน แล้วค่อยๆ นำมาใช้ในธุรกิจ


        “เราอัพเกรดพนักงานของเราให้เขามีข้อมูลหรือมีเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา อย่างลูกน้องที่เป็นช่างเราก็ให้ไปเทคคอร์สเรียนเพื่อให้สามารถตอบข้อมูลลูกค้าได้ถูกต้องและแม่นยำขึ้น ซึ่งส่งผลให้เราขายสินค้าได้มากขึ้น พอลูกค้าประทับใจเขาก็จะเกิดการบอกปากต่อปากและมีการแนะนำกันขึ้นมา


       สำหรับคนที่จะเข้ามาในธุรกิจนี้ มองว่ามันไม่ง่าย แต่ก็ไม่มีอะไรยากเกินความพยายามของเราแน่นอน เพราะอย่างตัวเองก็ไม่ได้มีความรู้มาตั้งแต่ต้น แต่อาศัยมาหาความรู้เพิ่มเติมเอาจากการเรียน การหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต รวมถึงการเทคคอร์สต่างๆ เพราะเราคงไม่มีทางรู้ทุกเรื่องตั้งแต่แรกหรอก แต่ความรู้มันหาเพิ่มเติมได้”


       จากร้านทันสมัย ที่อยู่ในอ.เล็กๆ ของ จ.นครสวรรค์ วันนี้สินค้าจากร้าน  AggieHome ถูกส่งขายไปทั่วประเทศ กระทั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยหลังจากมาทำออนไลน์ธุรกิจของพวกเขาก็เติบโตสู่กิจการหลักร้อยล้านบาท และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงวิกฤตอย่างโควิด ลลิลลา บอกว่านั่นเพราะสินค้าเกษตรเป็นสิ่งจำเป็น เป็นเครื่องมือทำมาหาเลี้ยงชีพของเกษตรกร ฉะนั้นทุกคนยังต้องซื้อและต้องใช้ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไรก็ตาม





        เมื่อถามถึงเป้าหมายในการทำธุรกิจนี้ เธอบอกว่า อยากให้ AggieHome เป็นโมเดิร์นเทรดของสินค้าเกษตรและเครื่องมือช่างในโลกออนไลน์ ลูกค้าอยากได้อะไรแวะมาเมื่อไรก็ต้องสามารถได้ในสิ่งที่ต้องการจากร้านของพวกเขา แน่นอนว่าเธอจะพยายามเพื่อไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้


       “คนที่อยากเอาร้านมาขึ้นแพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องมองตลาด มองโอกาสให้ออกก่อน และเมื่อโอกาสมาถึงก็ห้ามปล่อยโอกาสนั้นให้หลุดลอยไป แต่ต้องคว้าเอาไว้ก่อน ส่วนจะทำได้หรือไม่ได้อันนั้นเป็นขั้นตอนต่อไป ที่เราจะต้องมาแก้ปัญหา หรือมาหาวิธีทำให้โอกาสที่เราคว้ามาแล้วนั้นสำเร็จให้ได้ จริงๆ ในโลกออนไลน์สามารถขายได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เพียงแต่ที่ผ่านมาคนมักจะขายตามๆ กัน เช่น เห็นเขาขายเสื้อผ้าดีคุณก็ไปขายเสื้อผ้า เห็นเขาขายชานมไข่มุกดี คุณก็ไปขายชานมไข่มุก จนตอนนี้ชานมไข่มุกราคาถูกไปหมดเพราะใครๆ ก็แห่มาขาย ฉะนั้นจงอย่าไปขายตามใครเพราะเราจะเหนื่อย” เธอบอกในตอนท้าย
                 

        และนี่คือเรื่องราวของผู้ประกอบการนักสู้ใน จ.นครสวรรค์ ที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีกลยุทธ์  จนกลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ และเติบโตไม่หยุด ด้วยพลังของเครื่องมือที่ชื่อ...ออนไลน์
 




 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​ปรับธุรกิจใหม่ยังไงให้โตในวันที่ไวรัสครองเมือง ถอดบทเรียน Suptar Studio แจ้งเกิดในพื้นที่โรคระบาด

Suptar Studio ธุรกิจที่ถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงโควิด และนี่คือ 5 วิธีหนีตายสร้างรายได้ใหม่สไตล์ Suptar Studio ที่สามารถแจ้งเกิดธุรกิจในพื้นที่โรคระบาดห..

by SME Thailand.| 27 กย. 2021

​เปิดฝา “น้ำพริกนิตยา” แบรนด์ดังในโลกออนไลน์ที่ชั่วโมงนี้ไม่รู้จักไม่ได้แล้ว

ถ้าพูดถึงแบรนด์น้ำพริกของไทย ชั่วโมงนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “น้ำพริกนิตยา” อย่างแน่นอน ไม่น่าเชื่อว่าจากกระแสข่าวดราม่าที่เกิดขึ้นในช่วงไม่ถึงหนึ่งสั..

by SME Thailand.| 24 กย. 2021

​เปิดใจเจ้าของโรงงานพีคถ่านอัดแท่ง ทำรายได้ปีละ 8 หลัก มีวันนี้เพราะคำ bully เป็นแรงฮึด

“คนเผาถ่าน” คำพูดที่ติดอยู่ในใจ บอย-ปราโมทย์ เตือประโคน มากว่า 20 ปี กลายเป็นคำที่ทำให้เขายอมตัดสินใจลาออกจากงานประจำทันทีตอนที่ขายถ่านได้ 10 ตัน ก้..

by SME Thailand.| 22 กย. 2021