ถอดกลยุทธ์ USP ธุรกิจขนย้ายบ้านชาวต่างชาติ เริ่มต้นที่ภูเก็ตให้บริการไปทั่วโลก

by SME Thailand. 13 พค. 2021
Share:
TEXT : กองบรรณาธิการ
PHOTO : United Service Phuket (USP)





       เป็นอีกธุรกิจที่มีโอกาสซ่อนอยู่อย่างน่าสนใจ สำหรับธุรกิจขนย้ายบ้านชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย (Expat) ทั้งย้ายเข้ามาอยู่เมืองไทย ย้ายจากไทยไปต่างประเทศ การขนย้ายข้ามประเทศ หรือขนย้ายอยู่ภายในไทย จะขนส่งทางเรือ รถ หรือเครื่องบิน ย้ายไปยังประเทศใหญ่ หรือแม้แต่เกาะเล็กๆ ก็สามารถตอบโจทย์ได้ ด้วยค่าบริการตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักล้าน!      


     หนึ่งในผู้เล่นสนามนี้อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต เดิมเป็นของชาวต่างชาติ ก่อนที่ประมาณ 7 ปีก่อน “กฤต เบญจอาธรศิริกุล” ซึ่งเรียนจบเศรษฐศาสตร์มาจากนิวซีแลนด์ ตัดสินใจซื้อกิจการมาทำต่อ จนกลายเป็น เจ้าของธุรกิจ United Service Phuket (USP) ในปัจจุบัน ดำเนินธุรกิจด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยเน้นให้บริการขนย้ายบ้านชาวต่างชาติที่มาทําธุรกิจหรืออาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันมีสาขาทั้งในภูเก็ตและกรุงเทพฯ และให้บริการขนย้ายไปทั่วโลกอีกด้วย



 
 
                เสิร์ฟบริการขนย้ายอย่างมืออาชีพเจาะกลุ่มลูกค้า Expat
               

      ในแต่ละปีมีชาวต่างชาติที่หมุนเวียนเข้ามาทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างภูเก็ต หลายคนติดตามบริษัทแม่ที่มาเปิดสาขาในประเทศไทย โรงแรมเชนใหญ่หมุนเวียนพนักงานไปสาขาต่างประเทศ ดึงสตาฟจากต่างประเทศเข้ามาไทย บางคนส่งลูกหลานมาเรียนอินเตอร์ที่เมืองไทย หลายครอบครัวย้ายมาอยู่เมืองไทย และอีกหลายครอบครัวก็ย้ายกลับไปอยู่ต่างประเทศ นี่เป็นวิถีชีวิตที่ปลุกให้ตลาด “ขนย้ายบ้าน” เติบโตอย่างคึกคักตลอดหลายปีที่ผ่านมา    
               

      “ความต้องการในการย้ายบ้านของชาวต่างชาติทั้งที่อยู่ในภูเก็ตและกรุงเทพฯ มีค่อนข้างมาก ทั้งกลุ่มที่มาอยู่แบบระยะยาวและระยะสั้น โดยชาวต่างชาติส่วนใหญ่เขาจะเช่าบ้าน ไม่ค่อยซื้อบ้านกัน ซึ่งเวลาเช่าแต่ละครั้งหากบ้านมีปัญหาเขาก็จะย้าย บางทีมีการเปลี่ยนประเทศ หรือย้ายหน่วยงาน เขาก็จะย้ายบ้านตาม มีเงินเพิ่มก็อัพเกรดบ้าน เงินลดก็ดาวน์เกรดบ้านลง ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วต่อ 1 ครอบครัว เขาจะย้ายบ้านในรอบประมาณ 3 ปีครั้ง และถ้าเคยใช้บริการเราแล้วดี ครั้งต่อไปเขาก็จะใช้เราอีก” กฤต บอกโอกาสที่เกิดขึ้นและเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจลงมาเล่นในสนามนี้
               

     นอกจากลูกค้าทั่วไปที่มารับบริการ ยังมีกลุ่มลูกค้าองค์กรซึ่งเป็นอีกตลาดที่น่าสนใจ เขายกตัวอย่าง โรงเรียนที่มีคุณครูชาวต่างชาติ โรงแรมที่มีการหมุนเวียนสตาฟและ GM มาจากต่างประเทศ รวมถึงบริษัทข้ามชาติที่มาเปิดสาขาในประเทศไทย และเลือกบริษัทขนย้ายมาบริการให้กับพนักงานของตนเอง ซึ่งเขาบอกว่าหากเป็นงานที่ค่อนข้างใหญ่ ยอดค่อนข้างสูง รวมถึงเป็นการขนย้ายระหว่างประเทศแล้วล่ะก็ หน่วยงานจะมีการเปรียบเทียบราคาและเลือกผู้ให้บริการมากกว่า 1 เจ้า ซึ่งสิ่งที่พวกเขาต้องเอาไปสู้กับคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาดก็คือ ราคาต้องได้และบริการต้องดีนั่นเอง



 

รูปแบบบริการขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า


       บริการขนย้ายบ้านมีแพ็กเกจที่หลากหลายขึ้นกับความต้องการของลูกค้า โดยหน้าที่ของพวกเขาคือนำเสนอแพ็กเกจที่ดีและตอบโจทย์ที่สุด เพื่อให้ลูกค้าสามารถไปเปรียบเทียบกับเจ้าอื่น และตกลงใจรับบริการที่ถูกใจกว่าจากพวกเขาได้ โดยทางเลือกของลูกค้ามีตั้งแต่ การขนส่งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ มีขนาดรถ ขนาดตู้คอนเทนเนอร์ให้เลือก อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ตั้งแต่การจัดเก็บ กระจาย และขนส่ง  มีการหีบห่อของในบ้านอย่างมืออาชีพ และจัดเก็บให้เรียบร้อยเมื่อถึงปลายทาง โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเหนื่อยกับการเก็บของเอง ขนได้ตั้งแต่ของชิ้นเล็ก ของที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และของชิ้นใหญ่อย่างเตียง ตู้ โซฟา แม้แต่เรือยังขนย้ายให้ลูกค้ามาแล้ว นอกจากนี้ยังมีการทำประกันภัยสินค้าให้กับลูกค้า เพื่อป้องกันของสูญหายและเสียหายอีกด้วย


     โดยราคาค่าบริการจะขึ้นกับรายละเอียดของแต่ละงาน เช่น ระยะทางในการขนส่ง ไปภูมิภาคไหน ใกล้หรือไกล รวมถึงปริมาณของที่จะขนย้าย และวิธีการในการขนส่ง เช่น การขนส่งทางเรืออาจใช้เวลานานแต่ราคาจะถูกกว่าเครื่องบิน และสามารถขนส่งของชิ้นใหญ่ได้ ตลอดจนความอ่อนไหวของสินค้า เช่น ถ้าเป็นพวกเสื้อผ้าที่ไม่ค่อยเสียหายมาก บริการแพ็กกิ้งก็จะถูกกว่าของที่เป็นเสียหายง่าย อย่าง พวกแจกัน แก้ว เป็นต้น


     “อัตราค่าบริการของเรามีตั้งแต่หลักพันบาทขึ้นไป อย่าง ย้ายหอ ย้ายคอนโด ที่ของไม่ได้เยอะมากและระยะทางไม่ได้ไกลมาก ส่วนกรณีที่แพงหน่อย ก็จะเป็นการขนย้ายระหว่างประเทศ เช่น ไปยุโรป อเมริกา พวกนี้ก็มีตั้งแต่  5-6 แสนบาท ไปจนถึงหลักล้านบาทก็มี ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า และรายละเอียดของงานเป็นหลัก”


     สำหรับระยะเวลาในการให้บริการมีตั้งแต่ 1-3 วัน ไปจนถึง 2 เดือน ขึ้นอยู่กับระยะทาง และความยากง่ายในการขนย้าย โดยเฉพาะการขนส่งในสถานการณ์โควิดที่อาจต้องใช้เวลานานกว่าเวลาปกตินั่นเอง


     ถามว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังที่สุดจากบริษัทขนย้ายบ้าน กฤตอธิบายให้เห็นภาพผ่านคำพูดที่เขาได้รับจากลูกค้าว่า..


     “ลูกค้าส่วนใหญ่จะพูดกับเราเสมอว่า ของทุกอย่างที่ฉันมีทั้งชีวิตนี้ที่ไม่ใช่เงิน ก็คือสิ่งที่อยู่ในมือของพวกคุณแล้ว”
และนั่นคือหน้าที่ของพวกเขาที่จะต้องรักษาคำมั่น นำส่งสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของลูกค้าให้ไปถึงปลายทางได้อย่างปลอดภัย โดยที่ไม่เกิดความเสียหายขึ้นระหว่างทางของการขนย้าย



 

หาพันธมิตรรับช่วงต่อ ให้บริการได้ทั่วโลกแม้ไม่มีสาขาต่างประเทศ


      USP ให้บริการขนย้ายที่มีเป้าหมายไปทั่วโลก ตั้งแต่ประเทศใหญ่ๆ ไปจนถึงเกาะเล็กๆ บนแผนที่โลกพวกเขาก็เคยให้บริการมาแล้ว ถามว่าการมีสาขาแค่ในประเทศไทยจะไปให้บริการทั่วโลกได้อย่างไร เขาบอกว่า สามารถทำได้โดยการหาคู่พันธมิตรในต่างประเทศที่ทำธุรกิจแบบเดียวกันซึ่งเชี่ยวชาญอยู่ในประเทศต่างๆ มารับช่วงต่อ เช่นเดียวกันหากมีบริษัทต่างประเทศต้องการขนย้ายเข้ามายังประเทศไทย ก็มีหลายรายที่ติดต่อ USP เพื่อให้รับช่วงต่อการบริการในประเทศไทยที่พวกเขาเชี่ยวสนาม ทำให้ขีดจำกัดของการให้บริการถูกปลดล็อก ไม่ว่าอยู่ในจุดไหนของโลกพวกเขาก็สามารถให้บริการได้


      “ธุรกิจของเราเกี่ยวข้องกับการย้ายเข้าและย้ายออก ซึ่งจุดแข็งคือเรารู้ Local Market โดยการที่เราอยู่มานานทำให้เรารู้จักตลาด ซึ่งเรื่องพวกนี้สำคัญมากสำหรับการทำธุรกิจนี้ รวมถึงการฝึกฝนพนักงานของเรา อย่าง ทีมงานระหว่างจังหวัดของเราเอง ทั้งทีมที่อยู่ในกรุงเทพฯ และทีมที่อยู่ภูเก็ต ก็ให้เขาได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน รวมถึงเวลาเรามีตัวอย่างที่ดีจากต่างประเทศเข้ามา ก็ให้พนักงานศึกษาดูว่าเขาทำยังไงที่เราเห็นแล้วรู้สึกว่ามันดีกว่า ก็ค่อยๆ เรียนรู้และนำมาพัฒนากับการให้บริการของเรา”


     ทุกวันนี้ USP  มีพนักงานทั้งในกรุงเทพฯ และภูเก็ต รวมประมาณ 25 คน เขาบอกว่า เป็นธุรกิจที่ใช้คนไม่เยอะมาก เนื่องจากว่ายังเป็นบริษัทที่เล็กอยู่ และหากมีงานที่คนไม่พอ ก็จะใช้วิธีไปเอาท์ซอร์ซคนจากข้างนอกเข้ามาช่วย ทำให้ธุรกิจยังคงให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง



 

ธุรกิจยังมีโอกาสเพราะแม้ในวิกฤตก็ยังมีการขนย้าย


       หลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 ที่กระทบกับการเดินทางของผู้คนทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ก็กระทบกับธุรกิจขนย้ายของ USP อย่างเลี่ยงไม่ได้ เขาบอกว่าทำให้ลูกค้าหายไปประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเมื่อเทียบกับหลายธุรกิจอย่างกลุ่มโรงแรมและการท่องเที่ยว ก็ถือว่ายังถูกกระทบไม่มากเท่า


     “ธุรกิจของเราเกี่ยวข้องกับการเดินทาง ฉะนั้นโควิดเราได้รับผลกระทบแน่นอนเนื่องจากว่าคนเดินทางน้อยลง ซึ่งการที่คนเดินทางเข้าประเทศไม่ได้หรือออกไปต่างประเทศไม่ได้ การขนของก็จะน้อยลงไปด้วย อย่างกลุ่มที่วางแผนจะย้ายมาไทย แต่ต้องการมาดูก่อนว่าประเทศไทยน่าอยู่ไหม กลุ่มนี้ก็จะหายไปเลย แต่อย่างไรก็ตามต่อให้เกิดสถานการณ์โควิด แต่คนก็ยังคงขนย้ายบ้านกันอยู่ ส่วนหนึ่งคือถูกบังคับให้รีบเดินทางกลับประเทศ ก็ต้องขนย้าย  หรือกลุ่มที่มีงานทำแล้วต้องการย้ายถิ่นฐานชัดเจนก็สามารถขอสิทธิพิเศษในการเข้ามาหรือออกไปได้ ขณะที่การขนย้ายภายในประเทศก็ยังคงมีอยู่ ทำให้ธุรกิจของเรายังสามารถเดินหน้าต่อไปได้แม้ในสถานการณ์โควิด”


      อย่างไรก็ตามแม้จะยังมีโอกาสอยู่ในวิกฤต แต่เขายอมรับว่าธุรกิจนี้เต็มไปด้วยคู่แข่งขัน เพราะใครๆ ก็สามารถเข้ามาทำได้ ไม่ว่าจะรายเล็ก รายใหญ่ แบรนด์ข้ามชาติ แบรนด์ไทย หรือแม้แต่บริษัทขนย้ายที่เห็นป้ายโฆษณาอยู่แทบทุกเสาไฟฟ้า


     “ในบ้านเราเองมีผู้ให้บริการถ้ารวมรายเล็กด้วยก็เป็นหมื่นราย ส่วนรายใหญ่ให้บริการครบวงจรอย่างเราก็น่าจะมีอยู่ประมาณ 50 ราย เป็นบริษัทต่างชาติที่เป็นกลุ่มเวิร์ลไวด์ ประมาณ 10 เจ้า  ที่เป็นโลคัลแบรนด์ก็มีอยู่ประมาณ 40 ราย ซึ่งเมื่อเทียบกับตลาดเราถือว่าอยู่ในระดับกลาง ด้วยความที่ตลาดมันมีจำกัด ผมมองว่าการเติบโตก็จะเป็นการแย่งชิงตลาดกันเองมากกว่า และคนเข้ามาในตลาดก็ไม่ได้ยากอะไร ฉะนั้นการแข่งขันค่อนข้างจะสูง เราก็ต้องสู้ด้วยราคาที่ได้และบริการที่ดี รวมถึงธุรกิจนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยเซลส์ ฉะนั้นเราต้องหาเซลส์ที่มีศักยภาพเข้ามาช่วยด้วย”


       โดยปัจจุบันนอกจากการขนย้ายบ้านชาวต่างชาติ USP ก็มีบริการขนส่งสินค้าทั่วไปด้วย ซึ่งมีอยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อถามถึงเป้าหมายในอนาคต เขาบอกว่าหากสถานการณ์โควิดสงบลง ก็วางแผนที่จะขยายสาขา USP โดยจากที่มีอยู่แล้ว 2 สาขา คือกรุงเทพฯ และ ภูเก็ต ก็อาจขยายไปเชียงใหม่ รวมถึงสาขาในต่างประเทศด้วย


     เมื่อให้ฝากแนวคิดในการทำธุรกิจ เขาบอกว่า ผู้ประกอบการยุคนี้ต้องพยายามออกมาจาก Mindset แบบเถ้าแก่ยุคเก่า แต่ให้มองการทำงานเป็นลักษณะของบริษัทมากขึ้น และต้องทำอะไรตรงไปตรงมา ไม่หมกเม็ด โดยเฉพาะการทำงานกับลูกค้าต่างชาติ ต้องดำเนินธุรกิจบนความโปร่งใส ชัดเจน และมีจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ ซึ่งนี่คือหัวใจที่จะทำให้อยู่รอดและเติบโตได้ในสนามอันท้าทายนี้
 




 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​ธุรกิจร้านอาหารอ่านแล้วรอด! ถอด 5 สูตรเด็ดที่ยักษ์ใหญ่วงการอาหาร ใช้ฝ่าวิกฤตเพื่อไปต่อในโควิด

กลยุทธ์ต้องรอด ฉบับยักษ์ใหญ่แฟรนไชส์ธุรกิจอาหารอย่าง “เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป” ผู้ให้บริการด้านอาหารและฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่ของประเทศ ในวิกฤตโควิด-19 พวก..

by SME Thailand.| 23 มิย. 2021

​รู้จัก นารา วิสาหกิจเพื่อสังคม ชายแดนใต้ หยิบกระจูดมาทำหลอดดูดรักษ์โลก ปูทางส่งออกไกลถึงยุโรป-อเมริกา

นาราวิสาหกิจ ผูัเปลี่ยนต้นกระจูดให้กลายเป็น “หลอดดูดรักษ์โลก” สร้างงานสร้างรายได้สู่ชุมชน และร่วมลดการใช้หลอดพลาสติกที่เป็นพิษกับโลก จนก่อเกิดเป็นโอ..

by SME Thailand.| 23 มิย. 2021

​เจาะคมคิด KANOM SIAM ใช้ดาต้าและกัญชา มาพลิกโอกาสธุรกิจ ยังโตได้ในวิกฤต โดยใช้คนแค่ 7 คน

ใครจะคิดว่าร้านขนมครกใบเตย ที่เคยขายอยู่หน้าร้านสุกี้ดัง ตรงสยามสแควร์ และเป็นตำนานความอร่อยมานานกว่า 45 ปี วันหนึ่งจะกลายเป็นแบรนด์ขึ้นห้างฯ ยกระดั..

by SME Thailand.| 21 มิย. 2021