ปีใหม่’62 คาดคนกรุงฯ ใช้จ่ายกว่า 30,800 ล้านบาท เน้นมอบของขวัญเฉพาะคนสำคัญ

by SME Thailand 11 ธค. 2018
Share:






     เทศกาลปีใหม่ 2562 นี้ คนกรุงเทพฯ กว่าร้อยละ 59 ของคนที่ทำแบบสำรวจ เลือกที่จะเฉลิมฉลองอยู่ในกรุงเทพฯ ใกล้เคียงกับปีที่แล้วที่ร้อยละ 60 โดยให้เหตุผลว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ การจราจรค่อนข้างติดขัด คนหนาแน่น ทำให้ไม่สะดวกในการเดินทาง ประกอบกับความกังวลในเรื่องของกำลังซื้อที่ยังต้องระมัดระวังการใช้จ่าย อย่างไรก็ดี แม้ว่าคนจะเลือกอยู่ในกรุงเทพฯ แต่โดยภาพรวมแล้ว ส่วนใหญ่ก็ยังคงมีการวางแผนและเตรียมงบประมาณไว้ใช้จ่ายและทำกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อของขวัญและเลี้ยงสังสรรค์ถือเป็นกิจกรรมที่คนกรุงเทพฯ เลือกทำมากที่สุด ซึ่งยังคงเป็นโอกาสของบรรดาผู้ประกอบการค้าปลีกที่จะเร่งกระตุ้นยอดขายกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ได้
 

     ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า เม็ดเงินใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 จะอยู่ที่ประมาณ 30,800 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 4.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลมาจากราคาสินค้าและอาหารที่แพงขึ้น และถึงแม้ว่าในปีนี้ มาตรการช็อปช่วยชาติจะไม่สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ในทุกหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค (สามารถลดหย่อนได้เฉพาะหนังสือและสินค้า OTOP) รวมถึงการแจกเงินปีใหม่ 500 บาทให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ทยอยแจกในช่วงเดือนธันวาคม น่าจะกระจายตัวอยู่ในกลุ่มคนต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่ แต่เชื่อว่าบรรดาผู้ประกอบการค้าปลีกก็น่าจะมีการโหมจัดกิจกรรมกระตุ้นการขายในทุกกลุ่มสินค้าต่อเนื่องไปตลอดทั้งช่วงเทศกาล
 

     โดยเม็ดเงินใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 แยกเป็นค่าใช้จ่ายอาหารและเครื่องดื่ม 9,400 ล้านบาท รองลงมาคือ ท่องเที่ยวในประเทศ (ค่าเดินทางกลับบ้าน เดินทางท่องเที่ยว รวมถึงค่าที่พัก) 8,800 ล้านบาท ซื้อของขวัญ/ของฝาก 8,400 ล้านบาท การให้เงินพ่อแม่/พี่น้องเป็นของขวัญปีใหม่ 2,100 ล้านบาท และทำบุญ/ไหว้พระ 1,600 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ (อาทิ ดูหนัง ฟังเพลง บริจาคสิ่งของ) 500 ล้านบาท ทั้งนี้ งบประมาณใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 5,600 บาท เทียบกับปี 2561 ที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 5,400 บาท
 




     การมอบของขวัญให้แก่กันยังคงเป็นกิจกรรมที่คนกรุงเทพฯ กว่าร้อยละ 55 ของคนที่ทำแบบสำรวจเลือกทำในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 มากเป็นอันดับ 1 แต่ทั้งนี้ คนกรุงเทพฯ อาจจะวางแผนเน้นซื้อให้เฉพาะบุคคลสำคัญอย่างคนในครอบครัว รวมถึงการซื้อเพื่อนำมาร่วมจับฉลากภายในองค์กรหรือบริษัท ซึ่งประเภทของของขวัญที่ซื้อให้ในแต่ละกลุ่มก็มีความแตกต่างกันไป โดยของขวัญที่มอบให้คนในครอบครัวจะเน้นหมวดที่เกี่ยวกับสุขภาพเป็นหลัก เช่น กระเช้าของขวัญ สินค้าเพื่อสุขภาพ (วิตามินและอาหารเสริม) และเครื่องแต่งกาย ส่วนของขวัญที่ซื้อเพื่อจับฉลากจะเน้นที่การใช้งานและตอบโจทย์ได้กับคนทุกกลุ่มมากกว่า เช่น อุปกรณ์เสริมไอที (แบตเตอรี่สำรอง แผ่นรองกันกระแทกหรือเคสโทรศัพท์ หูฟัง) อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และช็อคโกแลต/คุกกี้ ดังนั้น ผู้ประกอบการควรมีการจัดเตรียมสินค้า และทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า ถือเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่คนกรุงเทพฯ เลือกไปซื้อของขวัญและทำกิจกรรมต่างๆ มากที่สุด ถึงร้อยละ 94 ของคนที่ทำแบบสำรวจ รองลงมา คือ ซูเปอร์มาร์เก็ต ชี้ให้เห็นว่า ร้านค้าปลีกที่มีหน้าร้าน (Offline) ยังตอบสนองไลฟ์สไตล์ในการจับจ่ายของคนกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี เพราะมีสินค้าและบริการให้เลือกครบครันและครอบคลุมความต้องการของคนทุกเพศทุกวัย (Life-style Mall)
      


   

     อย่างไรก็ดี กระแสช้อปปิ้งออนไลน์ (คนกรุงเทพฯ ร้อยละ 28 เลือกใช้จ่ายผ่านช่องทางนี้) ก็ถือว่ามาแรงไม่น้อยเช่นกัน เพราะจากการสอบถามกลุ่มตัวอย่างพบว่า ผู้บริโภคมีแนวโน้มหันมาจับจ่ายผ่านช่องทางนี้เพิ่มขึ้น  โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น-วัยทำงาน ซึ่งการสั่งซื้อที่ได้ความนิยมสูงคือ การสั่งซื้อผ่านช่องทาง Social Commerce อาทิ Facebook/ Instagram/ Line เพราะมีการเข้าใช้อยู่เป็นประจำ

 
     การจัดกิจกรรมอีเว้นท์ (Events) เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลจูงใจให้คนกรุงเทพฯ กว่าร้อยละ 56 ใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ภายในร้านค้าปลีกนานขึ้น โดยอีเว้นท์ที่คนกรุงเทพฯ ให้ความสนใจมากที่สุด คือ การลดราคาสินค้าและชิงโชคของรางวัล เช่น รถยนต์ ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยว และทอง อีกทั้งจากการสำรวจพบว่า ลูกค้าแต่ละคนจะใช้เวลาในการเลือกซื้อของขวัญหรือทำกิจกรรมต่างๆ ภายในร้านค้าปลีกเฉลี่ย 3 ชั่วโมงต่อครั้ง ดังนั้น หากผู้ประกอบการค้าปลีกมีการจัดกิจกรรมอีเว้นท์ดังกล่าวก็น่าจะช่วยดึง Traffic ของคนกรุงเทพฯ ให้เข้ามาใช้บริการภายในร้านค้าปลีกได้มากขึ้น
               

     นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า รูปแบบการให้บริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนกรุงเทพฯ ได้อย่างตรงจุด ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกแหล่งช้อปปิ้งได้เร็วขึ้น อาทิ เพิ่มบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการมาช็อปปิ้ง (พื้นทื่ทำกิจกรรม/มุมพักผ่อน Free-WiFi ขยายเวลาเปิดให้บริการในบาง Zone) ที่จอดรถการเชื่อมโยงข้อมูลของทางร้านค้ากับแอพพลิเคชั่นต่างๆ (แจ้งสิทธิประโยชน์/โปรโมชั่น เช็คสถานะของที่จอดรถ แจ้งรายชื่อร้านค้าที่มีการให้บริการหรือร่วมจัดกิจกรรมโปรโมชั่นช่วงปีใหม่ รวมถึงอีเว้นท์ที่จัดขึ้น) การทำให้ลูกค้าเห็นถึงความคุ้มค่า หรือเป็นคนพิเศษ หรือได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ เมื่อเลือกใช้บริการกับทางร้านค้า เช่น เช็คอินสถานที่แล้วได้รับส่วนลดในการซื้อสินค้าภายในร้านค้า หรือเมื่อใช้บริการร้านค้าหนึ่งแล้วได้รับสิทธิประโยชน์จากอีกหนึ่งร้านค้าในรูปแบบ Co-Partner เป็นต้น



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​โรงแรมเปิด โลกต้องรู้! กลวิธีสื่อสารกับแขกผู้เข้าพักหลังโควิด ด้วย Storytelling (ตอนจบ)

กลยุทธ์ “การสื่อสาร” ด้วย “Storytelling” ที่ธุรกิจโรงแรมนำมาใช้เพื่อสร้าง Engagement ให้กับกลุ่มเป้าหมายหลังโรงแรมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง นี่คือ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​5 เทคนิค! จัดหน้าร้านให้ปังปุริเย่ ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์

การจัดหน้าร้านให้สวยงามน่าเข้า มีป้ายบอกข้อมูลสินค้าไว้ชัดเจน ย่อมเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้มากขึ้น โดยในที่นี้ไม่ไ..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​โรงแรมเปิด โลกต้องรู้! กลวิธีสื่อสารกับแขกผู้เข้าพักหลังโควิด ด้วย Storytelling (ตอน 1)

หลังจากวิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มผ่อนคลาย หลายๆ ธุรกิจจึงเริ่มกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง หนึ่งในนั้นก็คือธุรกิจโรงแรม หลังจากที่โรงแรมได้ปรั..

by SME Thailand.| 15 ตค. 2020