คาดโควิดระลอกใหม่ ครึ่งปี’64 ทำท่องเที่ยวไทยเสียหาย 1.3 แสนล้านบาท

by SME Thailand. 20 เมย. 2021
Share:



     ผ่านความชอกช้ำกับสถานการณ์โควิด-19 มาแล้วสองระลอก ใครจะคิดว่าวันนี้ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับโควิดระลอก 3 ที่ทวีความรุนแรงกว่าครั้งที่ผ่านๆ มาด้วยซ้ำ หนึ่งในอุตสาหกรรมแรกๆ ที่ต้องเจ็บหนักจากโควิด หนีไม่พ้น “อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า การระบาดของโควิด น่าจะส่งผลกระทบทำให้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 รายได้จากท่องเที่ยวไทยจะหายไปเป็นมูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับคาดการณ์เดิม ณ มกราคม 2564



 
 
            เมื่อเทศกาล “สงกรานต์” กลับมาพร้อมโควิดระลอกใหม่
           

         ก่อนหน้านี้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยกำลังเริ่มกลับมาสู่เส้นทางการฟื้นตัว หลังจากที่ต้องหยุดชะลอลงจากเหตุการณ์การระบาดของโควิดในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ใครจะคิดว่าเพียงก้าวเข้าสู่ไตรมาส 2 ของปี 2564 โควิด-19 จะกลับมาระบาดในประเทศอีกครั้งเป็นระลอกที่ 3 ซึ่งนับเป็นข่าวร้ายต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวอย่างมาก


      จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาล่าสุด พบว่า การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยในเดือน กุมภาพันธ์ 2564 เพิ่มขึ้นกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ จากเดือนมกราคม 2564 ซึ่งในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เป็นเดือนที่ตลาดไทยเที่ยวไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโควิดระลอกที่ 2 โดยจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเหลือเพียง 4.51 ล้านคน-ครั้งเท่านั้น
               

      และจากการระบาดของโควิดระลอกที่ 3 นี้ พบผู้ติดเชื้อในประเทศเป็นกลุ่มก้อนจำนวนมากกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนกระจายไปในอีกหลายจังหวัดตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน  ทำให้ทางการต้องยกระดับมาตรการการเฝ้าระวังการระบาดของโควิดอีกครั้ง การขอความร่วมมือทำงานที่บ้านและงดการเดินทางข้ามจังหวัด



               

        สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 2 นี้ ต่างปรับเลื่อนแผนการท่องเที่ยวออกไป โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้น พบว่า ธุรกิจท่องเที่ยวอย่างบริษัทนำเที่ยว โรงแรมและที่พักในพื้นที่ท่องเที่ยวหลายแห่งถูกยกเลิกจองในช่วงนี้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีความกังวลต่อสถานการณ์การระบาดของโรค และยังไม่แน่ใจต่อมาตรการในการควบคุมโรคในระยะถัดไป


      ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า การระบาดของโควิดรอบนี้ จะส่งผลกระทบต่อรายได้ในธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องที่สูญเสียไปคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.0 หมื่นล้านบาท จากคาดการณ์เดิมในช่วงเดือน มีนาคม 2564 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะเกิดการระบาดระลอกที่ 3  ขณะที่แผนการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงนี้ยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์การระบาดของโควิด และมาตรการการควบคุมโรคของแต่ละจังหวัด




           
โควิด-19 ยังไม่จบ กระทบรายได้ท่องเที่ยวครึ่งแรกปี 64 ต่ำกว่าคาด


       เป็นที่คาดการณ์ว่า การระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 นี้ มีโอกาสที่จะใช้ระยะเวลานานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ในการควบคุมสถานการณ์ให้คลี่คลาย เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อในประเทศมีจำนวนค่อนข้างสูง เชื้อโควิดเป็นไวรัสสายพันธุ์ที่แตกต่างจากเดิมที่ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ระบุว่าสามารถแพร่ได้เร็ว อีกทั้งต้นตอของการระบาดมาจากพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสัดส่วนสูง ขณะที่การระบาดรอบนี้ เกิดขึ้นหลังรอบก่อนหน้าภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน จึงส่งผลกระทบต่อตลาดไทยเที่ยวไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 นี้ อย่างยากที่จะหลีกเลี่ยงได้
               

       จากเหตุการณ์ดังกล่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การระบาดของโควิดที่เกิดขึ้น จะส่งผลกระทบทำให้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 นี้ รายได้ตลาดไทยเที่ยวไทยน่าจะมีมูลค่าประมาณ 1.37 แสนล้านบาท คิดเป็นรายได้ท่องเที่ยวที่หายไปเป็นมูลค่ากว่า 1.30 แสนล้านบาท เทียบกับคาดการณ์เดิม ณ มกราคม 2564
               

       ทั้งนี้ แม้ทางการจะสามารถควบคุมการระบาดของโควิดระลอกที่ 3 นี้ได้ แต่จากการระบาดของโควิดที่ยังไม่ยุติลงในระยะเวลาอันใกล้ทั้งในและต่างประเทศ แม้จะมีการเริ่มฉีดวัคซีนกันแล้ว แต่ยังมีจำนวนจำกัด ขณะที่ประสิทธิผลของวัคซีนยังไม่อาจสรุปได้ว่าคนที่ฉีดแล้วจะไม่แพร่เชื้อ รวมถึงระยะเวลาป้องกันการติดโรคที่ยังไม่แน่นอน ทำให้จากนี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ยังต้องดำเนินการอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง



               

       สิ่งสำคัญในช่วงเวลานี้ จึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นของภาครัฐด้วยการเร่งฉีดวัคซีนที่มีอยู่ การเปิดทางเลือกที่หลากหลายต่อประเด็นการจัดหาวัคซีนเพื่อให้คนไทยได้รับการฉีดวัคซีนที่เร็วและครอบคลุมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตลอดจนการคำนึงถึงประเด็นที่ว่า ประชากรหนึ่งคนอาจจำเป็นต้องฉีดวัคซีนต่อเนื่องหลายเซ็ตในช่วงปีข้างหน้า นอกเหนือจากนี้ คือความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในการควบคุมการระบาดของโรคให้จบในเร็ววัน ซึ่งเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ทุกภาคส่วนก็ยังควรต้องรักษาระดับมาตรฐานการป้องกันการระบาดของโควิดที่เข้มงวด


      ขณะที่ผู้ประกอบการเองคงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทั้งในด้านความเสี่ยงเชิงนโยบายและปัจจัยแวดล้อมของตลาด เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระยะยาวนั่นเอง
 
               
       ที่มา : เรียบเรียงข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย
 
 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​เทคนิคมัดใจลูกค้าไม่ให้หลุดมือ ในวันที่ธุรกิจต้องรักษาระยะห่าง ด้วยการสร้างประสบการณ์ที่ใช่บนออนไลน์

ในวันที่สถานการณ์โควิดระลอกใหม่ ทำให้ คำว่า “เว้นระยะห่าง” สกัดกั้น SME ให้ไม่สามารถใกล้ชิดลูกค้าได้เหมือนเก่า ถึงเวลางัด 4 เทคนิค ตัวช่วยเสริมการบร..

by SME Thailand.| 07 พค. 2021

​ทำธุรกิจร้านอาหารช่วงโควิด ต้องเผชิญกับความเสี่ยงอะไร แล้วทำยังไงถึงจะ “รอด”

เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ผ่านพ้นช่วงที่เหลือของปี 2564 นี้ไปให้ได้ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องสำรวจธุรกิจว่ามีความเสี่ยงแบบไหน จะเป็นเรื่องรายได้ ช่องทางการ..

by SME Thailand.| 04 พค. 2021

​5 ข้อต้องรู้! ก่อนบุกตลาดอี-คอมเมิร์ซ เปิดลูกค้าใหม่ เพิ่มรายได้ในยุคโควิด

“ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ” เป็นธุรกิจที่ยังเติบโตสวนทางกับธุรกิจอื่นๆ เพิ่มฐานลูกค้า สร้างการเติบโตทางรายได้และขยายสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เดอะ ฟินแล็บ มีค..

by SME Thailand.| 26 เมย. 2021