วัสดุก่อสร้างภาคเหนือแข่งดุ SMEs ต้องอัดโปรฯสู้

by System 12 มิย. 2013
Share:

 


       กิจกรรมทางเศรษฐกิจของ ภาคเหนือ ในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ยังคงมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงปี 2549 - 2554 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพีของภาคเหนือ ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 6.8 ต่อปี ด้วยศักยภาพของ ภาคเหนือ ที่มีความหลากหลายทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และภาคบริการ อาทิ การท่องเที่ยว ทั้งนี้ ในช่วง 2 – 3 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์จากส่วนกลาง ได้ขยายการลงทุนไปยังหลายจังหวัดทางภาคเหนืออย่างเข้มข้น นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากการค้าชายแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งภาคเหนือของไทยมีพรมแดนติดต่อกับประ เทศเมียนมาร์และสปป.ลาว โดยในช่วงเดือนมกราคม ถึง เมษายน ปี 2556 นี้ ไทยมีมูลค่าการค้าชาย แดนกับเมียนมาร์และสปป.ลาว ผ่านจุดผ่านแดนถาวรทางภาคเหนือของไทย รวมกันมีมูลค่า 30,077.3 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 43.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน 

       จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนทางภาคเหนือที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง ธุรกิจหนึ่งที่ได้รับอานิสงส์ คือ ธุรกิจก่อสร้าง ซึ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า มูลค่าลงทุนในด้านการก่อสร้างของภาคเหนือตลอดทั้งปี 2556 จะเติบโตร้อย ละ 8.0 – 10.4 คิดเป็นมูลค่า 117,900 – 120,500 ล้านบาท 

       และจากการเติบโตของธุรกิจ ก่อสร้าง จะส่งผลดีต่อธุรกิจในห่วงโซ่ อย่างธุรกิจวัสดุก่อสร้างทางภาคเหนือเช่นกัน โดยในปี 2555 ที่ ผ่านมา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า มูลค่าตลาดวัสดุก่อสร้างภาคเหนือเติบโตร้อยละ 8.5 หรือมี มูลค่าประมาณ 66,500 ล้านบาท และจะยังขยายตัวต่อเนื่องในปี 2556 จากแรงหนุนของการเติบโตใน ภาคก่อสร้าง ที่ได้รับอานิสงส์หลักจากการขยายตัวของการลงทุนก่อสร้างบ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชยกรรม และโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ อีกทั้งประเทศเพื่อนบ้าน ก็คือ เมียนมาร์และสปป .ลาว ได้เร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและที่พักอาศัย ทำให้จำเป็นต้องนำเข้าวัสดุก่อสร้างจากไทยเพิ่มขึ้น โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ตลาดวัสดุก่อสร้างทางภาคเหนือในปีนี้ จะมีมูลค่า 71,570 – 73,145 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 7.5 – 9.9 จากปี 2555 ซึ่งมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการขยายตัวของ ภาคก่อสร้าง ทั้งในส่วนของภาคเอกชนและภาครัฐ และการเติบโตของการค้าชายแดน 

       อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการ วัสดุก่อสร้างในภาคเหนือ อาจเผชิญกับภาวะการแข่งขันจากร้านค้าสมัยใหม่รายใหญ่ที่เริ่มเห็นช่องทาง จำหน่ายในภาคนี้มากขึ้น กอปรกับปัญหาด้านแรงงาน ทั้งการขาดแคลนแรงงานและค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ปรับเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้การก่อสร้างในแต่ละโครงการขาดความต่อเนื่อง และทำให้มูลค่าวัสดุก่อสร้างไม่เพิ่ม ขึ้นตามที่ประมาณการไว้ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการท้องถิ่น ควรเตรียมตัวรับมือกับการแข่งขันที่ทวีความรุนแรง มากขึ้นในระยะข้างหน้า โดยพยายามจัดทำโปรโมชั่นสินค้าของทางร้าน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จัก จัดวางสินค้าให้มีจุดสนใจและเป็นระเบียบ เลือกผลิตภัณฑ์ที่หมุนเวียนเร็ว มีความหลากหลาย และมี ระบบจัดการสินค้าคงคลังที่ดี สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า และมีบริการหลังการขาย เพื่อทำให้ลูกค้า ประทับใจและย้อนกลับมาซื้อและใช้บริการของทางร้านอีกในภายหน้า 
 
Share:

Related Articles

​ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16

สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) หนึ่งในสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เตรียมพร้อมจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16 ในรูปแบบออนไลน์ มุ่งเส..

by SME Thailand.| 16 กย. 2021

​dtac business จับมือ Google Cloud ช่วย SME ไทยในช่วงล็อคดาวน์และ WFH

dtac business ยกระดับ SME ไทยเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ความร่วมมือครั้งนี้ทำให้ดีแทคนำเสนอโซลูชันการทำงานร่วมกันและเพิ่มประสิทธิภาพก..

by SME Thailand.| 15 กย. 2021

​เอไอเอ ประเทศไทย มอบเงินจำนวน 3,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19

เอไอเอ ประเทศไทย มอบเงินจำนวน 3,000,000 บาท แก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น เพื่อสนับสนุนการจั..

by SME Thailand.| 15 กย. 2021