ปีม้า SMEs กุล่มอาหาร บริการแรง เครื่องหนัง เซรามิกย่ำแย่

by System 06 มค. 2014
Share:

 

    นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่าอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มที่ดี และแย่ในปี 2557 นั้น  จากการวิเคราะห์ทั้ง 58 สาขา ทั้งภาคการผลิต ภาคการค้าและภาคบริการ พบว่าในกลุ่มธุรกิจดาวรุ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการแข่งขัน สามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

    1.กลุ่มธุรกิจ SMEs ที่มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลกและภูมิภาค ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มธุรกิจบริการด้านสุขภาพ กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว กลุ่มธุรกิจยานยนต์และชิ้นส่วน/อะไหล่ และกลุ่มธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

     2.กลุ่มธุรกิจ SMEs ที่ต้องพึ่งพิงกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในการแข่งขันในตลาดโลกและภูมิภาค เช่น กลุ่ม SMEs ในภาคก่อสร้าง ซึ่งมีโอกาสในการขยายตลาดโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศสมาชิก AEC ที่กำลังเร่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาประเทศ ซึ่งการส่งเสริมให้มีความร่วมมือระหว่างวิสาหกิจขนาดใหญ่และ SMEs ด้วยการพัฒนาคลัสเตอร์และห่วงโซ่อุปทานของประเทศไทย จะช่วยให้ SMEs ในธุรกิจดังกล่าวสามารถขยายตลาดไปสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลกได้เป็นอย่างดี

    3.กลุ่มธุรกิจ SMEs ที่รัฐต้องวางโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถอยู่รอดและเติบโตต่อไป ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทน กลุ่มเกษตรกรรมโดยเฉพาะพืชพลังงาน กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ กลุ่มบริการด้านการศึกษา กลุ่มธุรกิจ IT และ ICT รวมถึงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมผ่านการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาและส่งเสริมเอสเอ็มอีให้ได้รับมาตรฐานในระดับสากล รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี

    ในส่วนกลุ่มธุรกิจที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งเป็นสาขาธุรกิจหรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตของผลผลิตต่ำในปี 2555-2556 เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ และสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้กับประเทศที่มีต้นทุนแรงงานและวัตถุดิบต่ำกว่า เช่น จีน อินโดนีเซีย เวียดนาม สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้แรงงานมาก เช่น เครื่องหนัง การผลิตกระเบื้องเคลือบ ผลิตภัณฑ์แก้ว ผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องประดับ ซึ่งมีการขยายตัวน้อยไปจนถึงหดตัว 2.กลุ่มโลหะ-อโลหะมูลฐานที่เป็นวัตถุดิบ เช่น เหมืองแร่ เหล็ก ถ่านหิน และ 3.กลุ่มบริการทางธุรกิจบางประเภท เช่น บริการส่วนบุคคล มีการหดตัวเล็กน้อย 1.12%

    สำหรับสถานการณ์เอสเอ็มอีในปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น  2.74 ล้านราย คิดเป็น 98.5% ของจำนวนกิจการรวมทั้งหมด ก่อให้เกิดการจ้างงาน 11.78 ล้านคน คิดเป็น 80.4% ของการจ้างงานรวมทั้งหมด ซึ่งจากการศึกษาวิเคราะห์เพื่อประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจเอสเอ็มอี ปี 2556 โดยข้อมูลในรอบ 10 เดือน (มกราคม-ตุลาคม) เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2555 พบว่า การส่งออกของเอสเอ็มอีมีมูลค่ารวม 1,571,145.18 ล้านบาท หดตัวลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนคิดเป็น 9.3% โดยสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ พลาสติกและของที่ทำด้วยพลาสติก ยางและของที่ทำด้วยยาง โดยประเทศคู่ค้าหลักของ SMEs ไทย ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา.

Share:

Related Articles

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​​กสอ. จัดงาน โพรแพ็ค เอเชีย 2020 เปิดเวทีให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตหาเทคโนโลยีใหม่เสริมทัพ

งานโพรแพ็ค เอเชีย ปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมชมงานกว่า 23,000 คน หวังใช้งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเป็นทางลัดพัฒนาธุรกิจ ชี้ไฮไลท์สำคัญปีนี้เน้นจัดแสดง..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020