​ทีดีอาร์ไอ ชี้ทางรอดอุตฯไทยหลังเปิด AEC

by smethailandclub 02 ตค. 2014
Share:


    “ทีดีอาร์ไอ” ชี้ทางรอดอุตสาหกรรมไทยหลังเปิดเออีซี ปรับตัวมุ่งอุตสาหกรรมระดับสูง เพิ่มวิจัย-พัฒนา สร้างความร่วมมือกับกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ชี้ความพร้อมทรัพยากร- แรงงานมากกว่า

    สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จัดสัมมนาในหัวข้อ “อยู่หรือไป? อนาคตอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”

    นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงในอนาคตและมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมากโดยในอีก 5 ปีข้างหน้าอาเซียนจะเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตจากปัจจุบันอีกกว่า 10 เท่า โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)ของอาเซียนจะเพิ่มขึ้นจาก 2,465 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มเป็น 3,608 พันล้านดอลลาร์ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่อุตสาหกรรมของประเทศต่างๆรวมทั้งประเทศไทยจะเติบโตได้อีกมาก

    อย่างไรก็ตามภาคอุตสาหกรรมของไทย จะต้องมีการปรับตัวเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในอาเซียน ภายหลังจากที่มีการเปิดเออีซีแล้ว โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงฐานการผลิตของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน และกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม

    "ภาครัฐควรส่งเสริมให้เอกชนไปหาตลาด แรงงาน และทรัพยากรจากประเทศเพื่อนบ้าน และยกระดับจากผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยเป็นผู้บริหารจัดการเครือข่ายในภูมิภาคและเพิ่มการทำวิจัย พัฒนาและการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าในอนาคต โดยภาครัฐควรจะเน้นการส่งเสริมไปที่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง "

    การพัฒนาอุตสาหกรรมไทยหลังเออีซี นั้น รัฐและเอกชนจะต้องมีความเข้าใจ ถึงการเชื่อมโยงฐานการผลิตของอุตสาหกรรมต่างๆ ส่วนระยะยาว รัฐบาลควรให้ความสำคัญในการจัดการด้านการตลาด ควรพัฒนาตัวเองเป็น “Trading Nation” ที่เน้นการเพิ่มมูลค่าสินค้าอุตสาหกรรมด้วยการวิจัยและพัฒนา การออกแบบและการส่งเสริมการตลาด ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีความสามารถเพิ่มขึ้นในการบริหารเครือข่ายการผลิต การจัดการโลจิสติกส์และการตลาด

    “ทางรอดของอุตสาหกรรมไทยเมื่อเข้าสู่อาเซียนเต็มรูปแบบแล้ว ต้องยกระดับตัวเองทั้งในเรื่องการผลิตและการทำตลาด ผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานสูงขึ้น ใช้การวิจัยและการพัฒนาเข้ามาเพิ่มมูลค่าสินค้า และเน้นการทำการตลาดเปลี่ยนจากการผลิตตามการว่าจ้างมาเป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเองเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าให้มากขึ้น”

    นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ที่ปรึกษาสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันการปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆที่จะรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนยังไม่เรียบร้อย เช่น พิธีศุลกากร และการขนส่งสินค้าที่ยังล่าช้า ยังไม่รองรับการเปิดเสรีทางการค้าทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบคู่ค้า รัฐบาลไทยควรมีการเร่งรัดนำเรื่องกฎระเบียบ ในการประชุมผู้นำอาเซียนในเวทีอาเซียนซัมมิทเพื่อให้เรื่องนี้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว รวมทั้งเสนอให้ประเทศสมาชิกยอมรับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย เพื่อผลักดันเป็นมาตรฐานการสินค้าอุตสาหกรรมอาเซียนในอนาคต

    สำหรับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยหลังเออีซี ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาการทำงานร่วมกันของอุตสาหกรรมต่างๆในห่วงโซ่อุปทาน ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลและกิจกรรมจากอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ การสร้างมาตรฐานระบบการดำเนินงาน ยกระดับการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆของอาเซียนให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น

ที่มา : www.bangkokbiznews.com
Share:

Related Articles

​ออฟฟิศเมท ชวน SME ช้อปกระเช้าและของขวัญปีใหม่กว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 21 เปอร์เซ็นต์

ออฟฟิศเมท ร่วมต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ชวน SME องค์กร/บริษัท และนักช้อป ส่งความสุข มอบรอยยิ้มให้ลูกค้าและคนพิเศษของคุณ ด้วยของขวัญและกระเช้าปีใหม่จา..

by SME Thailand.| 27 พย. 2020

​กระทรวงอุตสาหกรรมเผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนตุลาคม 2563 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6

กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เผย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนตุลาคม 2563 ขยายตัวร้อยละ 0.45 เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 สะ..

by SME Thailand.| 27 พย. 2020

​กรมการค้าภายในจัด “มหัศจรรย์ข้าวไทย ความภูมิใจแห่งท้องทุ่ง” รณรงค์บริโภคข้าวไทย

กรมการค้าภายใน จัดงาน “มหัศจรรย์ข้าวไทย ความภูมิใจแห่งท้องทุ่ง” หวังสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคได้รู้จักพันธุ์ข้าว และทราบถึงคุณประโยชน์ของข้าวไทย พร..

by SME Thailand.| 25 พย. 2020