ปี 58 เศรษฐกิจโลกเสี่ยงผันผวนรัฐควรเน้นชูท่องเที่ยว

by smethailandclub 17 พย. 2014
Share:


    อดีตเลขาอังค์ถัดชี้ปี 58 เศรษฐกิจโลกเสี่ยงผันผวน การลดดอกเบี้ยไม่ช่วยอะไร ชี้รัฐควรหันไปสนับสนุนท่องเที่ยว เพราะเม็ดเงินลงรากหญ้ากระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีกว่า

    นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและ การพัฒนา (อังค์ถัด) กล่าวในงานสัมมนาภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุน 2015 จัด โดยธนาคารทหารไทย ว่า ปัจจัยเสี่ยงปีหน้าคือ ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ยัง ผันผวน โดยเฉพาะในยุโรปและญี่ปุ่นไม่ใช่ปัญหาการเมืองในประเทศ ดังนั้นการลด ดอกเบี้ยไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจกระเตื้อง เห็นว่ารัฐควรสนับสนุนการท่อง เที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าการลงทุนโครงการภาครัฐ เพราะเม็ดเงินจะลง สู่รากหญ้าโดยตรง เนื่องจากวงเงินที่จัดสรรด้านการท่องเที่ยวปี ละ 300,000-400,000 ล้านบาทจะกระตุ้นเศรษฐกิจ 3-4 เท่า แต่ภาครัฐต้องมีการ ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวของไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้มากขึ้น ส่วน การลงทุนโครงการภาครัฐระหว่างทางมีการดูดไอศกรีมและเงินลงทุนผ่านหลายทางทำ ให้กระตุ้นเศรษฐกิจไม่เต็มที่

    ขณะที่ปีนี้เศรษฐกิจไทยพบอุปสรรคทั้งภายในและต่างประเทศ จีดีพี โต เพียง 1% กว่าแต่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลปีหน้า ผ่านงบประมาณ ต่าง ๆ เห็นผลเป็นรูปธรรมครึ่งปีหลังของปี 58 โดยเฉพาะแผนการลงทุนโครงสร้าง พื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของรัฐบาลไม่ได้เกิดจากการใช้จ่ายงบ ประมาณ แต่เครื่องวัดความสำเร็จอยู่ที่ภาคเอกชนลงทุนเพิ่ม ซึ่งปีหน้ามองว่า การลงทุนเอกชนจะเพิ่มอีก 3-5% จากก่อนหน้านี้เอกชนลงทุนติดลบ  2-3% ซึ่ง กังวลว่าถ้าเอกชนลงทุนน้อยเกินไปอาจกระทบเศรษฐกิจเหมือนกับยุโรป ส่วนจีดีพี ปีหน้าโต 4-5% จากการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ และการส่งออกที่ขยายตัวเพิ่ม ขึ้น นอกจากนี้ต้องการให้รัฐพัฒนาเทคโนโลยี แรงงานการกระจายสินค้ารองรับการ แข่งขันในอนาคต ส่วนค่าเงินบาทมองว่าใน 10 ปีข้างหน้า ค่าเงินบาทจะต่ำ กว่า 30  บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เพราะเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง"

    ด้านนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ กล่าวใน งานเสวนาเอสเอ็มอี กับความมั่นคงรากฐานเศรษฐกิจไทย จัดโดยนิตยสารเส้นทาง เศรษฐี ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นของภาครัฐที่ประกาศออกมา เชื่อ ว่าจะไม่ส่งผลให้เศรษฐกิจกลับมาขยายตัวในปี  58 มากนัก  เพราะขณะนี้คนไทย กำลังประสบปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงและกำลังซื้อลดลงสิ่งที่ภาครัฐควร สนับ สนุน สร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขนาดกลาง เพราะจะ เป็นฐานสำคัญทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมั่นคง  เกิดการจ้างงานอย่างแท้ จริง และที่สำคัญจะช่วยลดการเหลื่อมล้ำให้กับระบบเศรษฐกิจไทยมากขึ้น

    ทั้งนี้ ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันธุรกิจเอสเอ็มอี ควรดำเนินการ 2 เรื่องหลัก คือ มี วินัยทางการเงิน และทำธุรกิจที่ชำนาญ อย่าออกนอกกรอบ เช่น ทำอุตสาหกรรมแล้ว ย้ายไปทำอสังหาริมทรัพย์ เพราะมีความเสี่ยงสูง และต้องเร่งบริหารต้นทุนให้ เกิดประสิทธิภาพ เพิ่มมูลค่าสินค้านำคู่แข่งมาเป็นพันธมิตรเพื่อผลักดัน ธุรกิจให้เติบโต และต้องรู้จักบริหารจัดการคน จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ แน่นอน

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
Share:

Related Articles

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​​กสอ. จัดงาน โพรแพ็ค เอเชีย 2020 เปิดเวทีให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตหาเทคโนโลยีใหม่เสริมทัพ

งานโพรแพ็ค เอเชีย ปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมชมงานกว่า 23,000 คน หวังใช้งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเป็นทางลัดพัฒนาธุรกิจ ชี้ไฮไลท์สำคัญปีนี้เน้นจัดแสดง..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020