คลังพร้อมรับ AEC ห่วง SMEs ไทยปรับตัวสู้ไม่ทัน

by SME Thailand PR News 28 เมย. 2015
Share:


    วิสุทธิ์แจงการเงินการคลังไทยพร้อมเออีซี ด้านกรมศุลฯเผยภาษีอาเซียนลดเหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์เกือบทุกรายการแล้ว ส่วนหอการค้าไทยยังห่วงเอสเอ็มอีปรับตัวสู้ไม่ทัน


    นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวในการสัมมนายุทธศาสตร์ด้านการเงินการคลังเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ว่ารัฐบาลได้เตรียมความพร้อมการเปิดเออีซี ในปลายปีนี้ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยได้ดำเนินการภายใต้ แผนเออีซี หรือแผนการจัดการพิมพ์เขียว( บลูปริ๊น) ที่มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 87.1% ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก ทั้งการเป็นตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน, เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน, พัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค, การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก

              ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะมีการดำเนินงานภายใต้ ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์ 13 กลยุทธ์ 34 มาตรการ โดย 13 กลยุทธ์  อาทิเช่น การอำนวยความสะดวกการค้า, การอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน, อำนวยความสะดวกด้านการเงิน, การปรับปรุงโครงสร้างและประสานข้อมูลทางภาษี, พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นระบบ

                  นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงบริการด้านการเงินของภาคธุรกิจไทยในต่างประเทศ, ผลักดันสกุลเงินบาทในการใช้ชำระค่าสินค้าและบริการกับกลุ่มประเทศ, จัดทำความตกลงยอมรับร่วมสาขาย่อยต่างๆด้านการเงินเท่าที่เป็นไปได้, ปรับปรุงโครงสร้างภาษีทั้งระบบ และประสานสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียน  และเร่งรัดการจัดทำอนุสัญญาความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน เป็นต้น

                 “การรวมตัวของกลุ่มอาเซียนที่ผนึกกำลังกัน จะช่วยให้มีอำนาจต่อรองกับประเทศอื่นๆ ที่จะเข้ามาทำการค้าและลงทุน โดยยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมที่จะเดินหน้าเออีซีอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมโยงทางด้านการคลัง การค้าระหว่างประเทศ รับชำระเงิน และอัตราภาษีต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้อาเซียนสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง” นายวิสุทธิ์ กล่าว

                 นางอารีย์ ฉวีวรรณมาศ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความร่วมมือทางศุลกากรระหว่างประเทศ กรมศุลกากร กล่าวว่า ปัจจุบันภาษีระหว่างอาเซียนปรับลดลงเหลือ 0 % หมดแล้วทุกประเทศ เหลือเพียง 4 รายการเท่านั้น ซึ่งยังคงไว้ 5 % คือ ไม้ตัดดอก กาแฟ มันฝรั่ง และเนื้อมะพร้าว

              นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การเข้าสู่เออีซี ยังมีความไม่พร้อมของภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ที่ตั้งปรับตัวเพื่อการแข่งขันของผู้ประกอบการ ตลาดสินค้าในประเทศก็ยังไม่มีกลไกในการป้องกันไม่ให้สินค้าที่มีคุณภาพต่ำกว่าที่ผลิตได้ในประเทศสมาชิกเข้ามาขายในประเทศมากขึ้น เช่น ของเล่น เครื่องใช้ไฟฟ้า และการเคลื่อนย้ายแรงงานไม่มีฝีมือ รวมถึงมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี

               ดังนั้นภาคธุรกิจเอสเอ็มอีต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ประสิทธิภาพของแรงงาน ความพร้อมด้านสาธารณูปโภค กฎเกณฑ์ด้านถิ่นกำเนิดของสินค้า โครงสร้างภาษี ระบบศุลกากร และกฎระเบียบที่เกี่ยวโยงกับการทำให้เกิดความง่ายต่อการดำเนินธุรกิจ  แต่อย่างไรก็ตามการเปิดการ

ที่มา แนวหน้า
Share:

Related Articles

​บ้านปูจัด “UpImpact” ผลักดันกิจการเพื่อสังคมให้รอดพ้นวิกฤติ ปั้น BC4C กิจการเพื่อสังคมรุ่นต่อไปในปี 2564

บ้านปู จำกัด (มหาชน) สานต่อการทำงานด้านการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม หรือ “Social Enterprise (SE)” ในปี 2563 ผ่านโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม หรือ..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​‘ไลอ้อน ประเทศไทย’ ขนไลน์อัพสินค้าเสริมอาหาร-ดูแลสุขอนามัยบุกตลาดช่วงโควิด-19

ไลอ้อน ประเทศไทย เผยโควิด-19 หนุนผู้บริโภคตื่นตัวดูแลสุขภาพ ขนทัพผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลสุขอนามัย จัดโปรโมชันรับกระแส รุกเจาะช่องทางออนไลน์ตอบโจทย์ความต้..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​วอลล์สตรีท อิงลิช ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่า เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home

Wall Street English ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่าในการเรียนและหน้าที่การทำงาน เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home หรือช่..

by SME Thailand.| 13 มค. 2021