​พาณิชย์แก้เกมตัดสิทธิ์ GSP แนะเอกชนล็อบบี้ผู้นำเข้า

by SME Thailand PR News 21 พค. 2015
Share:


    ทูตบรัสเซลส์แก้เกมตัด GSP อาศัยช่องกฎ Autonomous Tariff Suspension แนะเอกชนล็อบบี้ผู้นำเข้าขอเว้นการตัดสิทธิภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มวัตถุดิบ หลังสินค้าไทยส่งออกไปอียูหดตัว 5% พร้อมหนุนเดินหน้าเอฟทีเอ อาเซียน-อียู ด้านทูตเนเธอร์แลนด์ดันโครงการโปรดักต์แชมเปี้ยน-จัดคณะผู้นำเข้ามาเจรจาซื้อยางพาราไทย ก.ค.นี้

    นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากการประเมินการส่งออกภาพรวมของตลาดอียู ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2558 หลังจากที่สหภาพยุโรป (EU) ได้ตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) สินค้าไทยไปตั้งแต่ 1 มกราคม 2558 พบว่า ภาพรวมการส่งออกไปตลาดอียู มีมูลค่า 3,550 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.03% โดยสินค้าที่ปรับลดลงส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ไทยเคยได้รับสิทธิ GSP มาก่อน อย่างไรก็ตามยังมีสินค้าบางรายการที่สามารถรักษาตลาดส่งออกอียูได้หลังจากถูกตัดสิทธิจีเอสพีได้ 

    "หลังจากนี้ต้องรอดูว่าเดือนต่อจากนี้ไป ตัวเลขส่งออกอาจต้องศึกษากับผู้ประกอบการโดยตรงว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ตัวเลขส่งออกของไทยไปยังอียูลดลง เกิดจากการที่ไทยถูกตัดสิทธิ GSP หรือจากสาเหตุอื่น เช่น อัตราแลกเปลี่ยน และสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในสหภาพยุโรป เป็นต้น"

    ล่าสุดได้แจ้งให้เอกชนไทยประสานกับผู้นำเข้าอียู ขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปอียูพิจารณางดเว้นการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าบางรายการที่มีความจำเป็น โดยอาศัยกฎระเบียบเรื่อง Autonomous Tariff Suspension ซึ่งเป็นระเบียบที่เปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกของอียูสามารถขอได้ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต หรือมีผลิตอยู่ในอียู แต่ไม่เพียงพอและไม่เป็นสินค้าขั้นสุดท้ายที่พร้อมส่งออก เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของภาคธุรกิจอียู 

    ส่วนการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่ได้รับสิทธิ GSP จะไม่สามารถนำวัตถุดิบจากประเทศสมาชิกอาเซียนที่ถูกตัดสิทธิ GSP ไปแล้ว เช่น ในบรูไน มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย มาร่วมคำนวณ เพื่อให้ได้ถิ่นกำเนิดอาเซียนได้ แต่หากกลับมาเจรจาจัดทำความตกลงเปิดเขตการค้าเสรี(FTA) ก็จะสามารถลดภาษีส่งออกไปยังอียูได้

    สำหรับกรณีที่อียูส่งสัญญาณว่า จะมีการรื้อฟื้นการเจรจาเอฟทีเออาเซียน-อียูนั้น น่าจะเป็นประโยชน์กับไทย แต่ยังไม่มีความแน่นอนว่าจะกำหนดรอบการเจรจาเมื่อใด แต่ปัจจุบันอียูได้สรุปผลการเจรจา FTA กับสิงคโปร์แล้ว และใกล้จะสรุปผลเจรจาเอฟทีเอกับเวียดนาม ขณะที่การเจรจากับมาเลเซียมีความคืบหน้ามาก ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า ความตกลง FTA กับประเทศอาเซียนอื่น ๆ อาจมีผลบังคับใช้ก่อนไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปอียู และจะทำให้ประเทศคู่ค้าเหล่านั้นดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากอียูได้มากขึ้นด้วย เพราะผลการเจรจาเอื้ออำนวยต่อการค้าและการลงทุนเพิ่มขึ้น 

    การเจรจาเอฟทีเอ อาเซียน-อียู และการเจรจาทวิภาคีไทยกับอียูนั้นไม่น่าแตกต่างกันมาก เนื่องจากอียูได้เริ่มกระบวนการเจรจากับประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ไปแล้ว ยกเว้นกัมพูชา ลาว เมียนมา ซึ่งรับสิทธิพิเศษทางภาษีแบบ Everything But Arms : EBA อยู่แล้ว ดังนั้น ขอบเขตการเจรจาน่าจะคล้ายคลึงกัน 

    แต่ผลประโยชน์ที่เห็นได้เด่นชัดจากการเจรจาในกรอบของอาเซียน คือ เรื่องการค้าสินค้า โดยเฉพาะการสะสมถิ่นกำเนิดสินค้าที่ไทยสามารถสะสมถิ่นกำเนิดสินค้าจากประเทศอาเซียนอื่น ๆ ได้ การเป็นฐานการลงทุนของไทยในระดับภูมิภาค รวมถึงการเพิ่มอำนาจต่อรองกับสหภาพยุโรปในแต่ละประเด็น เป็นต้น

    น.ส.สุภาวดี แย้มกมล อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮกเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่า หลังตลาดอียูปรับลดเป้าหมายการส่งออกปี 2558 จาก 3% เหลือ 1% แล้ว นโยบายของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ปรับกลยุทธ์จากนำคณะไปเจรจาธุรกิจที่ไทย เป็นการเชิญผู้เชี่ยวชาญของประเทศผู้นำเข้ามาร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการออกแบบ เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคในด้านต่าง ๆ เช่น สินค้าที่มีนวัตกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือสินค้าในตลาดเฉพาะ เช่น ออร์แกนิก ซึ่งตลาดมีความต้องการเพิ่มขึ้น และมีมูลค่าสูง เพื่อหลีกหนีการแข่งขันด้านต้นทุน แรงงานอย่างในอดีต

    อีกทั้งได้จัดทำโครงการโปรดักต์แชมเปี้ยน โดยคัดเลือกสินค้าข้าวไทยมาเข้าร่วมงานThailand Grand Festival ซึ่งจัดโดยสถานทูตเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 11-12 ก.ค.นี้ พร้อมทั้งนำร้านอาหารไทยซีเล็คมาออกบูท และจัดสาธิตวิธีปรุงอาหารไทย เพื่อสื่อสารถึงผู้บริโภคโดยตรง 

    นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดคณะผู้นำเข้าจากสมาคมยางพาราเนเธอร์แลนด์เดินทางมาเจรจากับผู้ผลิตและผู้ส่งออกยางพาราของไทยโดยตรงในเดือนกรกฎาคมนี้ เพราะปัจจุบันเนเธอร์แลนด์เป็นผู้นำเข้ายางพาราอันดับ 6 ของอียู

ที่มา : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1432114852
Share:

Related Articles

​ไทยพาณิชย์ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีทั่วประเทศรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่

ธนาคารไทยพาณิชย์พร้อมอยู่เคียงข้างช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยก้าวผ่านวิกฤต เร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ให..

by SME Thailand.| 25 มค. 2021

​AP ยืนหนึ่งผู้นำด้านบริหารจัดการโครงการอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยครบวงจร

AP ยิ้มรับความสำเร็จหลัง SMART (สมาร์ท) บริษัทผู้นำธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ ในเครือ “คว้า ISO 41001:2018” มาตรฐานใหม่ของการให้บริการด้านการบร..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​“สุริยะ” สั่งการ กสอ. ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุนฯ เพิ่มสภาพคล่องกว่า 2,300 กิจการ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุน กว่า 2,300 กิจการ ประกอบด้วย การพักชำระหนี้สูงสุด 12 เดือนสำหรับลูกหนี้ชั้นดี พักชำระหน..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021