ค่าเงินบาทอ่อนค่าส่งออกยิ้มแก้มปริ

by SME Thailand PR News 22 พค. 2015
Share:
 
      นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะตลาดการเงินไทยตั้งแต่ต้นปี 58 หากนับจากต้นปี ปัจจุบัน (อัตราปิด ณ วันที่ 20 พ.ค.) เงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 2% และการเปลี่ยนแปลงค่าเงินที่ขึ้นลงค่อนข้างเร็วส่งผลให้ความผันผวนปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าที่ประมาณ 3-4% มาอยู่ที่ประมาณ 6-7% อย่างไรก็ดี ความผันผวนโดยเฉลี่ยยังต่ำกว่าค่าเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค
 
     ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนมี.ค.เป็นต้นมา ค่าเงินบาทเริ่มเคลื่อนไหวผันผวนในสองทิศทางมากขึ้น โดยเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าหลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 11 มี.ค. แต่ก็ปรับแข็งค่าขึ้นหลังจากการประชุม FOMC ของสหรัฐซึ่งเนื้อหาในแถลงข่าวเป็นไปในทิศทางที่ผ่อนปรนกว่าที่ตลาดคาด อีกทั้ง IMF ปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐลง รวมทั้งปัจจัยภายในจากการประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกของไทย
 
     จากนั้นในช่วงปลายเดือน เม.ย. หลังจาก กนง.ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกครั้ง เนื่องจากประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวในอัตราที่ต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ ประกบกับ ธปท.ผ่อนคลายเกณฑ์เงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ออมและนักลงทุนไทยได้ลงทุนในต่างประเทศได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยสร้างสมดุลให้กับเงินทุนเคลื่อนย้ายในระยะยาว ปัจจัยดังกล่าวทำให้ผู้ร่วมตลาดปรับมุมมองเกี่ยวกับค่าเงินบาท โดยเห็นว่าค่าเงินบาทมีโอกาสที่จะอ่อนค่าได้มากขึ้น
 
    นอกจากนี้ ในช่วงต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาตลาดการเงินโลกมีความกังวลเกี่ยวกับราคาสินทรัพย์ จากคำเตือนของประธาน FED ที่แสดงความกังวลว่าอาจเกิด Overvaluation ในราคาหุ้นและมีความเสี่ยงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวจะปรับขึ้นเร็ว หาก FED เริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จึงทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ต่างๆ กดดันให้เงินภูมิภาคและเงินบาทอ่อนค่าเร็ว โดยในเดือน พ.ค. ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.18-33.88 บาท
 
     นางจันทวรรณ กล่าวว่า ค่าเงินบาทในปัจจุบันเฉลี่ยที่ประมาณ 33.50 บาท/ดอลลาร์ ถือเป็นระดับที่ทั้งผู้นำเข้าและส่งออกพึงพอใจ และช่วยผู้ส่งออกให้มีรายได้จากเงินบาทมากขึ้น และสามารถประคองผู้ส่งออกในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวได้  
 
     สำหรับในระยะต่อไปค่าเงินยังมีแนวโน้มที่จะผันผวนจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยตลาดยังคงจับตาการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่แตกต่างกันของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก ไม่ว่าจะเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของยุโรปและญี่ปุ่น รวมทั้งจังหวะเวลาของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ขณะเดียวกันตลาดยังคงกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน เนื่องจากส่งผลต่อการส่งออกของภูมิภาคเอเชียที่เริ่มเห็นสัญญาณการหดตัวตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
 
     “แนวโน้มค่าเงินบาทในช่วงที่เหลือของปี 2558 ยังคงผันผวน โดยเฉพาะเมื่อใกล้การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพราะตลาดจะมีการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ซึ่งขณะนี้คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วที่สุดในช่วงเดือน ก.ย. หรืออย่างช้าในช่วงปลายปี ดังนั้นผู้ประกอบการไม่ควรวางใจต่ออัตราแลกเปลี่ยน และควรทำประกันความเสี่ยงด้านเงินตราต่างประเทศ” นางจันทวรรณ กล่าว
 
    ด้าน น.ส.วชิรา อารมย์ดี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายตลาดการเงิน ธปท.กล่าวว่า ค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปี ถึงปัจจุบันอ่อนค่าประมาณ 2% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ แต่แข็งค่าขึ้น 2.75% เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง แต่ถือว่าแข็งค่าน้อยลง เมื่อเทียบกับช่วงที่แข็งค่าที่สุดช่วงต้นปีที่ 3.75% ซึ่งช่วยทำให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดราคาสินค้าเพื่อแข่งขันได้ง่ายขึ้น ด้านอัตราความผันผวนของค่าเงินอยู่ที่ 6-7% เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้านี้ที่อยู่ที่ 3-4%
 
    นอกจากนี้ ธปท.ยังได้เสนอกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาอนุมัติเพื่อประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเงินทุนไหลออกเพิ่มเติมอีก 2 เรื่อง คือ การเปิดให้วงเงินให้บุคคลในประเทศซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อฝากกับสถาบันการเงินในประเทศได้ โดยมียอดคงค้างไม่เกิน 5 ล้านดอลลาร์จากเดิมไม่เกิน 5 แสนดอลลาร์สหรัฐ และขยายวงเงินให้บุคคลในประเทศโอนเงินออกเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศได้ไม่เกินปีละ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมไม่เกิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา : http://www.banmuang.co.th/news/economy/16980
Share:

Related Articles

​กรมเจรจาฯ เตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ”

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ” เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการที่ผ่านมา

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020

​SEAC รีเฟรมธุรกิจ รับมือหลังวิกฤต ปรับมุมคิดพลิกมุมมองด้วย Outward Mindset

ผลจากวิกฤตการณ์ช่วงที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าอนาคตเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ยาก ไม่มีใครมีคำตอบแน่ชัด สิ่งที่ทำได้คือการโอบกอดความไม่แน่นอน แล้วปรับตัวให้..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020

​ม.อ. - SME D Bank – ก.อุตฯ วช. ร่วมติดปีกเอสเอ็มอีด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม

ม.อ. SME D Bank ก.อุตฯ และ วช.ผนึกกำลังจัดมหกรรม"BCG เศรษฐกิจใหม่ประเทศไทยยั่งยืนInnovation bazaar" ครั้งที่ 2 เสริมแกร่งเอสเอ็มอีไทย นำผล..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020