5 เดือนแรกสุดบูมกรมการท่องเที่ยวมั่นใจรายได้ปีนี้ 2.2 ล้านล้าน

by smethailandclub 15 มิย. 2015
Share:



      กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยท่องเที่ยวไทย 5 เดือนแรกสุดบูม นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวไทยกว่า 12.4 ล้านคน สร้างรายได้เกือบ 6 แสนล้านบาท โดยจีนครองแชมป์เที่ยวไทยมากสุด 3.2 ล้านคน นักท่องเที่ยวอิสราเอล ใช้จ่ายสูงสุด 8 หมื่นกว่าบาท / คน / ทริป ส่วน “12 เมืองต้องห้าม...พลาด” นครศรีธรรมราชฮอตสุด

    นางสาววรรณสิริ โมรากุล รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว รักษาการแทนอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2558 (ม.ค.-พ.ค.2558) ว่า  ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จำนวน 12,448,641 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 24.72 ก่อให้เกิดรายได้ 592,923.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาร้อยละ 25.13 ขณะที่มีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน 2558 เนื่องจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่มีเสถียรภาพ รวมถึงการขยายตัวของนักท่องเที่ยวจีน และการปรับตัวที่ดีขึ้นของนักท่องเที่ยวยุโรป ซึ่งจะมีผลทำให้นักท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่อง และจะขยายตัวถึงร้อยละ 45–50 จึงมั่นใจได้ว่าตลอดทั้งปีนี้จะมีรายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตามเป้าที่ตั้งไว้ 2.2 ล้านล้านบาทอย่างแน่นอน โดยแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 1.4 ล้านล้านบาท และนักท่องเที่ยวภายในประเทศ 800,000 ล้านบาท

    ทั้งนี้ แนวโน้มที่ดีของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ จะเห็นได้จากสถานการณ์ท่องเที่ยวเฉพาะเดือนพฤษภาคม 2558 มีนักท่องเที่ยว จำนวน 2,309,250 คน ขยายตัวร้อยละ 38.21 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 

     อีกทั้ง ยังเป็นการขยายตัวจากทุก ๆ ปี  เช่น ในเดือนเดียวกันของปี 2557 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1,670,860 คน และเดือนเดียวกันของปี 2556 มีจำนวน 1,943,968 คน  และปี 2555 มีจำนวน 1,546,888 คน โดยในเดือนพฤษภาคม 2558 เฉพาะนักท่องเที่ยวจีนขยายตัวถึงร้อยละ120.62 นอกจากนี้ เป็นที่สังเกตว่านักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ จีน มาเลเซีย และอินเดีย  โดยมีญี่ปุ่นเป็นอันดับ 4 รองจากอินเดีย ซึ่งเป็นผลกระทบจากจำนวนที่นั่งในเที่ยวบินที่จำกัด เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก 

    ขณะที่ภาพรวมตลอด 5 เดือนคือ มกราคม-พฤษภาคม 2558 นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 3,273,695 คน รองมาคือ มาเลเซีย 1,397,241 คน ญี่ปุ่น 575,186 คน เกาหลี 546,520 คน และลาว 459,225 คน ตามลำดับ 

    “เป็นเรื่องน่ายินดีที่ปีนี้การท่องเที่ยวของไทยเติบโตสูงมาก จำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัวอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา ซึ่งภูมิภาคที่นักท่องเที่ยวเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา คือ เอเชียตะวันออก เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และอเมริกา ขณะที่ภูมิภาคโอเชียเนีย และแอฟริกานั้น จำนวนนักท่องเที่ยวค่อนข้างเปลี่ยนแปลงผันผวน ส่วนภูมิภาคที่จำนวนนักนักท่องเที่ยวหดตัว คือ ยุโรปภูมิภาคเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของนักท่องเที่ยวรัสเซียที่กำลังประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจอยู่ในขณะนี้” 

    นางสาววรรณสิริกล่าวต่อว่า สำหรับรายได้จากการท่องเที่ยวในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.2558) ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นนั้นเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยวเกือบทุกภูมิภาคเช่นกัน  โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ซึ่งสูงถึง 308,660.88 ล้านบาท รองลงมาได้แก่ ภูมิภาคยุโรป อเมริกา โอเชียเนีย เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ตามลำดับ และมีเพียงรายได้จากนักท่องเที่ยวยุโรปเท่านั้นที่หดตัวลดลง ส่วนนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายและสร้างรายได้ให้ประเทศไทยมากที่สุดในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ได้แก่ นักท่องเที่ยวชาวจีน 156,839.54 ล้านบาท รองลงมาคือ มาเลเซีย 33,092.12 ล้านบาท รัสเซีย 29,021.41 ล้านบาท อังกฤษ 27,949.41 ล้านบาท และสหรัฐอเมริกา 25,047.32 ล้านบาท

    ทั้งนี้ มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ นักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายต่อทริปสูงที่สุดคือ นักท่องเที่ยวจากอิสราเอล ใช้จ่ายเฉลี่ย 84,995 บาท / คน / ทริป ตามด้วย สวีเดน ใช้จ่ายเฉลี่ย 78,177 บาท / คน / ทริป แคนาดา ใช้จ่ายเฉลี่ย 78,010 บาท / คน / ทริป สวิสเซอร์แลนด์ ใช้จ่ายเฉลี่ย 75,893 บาท / คน / ทริป และบราซิล ใช้จ่ายเฉลี่ย 75,533 บาท / คน / ทริป ซึ่งนักท่องเที่ยวที่น่าจับตาอย่างยิ่งคือ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่นอกจากในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวประเทศไทยถึง 397,827 คน ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 8 และนำรายได้เข้าประเทศ 27,949.41 ล้านบาทแล้ว ยังมีการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 70,255 บาท / คน / ทริป 

    สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวใน “12 เมือง ต้องห้าม...พลาด” นั้น รักษาการแทนอธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า “ข้อมูลการท่องเที่ยวใน “12 เมือง ต้องห้าม...พลาด” ล่าสุดพบว่า เดือนเมษายน 2558 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยร้อยละ 59.19 โดยนครศรีธรรมราชมีอัตราการเข้าพักสูงสุด รองลงมา ได้แก่ ตรัง ตราด ลำปาง ชุมพร สมุทรสงคราม จันทบุรี น่าน บุรีรัมย์ ราชบุรี เพชรบูรณ์ และเลย โดยจังหวัดที่อัตราการเข้าพักขยายตัวสูงสุด 3 อันดับแรก คือ ลำปาง นครศรีธรรมราช และน่าน ขณะที่ในส่วนของรายได้จากการท่องเที่ยวพบว่า บุรีรัมย์มีรายได้สูงสุดเท่ากับ 3,666.23 ล้านบาท รองลงมาคือ นครศรีธรรมราช ตราด ตรัง ชุมพร จันทบุรี เพชรบูรณ์ เลย ลำปาง น่าน ราชบุรี และสมุทรสงคราม โดยจังหวัดที่รายได้ขยายตัวสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ลำปาง น่าน และเลย”

    ส่วนสถานการณ์การท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญนั้น จากการเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือน ม.ค.- เม.ย. 2558 พบว่า จังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวมากที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร 18,137,860 คน รองลงมาคือ นครราชสีมา 5,481,327 คน ภูเก็ต 5,337,616 คน ชลบุรี 4,862,017 คน และเชียงใหม่ 2,771,407 คน
Share:

Related Articles

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​​กสอ. จัดงาน โพรแพ็ค เอเชีย 2020 เปิดเวทีให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตหาเทคโนโลยีใหม่เสริมทัพ

งานโพรแพ็ค เอเชีย ปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมชมงานกว่า 23,000 คน หวังใช้งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเป็นทางลัดพัฒนาธุรกิจ ชี้ไฮไลท์สำคัญปีนี้เน้นจัดแสดง..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020