ดอกเบี้ยเงินกู้ดิ่งเอสเอ็มอีแบงก์ทำใจรายได้วูบเดือนละ 30 ล้าน

by SME Thailand PR News 16 มิย. 2015
Share:
    เอสเอ็มอีแบงก์ทำใจกำไรวูบ ต้นเหตุลดดอกเบี้ยตามตลาดเงิน กดรายได้ดอกเบี้ยเงินกู้ดิ่ง แถมไม่มีรายได้รับจากเงินฝาก-ค่าฟีเหมือนแบงก์อื่น ๆ ชี้มีกำไรสุทธิเดือนละ 70 ล้านบาท ลดจากเดิมที่ได้เดือนละ 100 ล้านบาท

    นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารเริ่มเห็นผลกระทบจากการลดดอกเบี้ยเงินกู้มากขึ้น หลังจากที่ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามการลดลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลงต่อเนื่อง 2 ครั้งก่อนหน้า ซึ่งทำให้ปัจจุบันดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.50% 

    โดย ธพว.ได้ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อยชั้นดี (MRR) และดอกเบี้ยสินเชื่อแฟกตอริ่ง (MFR) ลง 0.25% เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR อยู่ที่ 9.25% และอัตราดอกเบี้ย MFR อยู่ที่ 7.375% 

    ทั้งนี้ การลดดอกเบี้ยของ ธพว. มีเป้าหมายแบ่งเบาภาระของเอสเอ็มอีรายย่อย แต่อีกด้านหนึ่งธนาคารก็ได้รับผลกระทบจากการลดดอกเบี้ยตามตลาดเงิน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการทำกำไรของธนาคารค่อนข้างสูง เพราะธนาคารไม่มีรายได้รับจากเงินฝากรายย่อย ดังนั้นสิ่งเดียวที่จะทดแทนรายได้จากเงินกู้ที่ลดลงได้นั้น คือการขยายสินเชื่อเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีรายได้รับมากขึ้น แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันธนาคารจะไปผลีผลามเรื่องการปล่อยสินเชื่อมาก คงจะไม่ได้ และยังต้องระมัดระวังตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวด้วย ดังนั้นผลกระทบด้านการลดดอกเบี้ยจึงส่งผลต่อการทำกำไรสุทธิของธนาคารพอสมควร

    "ธนาคารเริ่มเห็นผลกระทบดังกล่าวตั้งแต่เดือนเม.ย.-พ.ค.หลังจาก กนง.ลดดอกเบี้ย แต่การลดลงของกำไรจากการลดดอกเบี้ยดังกล่าว ก็ไม่ได้ทำให้แบงก์ไม่มีกำไรเสียทีเดียว เพียงแต่กำไรไม่มากนักอย่างที่เคยทำได้ในช่วงดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง ๆ" นางสาลินีกล่าวและว่า 

    เดิมการทำกำไรสุทธิของธนาคารในแต่ละเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาท แต่ปัจจุบันมีกำไรสุทธิลดลงเหลือเดือนละ 70 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 30% ซึ่งน่าจะมีผลกระทบต่อกำไรทั้งปีแน่นอน แม้ว่าตามแผนฟื้นฟูจะไม่ได้คาดการณ์ให้มีกำไรมากนักก็ตาม

    นอกจากนี้ที่ผ่านมา ธนาคารก็ไม่ได้มีการเก็บค่าธรรมเนียม (ค่าฟี) การทำธุรกรรมเหมือนสถาบันการเงินอื่น ๆ จึงไม่มีรายได้ค่าฟีเข้ามาช่วยสนับสนุนด้วย 

    "ถ้าเราจะเก็บค่าฟีจากลูกค้า เราก็ทำได้ แต่แบงก์เลือกที่จะไม่ทำ เพราะเราต้องการดูแลให้เอสเอ็มอีได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจากเรามีบทบาทเป็นธนาคารของรัฐ ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายทำกำไรสูงสุด แต่ต้องปล่อยสินเชื่อตามพันธกิจ ไม่ให้เกิดความเสียหาย ไม่เป็นภาระต่อรัฐ และควรมีกำไรพอสมควร หากเป็นไปตามนั้นก็ถือว่าเราเป็นไปตามเป้าประสงค์แล้ว" นางสาลินีกล่าว

    ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล สิ้น เม.ย.อยู่ที่ 33.4% โดยระยะข้างหน้าเชื่อว่าต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากขณะนี้กลุ่มเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบจากความอ่อนแรงของเศรษฐกิจมากขึ้นเด่นชัดกว่าช่วงต้น โดยเฉพาะเอสเอ็มอีในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม และโรงสีที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำ ปัญหาของเอสเอ็มอีขณะนี้คือรายได้ลด แต่รายจ่ายเท่าเดิม ทำให้เจอปัญหาสภาพคล่องเพิ่มขึ้น 

    อย่างไรก็ตาม สำหรับผลประกอบการช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-เม.ย.) ธพว.มีกำไรสุทธิรวม 425 ล้านบาท และปล่อยสินเชื่อไปแล้วที่ 11,154 ล้านบาท ขณะที่เป้าหมายทั้งปีในการปล่อยสินเชื่อใหม่อยู่ที่ 40,000 ล้านบาท และตั้งเป้ากำไรสุทธิรวม 1,200 ล้านบาท

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 
Share:

Related Articles

​สตีเบล เอลทรอน ผนึกพันธมิตร เฮลท์แลนด์ ขยายไลน์มุ่งเจาะตลาดสปาเต็มรูปแบบ

สตีเบล เอลทรอน ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ ฮีทปั๊ม (Heat Pump) เครื่องปั๊มความร้อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้บริการ ณ เฮลท์แลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ในพัทยาใ..

by SME Thailand.| 26 มค. 2021

​ไทยพาณิชย์ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีทั่วประเทศรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่

ธนาคารไทยพาณิชย์พร้อมอยู่เคียงข้างช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยก้าวผ่านวิกฤต เร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ให..

by SME Thailand.| 25 มค. 2021

​AP ยืนหนึ่งผู้นำด้านบริหารจัดการโครงการอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยครบวงจร

AP ยิ้มรับความสำเร็จหลัง SMART (สมาร์ท) บริษัทผู้นำธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ ในเครือ “คว้า ISO 41001:2018” มาตรฐานใหม่ของการให้บริการด้านการบร..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021