กสอ. รุกเสริมกลยุทธ์ SME ไทยหวังปักธงเจ้าตลาด AEC

by SME Thailand PR News 25 สค. 2015
Share:


    กสอ. รุกเสริมศักยภา SMEs ไทย ผ่าน “โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด”  พร้อมตั้งเป้าส่งออกในปี 2559 มากกว่า 2.2 ล้านล้านบาท จากมูลค่าการส่งออก1.92 ล้านล้านบาท ในปี 2557 ที่ผ่านมา
          
    นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ  AEC ถือเป็นโอกาสทองของภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SME และ เพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว กสอ. จึงเดินหน้าส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SME ผ่านการจัดทำ “โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด” โดยเปิดรับสมัครผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 2,520 ราย 

    จากนั้นผู้เชี่ยวชาญทำการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพต่อยอดพัฒนาสินค้าในเชิงพาณิชย์ 262 ราย เข้าพัฒนาเชิงลึก โดยมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์      ผ่านการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์และดีไซน์ให้ดูทันสมัย ควบคู่ไปกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่นสวยงามสะดุดตา รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต 

    แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากประเทศในอาเซียนมีวัฒนธรรมและระดับรายได้ที่หลากหลายโดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ 1.กลุ่มประเทศรายได้สูงได้แก่ สิงคโปร์ และบรูไน 2.กลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง-สูง ได้แก่ มาเลเซีย และไทย และ 3.กลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง-ต่ำ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมาร์ อินโดนิเซีย สปป.ลาว และกัมพูชา 

    ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องวางกลยุทธ์การผลิตสินค้าและบริการให้สอดคล้องตามความต้องการที่หลากหลายเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปสู่ความยั่งยืน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพเป็นผู้นำตลาด AEC ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น, กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป และ กลุ่มอุตสาหกรรมของใช้และของตกแต่งบ้าน

          นายอาทิตย์ กล่าวต่อว่า จุดแข็งของ SME ไทยจะค่อนข้างได้เปรียบประเทศคู่แข่งในแง่ความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ มีความสามารถในการปรับตัวภายใต้ภาวะทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเร็ว และมีความสามารถในการประยุกต์เอาทักษะด้านการผลิตและบริการมาเป็นจุดแข็งได้ ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีจุดอ่อนที่จำเป็นต้องพัฒนาอย่างจริงจังอยู่หลายประการ เนื่องจากที่ผ่านมาเราอาศัยข้อได้เปรียบด้านแรงงานและทรัพยากรมากกว่าความเข้มแข็งทางเทคโนโลยี 

    ปัจจุบันจึงต้องเผชิญแรงกดดันสองทางคือติดอยู่ตรงกลางระหว่างประเทศที่มีความได้เปรียบด้านต้นทุนราคาถูก เช่น จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย กับประเทศที่เป็นผู้นำด้านแรงงานที่มีทักษะและมีผลิตภาพสูง เช่น อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน 

    นอกจากนี้ข้อกำจัดในด้านความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจ รวมถึงการสื่อสารภาษาต่างประเทศ ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องร่วมมือกันยกระดับขีดความสามารถและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ทัดเทียมนานาประเทศด้วยเช่นกัน 

SME Thailand เพื่อนคู่คิด ธุรกิจเอสเอ็มอี
ติดตามข้อมูลดีๆ เพื่อ SME ได้ที่ www.smethailandclu.com



Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020