อุตฯเดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทยชิงโอกาสทองหลังก้าวสู่ AEC

by smethailandclub 24 กย. 2015
Share:
 
      กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าจัดพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2558 รางวัลเกียรติยศสูงสุดของวงการอุตสาหกรรมไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 เสริมแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
 

             ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมถือเป็นภาคที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น ภารกิจในการยกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก จึงถือเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการบริหารจัดการและการแข่งขัน ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในภูมิภาคอาเซียนและอุตสาหกรรมโลก ทั้งนี้ การมอบรางวัลอุตสาหกรรม (The Prime Minister’s Industry Award) ซึ่งแบ่งออกเป็นรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น 7 ประเภทรางวัล ได้แก่ 

    1.การเพิ่มผลผลิต 2.การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม 3.การบริหารความปลอดภัย 4.การบริหารงานคุณภาพ 5.การจัดการพลังงาน 6.การบริหารอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม และ 7.การจัดการโลจิสติกส์ และรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม ให้กับสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน การตรวจประเมินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกระทรวงอุตสาหกรรม ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการกระตุ้นเตือนให้สถานประกอบการ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงาน

    ซึ่งหากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทั่วทั้งประเทศสามารถดำเนินการได้ตามเกณฑ์มาตรฐานดังกล่าว จะส่งผลดีต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในอนาคตได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในระยะเวลาอันใกล้นี้ที่ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 10 ประเทศ จะรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC อย่างเต็มรูปแบบ

             ด้าน ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้จัดให้มีการมอบรางวัลอุตสาหกรรม เพื่อเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจแก่สถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และเพื่อเป็นเกียรติประวัติสูงสุดแก่สถานประกอบการที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการ ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานการตรวจประเมินของกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ การยกระดับขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมไทย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้ามาร่วมแรงร่วมใจกันส่งเสริมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง  ซึ่งการมอบรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นทั้ง 7 ประเภทและรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม นับเป็นความตั้งใจของกระทรวงอุตสาหกรรม ในการเป็นส่วนหนึ่งของแรงผลักดันที่ช่วยกันขับเคลื่อนศักยภาพภาคอุตสาหกรรมไทย โดยแบ่งประเภทรางวัลออกเป็นดังนี้

    1. ประเภทการเพิ่มผลผลิต โดยการเน้นปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้สินค้าและบริการที่มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ภายใต้การควบคุมต้นทุนการผลิตลดการสูญเสียในทุกรูปแบบ โดยผนวกเอาเทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้ามาใช้ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพพนักงานอย่างต่อเนื่อง

    
    2. ประเภทการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยการกำหนดนโยบายลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริงทั้งกระบวนการบริหารจัดการและการผลิต ซึ่งการใส่ใจผลกระทบคุณภาพสิ่งแวดล้อมไม่เพียงช่วยสร้างความมั่นคงและการยอมรับจากนานาชาติเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันยังทำให้สถานประกอบการสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมรอบข้างได้อย่างยั่งยืน


    3. ประเภทการบริหารความปลอดภัย โดยการสร้างระบบการจัดการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพราะความปลอดภัยในการปฏิบัติงานนั้น ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของพนักงาน เมื่อการทำงานมีระบบจัดการอันตรายที่ดีและมีประสิทธิภาพก็ย่อมจะทำให้ผลิตภาพการทำงานดีขึ้นตามไปด้วย


    4. ประเภทการบริหารงานคุณภาพ โดยการจัดการระบบบริหารงานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จ ซึ่งการที่สถานประกอบการจะสามารถบริหารงานได้อย่างมีคุณภาพนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ปฏิบัติงานทุกคน ในการรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ตนได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถ


    5. ประเภทการจัดการพลังงาน โดยการตั้งเป้าหมายในการใช้พลังงานทุกประเภทให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ลดปริมาณการใช้พลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ซึ่งการวางนโยบายลดใช้พลังงานอย่างจริงจังนั้น ไม่เพียงส่งผลดีต่อการลดอัตราสิ้นเปลืองพลังงานของประเทศแต่ในขณะเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนการผลิตให้น้อยลงอีกด้วย


    6. ประเภทการบริหารอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม โดยการพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการในทุกๆ ด้าน ทั้งการวิเคราะห์ตลาดความต้องการของผู้บริโภค การบริหารจัดการ การผลิต และช่องทางการตลาดและการจัดจำหน่าย


    7. ประเภทการจัดการโลจิสติกส์ โดยการบริหารจัดการระบบการขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน ต้นทุนเวลา และต้นทุนค่าเสียโอกาส ซึ่งหากผู้ประกอบการมีระบบขนส่งสินค้าที่ดี นอกจากจะทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจยังช่วยสร้างโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน
             
    ทั้งนี้ เชื่อว่าหากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย จะสามารถพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการและการผลิตสินค้าเข้าไปตีตลาดอาเซียนและตลาดโลกได้เป็นผลสำเร็จในภาพรวมก็จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน สำหรับพิธีมอบรางวัลในปี 2558 มีผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกรางวัลอุตสาหกรรม กว่า  100 สถานประกอบการ 

    โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณาคัดเลือกอย่างเข้มข้นตามเกณฑ์ที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด ผลปรากฏว่ามีสถานประกอบการที่ได้รับรางวัล ทั้งสิ้น 31 แห่ง รวม 33 รางวัล แบ่งเป็น รางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม 1 รางวัล และรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น 7 ประเภท 32 รางวัล 

    ทั้งนี้ พิธีมอบรางวัลได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2558ที่ผ่านมาพร้อมกันนี้กระทรวงอุตสาหกรรม ยังได้จัดงาน “มหกรรมซื้อของไทยใช้ของดี” (Thailand Industry Expo 2015) ภายใต้แนวคิด “อุตสาหกรรมไทยก้าวหน้า พัฒนาด้วยนวัตกรรม” งานแฟร์ที่รวบรวมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทั่วประเทศ มาออกบูธจัดโปรโมชั่นลดราคาสุดพิเศษ ระหว่างวันที่ 22-27 กันยายน 2558 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 เพื่อให้คนไทยได้เลือกซื้อของดีในราคาถูก และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยด้วย ดร.อรรชกา กล่าวสรุป

www.smethailandclub.com ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)
Share:

Related Articles

​กรมเจรจาฯ เตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ”

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ” เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการที่ผ่านมา

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020

​SEAC รีเฟรมธุรกิจ รับมือหลังวิกฤต ปรับมุมคิดพลิกมุมมองด้วย Outward Mindset

ผลจากวิกฤตการณ์ช่วงที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าอนาคตเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ยาก ไม่มีใครมีคำตอบแน่ชัด สิ่งที่ทำได้คือการโอบกอดความไม่แน่นอน แล้วปรับตัวให้..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020

​ม.อ. - SME D Bank – ก.อุตฯ วช. ร่วมติดปีกเอสเอ็มอีด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม

ม.อ. SME D Bank ก.อุตฯ และ วช.ผนึกกำลังจัดมหกรรม"BCG เศรษฐกิจใหม่ประเทศไทยยั่งยืนInnovation bazaar" ครั้งที่ 2 เสริมแกร่งเอสเอ็มอีไทย นำผล..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020