เตือนผู้บริโภคระวังเว็บเถื่อน เฟซบุ๊ก-ไอจี-ทวิตเตอร์

by smethailandclub 19 ตค. 2015
Share:



    พาณิชย์เตือนผู้บริโภคระวังเว็บเถื่อน พาณิชย์ออกโรงเตือนผู้บริโภคซื้อสินค้าออนไลน์ตรวจสอบรอบคอบ หวั่นเว็บเถื่อนทั้ง เฟซบุ๊ก-ไอจี-ทวิตเตอร์ 

    นายวิชัย โภชนกิจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รายงานว่ามีนิติบุคคล เว็บไซต์ การค้าขายผ่านเฟซบุ๊ก ไอจี ทวิตเตอร์ และในรูปบุคคลธรรมดา รวมแล้วกว่า 500,000 ราย แต่มีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดามายื่นจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อยืนยันตัวตนแค่ 13,584 ราย หรือจำนวน 15,363 เว็บไซต์ ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับผู้ค้าขายที่มีอยู่ทั้งระบบ ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนที่จะทำการซื้อขายสินค้าและบริการกับผู้ที่ไม่มีการขึ้นทะเบียนให้ระมัดระวัง เพราะอาจจะถูกฉ้อโกงได้เนื่องจากยังเป็นผู้ค้าเถื่อน 


    ขณะเดียวกันกรมฯยังได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการค้าขายเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ทัวร์ ทั้งที่พัก โรงแรม ตั๋วเครื่องบิน เพราะมีการหลอกลวงโดยใช้กลยุทธ์ราคาถูก จึงมีผู้หลงเชื่อไปซื้อสินค้าและบริการเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อถึงเวลาจะใช้บริการจริง กลับทำไม่ได้ ทำให้ยอดเสียหายมีมูลค่ารวมสูง ดังนั้นอยากจะขอเตือนให้ผู้บริโภคเพิ่มความระมัดระวังให้ดี และตรวจสอบก่อนว่าผู้ที่ค้าขายมีการจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ 


    “ขอเตือนประชาชนที่คิดจะซื้อขายสินค้าออนไลน์ ขอให้ตรวจสอบก่อนว่าผู้ที่จะไปซื้อขายด้วย มีการขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ขึ้นทะเบียน ขอให้คิดไว้ก่อนเลยว่าเป็นพวกค้าขายเถื่อน ไม่มีตัวตนในระบบ หากตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการไปแล้ว อาจไม่ได้ของ หรือถูกฉ้อโกงได้ และที่สำคัญ จะไม่สามารถติดตามตัวได้ เพราะไม่รู้ว่าจะไปตามที่ไหน”


     ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้แนะนำให้ผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์ในส่วนที่เหลือ มาแจ้งขึ้นทะเบียน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับธุรกิจ และใช้ยืนยันความมีตัวตน ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีความมั่นใจในการติดต่อซื้อขายมากขึ้น 

    นายวิชัย กล่าวว่า ขณะนี้การร้องเรียนเรื่องการฉ้อโกงเรื่องการค้าขายออนไลน์เริ่มลดลง หลังจากที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เข้าไปดูแล และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ถูกฉ้อโกง ก่อนที่จะส่งดำเนินคดีตามกฎหมายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งสรรพากรตรวจสอบการเสียภาษี และส่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เอาผิดตามกฎหมายขายตรง ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดี ที่ทำให้ผู้ค้าขายออนไลน์มีการเอาใจใส่ผู้บริโภคมากขึ้น


     “ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) ขอให้จดทะเบียนพาณิชย์ให้ถูกต้อง หากฝ่าฝืนไม่จดทะเบียนภายใน30วัน จะมีความผิดตามพ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์พ.ศ.2499ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน2,000บาท และหากยังฝ่าฝืนอีกจะมีโทษปรับอีกวันละไม่เกิน100บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง และผู้ใดไม่จดทะเบียนต่อ สคบ. จะมีความผิดตามพ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรงพ.ศ.2545มีโทษจำคุกไม่เกิน1ปี หรือปรับไม่เกิน100,000บาท หรือทั้งจำและปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน10,000บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน”“

ที่มา : เดลินิวส์
 
Share:

Related Articles

​สตีเบล เอลทรอน ผนึกพันธมิตร เฮลท์แลนด์ ขยายไลน์มุ่งเจาะตลาดสปาเต็มรูปแบบ

สตีเบล เอลทรอน ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ ฮีทปั๊ม (Heat Pump) เครื่องปั๊มความร้อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้บริการ ณ เฮลท์แลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ในพัทยาใ..

by SME Thailand.| 26 มค. 2021

​ไทยพาณิชย์ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีทั่วประเทศรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่

ธนาคารไทยพาณิชย์พร้อมอยู่เคียงข้างช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยก้าวผ่านวิกฤต เร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ให..

by SME Thailand.| 25 มค. 2021

​AP ยืนหนึ่งผู้นำด้านบริหารจัดการโครงการอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยครบวงจร

AP ยิ้มรับความสำเร็จหลัง SMART (สมาร์ท) บริษัทผู้นำธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ ในเครือ “คว้า ISO 41001:2018” มาตรฐานใหม่ของการให้บริการด้านการบร..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021