สตาร์ตอัพ เอเชียกุมขมับ นักลงทุนชะลอท่อน้ำเลี้ยง

by smethailandclub 16 พค. 2016
Share:


    สตาร์ตอัพดาวรุ่งในเอเชียที่เคยเป็นแม่เหล็กดึงดูดเงินลงทุนก้อนใหญ่จากทั้งในและนอกภูมิภาคกำลังกลายเป็นดาวร่วงหลังบริษัทผู้ร่วมลงทุน (Venture Capital) แตะเบรกชะลอการลงทุนกันเป็นแถว

    วอลล์สตรีต เจอร์นัล ระบุว่าช่วงไม่กี่ปีมานี้ นักลงทุนหลั่งไหลเข้ามาร่วมทุนในบริษัทสตาร์ตอัพแถบเอเชีย เพราะเล็งเห็นศักยภาพในการทำเงินของภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนมากที่สุดในโลก

    แต่ปัจจุบันนักลงทุนวิตกกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนในตลาดหุ้นจีน และความซบเซาในซิลิกอน วัลเลย์ โดยเฉพาะแนวโน้มที่ฟองสบู่เทคโนโลยีกำลังจะแตก ทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น และประเมินมูลค่าสตาร์ตอัพอย่างรอบคอบก่อนยอมควักกระเป๋า ส่งผลให้สตาร์ตอัพหลายแห่งต้องปิดตัวลง บางแห่งปรับตัวด้วยการปลดพนักงาน หั่นต้นทุนและเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจส่วนที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก

    การชะลอตัวของการร่วมลงขันในสตาร์ตอัพเห็นได้ชัดเจนที่สุดในจีนและอินเดียข้อมูลจากบริษัท เอวีซีเจ รีเสิร์ชชี้ว่า การร่วมลงทุนในสตาร์ตอัพสัญชาติจีนลดลง 28% ในไตรมาสแรกของปีนี้เหลือ 1,800 ล้านดอลลาร์ จาก 2,500 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีกลาย ส่วนในอินเดีย มูลค่าการร่วมลงขันในสตาร์ตอัพช่วงไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 738 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 891 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว ด้านสตาร์ตอัพในเกาหลีใต้ได้รับท่อน้ำเลี้ยงจากบริษัทร่วมลงทุน 45.8 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2559 ขณะที่ไตรมาสแรกของปี 2558 ได้รับ 72.2 ล้านดอลลาร์

    ปีนี้นักลงทุนเน้นไปที่ "ยูนิคอร์น" (บริษัทสตาร์ตอัพที่มีมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป) ที่มีศักยภาพสูง และเมินบริษัทที่ขาดแนวโน้มการเติบโตอย่างยั่งยืน นายทอม เซา หุ้นส่วนบริหารของบริษัทร่วมลงทุนโกบี พาร์ตเนอร์สชี้ว่า "เฉพาะผู้ก่อตั้งที่แกร่งที่สุดและรับมือความท้าทายได้เยี่ยมที่สุดเท่านั้นถึงจะอยู่รอด"

    หนึ่งในผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัพที่กำลังเผชิญวิกฤตสภาพคล่องได้แก่ นายหยิน ซาง วัย 23 ปี เจ้าของ "หยีชี่ ชาง" สตาร์ตอัพจองห้องร้องคาราโอเกะ ที่ไม่มีเงินพอสำหรับจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน 600 คน หลังจากการระดมทุนล้มเหลว สถานการณ์ขณะนี้กลับตาลปัตรจากปีที่แล้วที่หยีชี่ ชาง ได้รับการประเมินว่ามีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ และในปี 2557 นายหยินติดทำเนียบ 30 นักธุรกิจวัยต่ำกว่า 30 ปี ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของฟอร์บส ไชน่า

    ฟาก "โอโย รูมส์" สตาร์ตอัพรวบรวมรายชื่อโรงแรมขนาดเล็กในอินเดีย ที่เคยได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นยูนิคอร์นในอนาคตอันใกล้ ได้รับเงินจากนักลงทุนไม่ถึง 100 ล้านดอลลาร์ ทั้ง ๆ ที่บริษัทดังกล่าวมีมูลค่าอยู่ที่ 400 ล้านดอลลาร์

    ส่วนสตาร์ตอัพขายเสื้อผ้าทางออนไลน์ในอินโดนีเซียอย่าง "พาราโพลอู" และ "พิงค์เอมมา" เกิดปัญหาขาดแคลนเงินทุนรุนแรงถึงขั้นต้องปิดกิจการ ตลาดสตาร์ตอัพในเอเชียมาถึงจุดอิ่มตัวเร็วกว่าคาด หรือเป็นเพียงการชะลอตัวชั่วคราวก่อนกลับมาพุ่งแรงอีกครั้ง คงต้องจับตามองกันต่อไป

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
Share:

Related Articles

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​​กสอ. จัดงาน โพรแพ็ค เอเชีย 2020 เปิดเวทีให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตหาเทคโนโลยีใหม่เสริมทัพ

งานโพรแพ็ค เอเชีย ปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมชมงานกว่า 23,000 คน หวังใช้งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเป็นทางลัดพัฒนาธุรกิจ ชี้ไฮไลท์สำคัญปีนี้เน้นจัดแสดง..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​กรมเจรจาฯ เตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ”

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ” เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการที่ผ่านมา

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020