นิด้าโพลเผยปชช. 60.80% เห็นว่า'บิ๊กตู่'เหมาะนั่งนายกฯหลังเลือกตั้ง

by smethailandclub 04 กย. 2016
Share:

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล”   สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ตามวิถีทางประชาธิปไตย” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 30 – 31 สิงหาคม 2559 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไปทั่วประเทศ กระจายทุกระดับการศึกษาและอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับแนวทางการกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ 
    
จากการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อความเหมาะสมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย ภายหลังการเลือกตั้งในปี 2560 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 60.80 ระบุว่า เหมาะสม เพราะ ชื่นชอบในการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ที่มีความเป็นผู้นำ กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ เด็ดขาด ตรงไปตรงมา ชัดเจน สามารถจัดการบ้านเมืองให้มีความเรียบร้อยเป็นปกติ ความขัดแย้งความวุ่นวายทางการเมืองต่าง ๆ ลดลง ซึ่งที่ผ่านมามีผลงานปรากฎให้เห็นชัดเจนเป็นรูปธรรม อีกทั้งในเวลานี้ ยังมองไม่เห็นใครที่จะทำงานได้ดีเท่า และเป็นการสานต่อนโยบายและการทำงานต่าง ๆ ให้สามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างราบรื่น รองลงมา ร้อยละ 25.84 ระบุว่า ไม่เหมาะสม เพราะ ไม่ชอบในระบบการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์         จันทร์โอชา ที่มีการจำกัดสิทธิและเสรีภาพ ยึดติดกับอำนาจ จนประชาชนรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกบังคับ มีความเป็นเผด็จการทางการเมืองในบางประเด็นมากเกินไป และผลงานบางอย่างยังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่ยังแก้ไขปัญหาได้ไม่ดีเท่าที่ควร      ควรเปลี่ยนให้บุคคลอื่นเข้ามาบริหารประเทศ รวมไปถึงท่านเคยกล่าวไว้ว่า จะไม่กลับมาเป็นนายกฯ หรือลงเล่นการเมืองอีก                    และบุคลิกลักษณะของการเป็นทหารที่อาจจะยังไม่เหมาะกับการเป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 2.64 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ มีทั้งความเหมาะสมและไม่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับผลงานและความโปร่งใสในการทำงาน และช่องทางที่เหมาะสมในการเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ว่าจะเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่หรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ ควรเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และร้อยละ 10.72 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
    
ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อแนวทางที่เหมาะสมในการกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา   ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 32.89 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับการเสนอชื่อให้เป็น นายกฯ คนนอก          ตามช่องทางที่เปิดไว้ในรัฐธรรมนูญใหม่ รองลงมา ร้อยละ 25.53 ระบุว่า ให้พรรคการเมืองเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในบัญชีรายชื่อผู้ที่พรรคสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 21.45 ระบุว่า ให้พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งพรรคการเมืองแล้วเป็นหัวหน้าพรรค ร้อยละ 8.95 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ให้ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ลงรับสมัครการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตย ขณะที่บางส่วนระบุว่า เป็นแนวทางใดก็ได้       และร้อยละ 11.18 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ 
    
ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้ากลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 41.20 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถบริหารประเทศได้สบาย คล่องตัวกว่า     ในปัจจุบัน เพราะ เป็นการใช้อำนาจตามแนวทางของประชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ได้แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่มีความชัดเจน พูดจริงทำจริง ตรงไปตรงมา รวดเร็ว ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันลดลง และการทำงานมีความต่อเนื่องและน่าจะทำได้ดีกว่า เนื่องจากผ่านการบริหารประเทศมาระยะหนึ่งแล้ว รองลงมา ร้อยละ 26.64 ระบุว่า การบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเหมือนในปัจจุบัน เพราะ ระบบการทำงานยังมาจากบุคคลเดิม แนวคิด และรูปแบบการทำงาน การบริหารบ้านเมืองต่าง ๆ

ก็จะยังคงเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก และยังมีบางประเด็นที่ทำให้ไม่สามารถบริหารบ้านเมืองได้อย่างเต็มที่ เช่น การไม่ยอมรับจากกลุ่มคนที่ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา จากคนภายในประเทศเอง หรือ แม้แต่ในสายตาของชาวต่างชาติเองก็ตาม ซึ่งการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้นต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร ร้อยละ 24.88 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะบริหารบ้านเมืองได้ลำบากกว่า         ในปัจจุบัน เพราะ อำนาจการบริหารจะไม่ได้อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา เป็นหลัก แต่จะถูกคานอำนาจด้วย ส.ส. และส.ว. ในสภา อีกทั้งอาจมีแนวความคิดที่เห็นต่างออกไปจากกลุ่มนักการเมือง พรรคการเมืองหรือกลุ่มคนที่คัดค้านการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์        จันทร์โอชา  ซึ่งแนวความคิดการทำงานและการบริหารงานของท่านยังไม่ทันสมัย และด้วยความที่เป็นคนซื่อสัตย์ ทำงานตรงไปตรงมา     อาจขัดผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม และหากยิ่งไม่มี มาตรา 44. ในการบริหารบ้านเมืองแล้ว จะทำงานได้ลำบากกว่าในปัจจุบัน ร้อยละ 1.28 ระบุ อื่น ๆ ได้แก่ การจะบริหารได้ดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับผลงานในปัจจุบันและทีมงานที่อยู่ภายใต้การบริหารประเทศโดย               พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ซึ่งบางเรื่องก็แก้ไขได้ดี แต่บางเรื่องก็ยังแก้ไขได้ไม่ดี ต้องรอดูในความเป็นจริงว่าจะเป็นอย่างไร และร้อยละ 6.00 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
Share:

Related Articles

​Tellscore เตรียมจัดงาน Thailand Influencer Awards 2020

เทลสกอร์ (Tellscore) ผู้นำด้านอินฟลูเอนเซอร์มาร์เก็ตติ้งแพลตฟอร์ม ที่ดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศไทย อินโดนีเซีย และโคลอมเบีย ประกาศจัดงาน Thailand Infl..

by SME Startup| 27 ตค. 2020

​​กรมสรรพากรชูนวัตกรรมให้ภาษีเป็นเรื่องง่าย ใช้ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax)

กรมสรรพากรเปิดตัวระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) นำนวัตกรรมมาใช้ เพื่อความสะดวกของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ กลาง เล็ก และผู..

by SME Startup| 27 ตค. 2020

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020