กรมพัฒน์ฯ ลดต้นทุนให้ธุรกิจบริการโลจิสติกส์รับยุคดิจิทัล

by SME Thailand. 25 ตค. 2019
Share:



      รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งเร่งพัฒนาศักยภาพธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ไทย เน้นลดต้นทุนโดยใช้เทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพ และใช้ข้อมูลวิเคราะห์การแข่งขันให้ทันโลกยุคดิจิทัล


      วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจให้บริการด้านการขนส่งสินค้า ให้มีการพัฒนาสมรรถนะการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล ตั้งแต่กระบวนการวางระบบการบริหารจัดการ การจัดทำข้อมูลสารสนเทศเพื่อวิเคราะห์วางแผนลดเวลาและต้นทุน การจัดทำเอกสารเพื่อการตรวจสอบ ติดตามการดำเนินงาน การพัฒนาบุคลากรและข้อคิดเห็นจากลูกค้า ตอกย้ำถึงระบบการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ เพิ่มความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า


     โดยเน้นเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนามาตรฐานการบริการโลจิสติกส์ของไทยเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อให้การทำงานสอดรับตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอีในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเชิงพาณิชย์และระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่ มาช่วยพัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า​จึงเตรียมจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ


      “การพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจโลจิสติกส์” (Logistics Management & e-Logistics) ในทุกภูมิภาค​ของประเทศ​ จำนวน 5 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 จังหวัดนครราชสีมา (4-5 พ.ย. 2562) ครั้งที่ 2 จังหวัดระยอง (2-3 ธ.ค.62) ครั้งที่ 3 จังหวัดสงขลา (6-7 ม.ค.63) ครั้งที่ 4 จังหวัดเชียงใหม่ (3-4 ก.พ.63) และที่กรุงเทพฯ (2-3 มี.ค.63) ผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่ www.dbd.go.th เลือกหัวข้ออบรม/สัมมนา ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับการพัฒนาในด้านต่างๆ อาทิ การประเมินตนเองตามาตรฐานสากลโดยใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสม การจัดการข้อมูลในองค์กรอย่างเป็นระบบ กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการธุรกิจโลจิสติกส์ได้อย่างเหมาะสม เป็นต้น


      ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2562) มีนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 26,438 ราย ซึ่งมีนิติบุคคลคงอยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัดที่จะดำเนินการจัดงานสัมมนาฯ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา มีจำนวน 465 ราย ระยองมีจำนวน 600 ราย สงขลามีจำนวน 729 ราย เชียงใหม่มีจำนวน 445 ราย และกรุงเทพมหานครมีจำนวน 9,428 ราย ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับธุรกิจทั้งที่อยู่ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ที่จะได้รับการพัฒนาธุรกิจของตนเองได้อย่างถูกจุดและตรงตามความต้องการของตลาดยุคดิจิทัลนั่นเอง





www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​AP ยืนหนึ่งผู้นำด้านบริหารจัดการโครงการอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยครบวงจร

AP ยิ้มรับความสำเร็จหลัง SMART (สมาร์ท) บริษัทผู้นำธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ ในเครือ “คว้า ISO 41001:2018” มาตรฐานใหม่ของการให้บริการด้านการบร..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​“สุริยะ” สั่งการ กสอ. ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุนฯ เพิ่มสภาพคล่องกว่า 2,300 กิจการ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุน กว่า 2,300 กิจการ ประกอบด้วย การพักชำระหนี้สูงสุด 12 เดือนสำหรับลูกหนี้ชั้นดี พักชำระหน..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​บริดจสโตน ส่งมอบสนามกีฬาบริดจสโตน ผ่านโครงการ B-Active สร้างพื้นที่ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของเด็กไทย

บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด ในฐานะผู้นำด้านการผลิตยางรถยนต์อันดับหนึ่งในประเทศไทย เดินหน้าส่งมอบสนามกีฬาบริดจสโตนในโครงการ B-Active แห่งที่ 3 ณ โรงเรี..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021