OREO ปู่คุกกี้! ที่ขายดีตั้งแต่ร้อยปีที่แล้ว

by SME Thailand. 19 พย. 2019
Share:



               
     จากแบรนด์สินค้าที่มีให้เห็นอยู่มากมาย คิดว่าจะมีสักกี่แบรนด์ที่มีอายุอานามผ่านร้อนผ่านหนาวอยู่รอดมาได้เป็นร้อยๆ ปี ลองนับๆ ดูแล้วคงมีไม่กี่แบรนด์หรอก แต่ที่แน่ๆ ต้องมีชื่อของ “OREO” คุกกี้สีดำรวมอยู่ด้วยแน่ (จริงป่ะ! เนี่ย)


     หลายคนคงยังไม่รู้ และไม่อยากเชื่อ เพราะด้วยภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ดูทันสมัย เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้คนยุคใหม่ได้ดี จนใครๆ เรียกว่าเป็นคุกกี้สากล ไม่ว่าชาติไหนก็รู้จัก แถมนอกจากจะขายเป็นสินค้าของตัวเองแล้ว ยังถูกนำไปเป็นส่วนผสมวัตถุดิบอยู่ในเมนูอาหารเครื่องดื่มอีกมากมาย เช่น ไอศกรีมรสโอรีโอ นมปั่นผสมโอรีโอ ความจริงแล้วจะเป็นแบรนด์คุกกี้ที่มีการผลิตมาแล้วกว่าร้อยปี





     โดยเริ่มต้นผลิตครั้งแรกเมื่อปี 2455 หรือเมื่อ 107 ปีที่แล้ว ผู้ที่เป็นเจ้าของแบรนด์โอรีโอ คือ บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งดำเนินกิจการผลิตและทำการตลาดแบรนด์ขนมและลูกอมชื่อดังมากมาย เช่น Oreo, Ritz, Toblerone, Clorets, Halls, Dentyne


     ที่มาของชื่อ โอรีโอ ไม่แน่ชัดนัก แต่เชื่อกันว่า มาจากคำในภาษาฝรั่งเศส แปลว่า ทอง หรือไม่ก็คำในภาษากรีก ที่แปลว่า อร่อย บ้างก็ว่ามาจากชื่อของถนนสายหนึ่งในสหรัฐฯ ชื่อว่า Oreo Way
               

     ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมโอรีโอ จึงเป็นคุกกี้สีดำ หรือน้ำตาลเข้มนั้น ยังไม่มีการบอกออกมาแน่ชัด แต่ที่แน่ๆ ก็ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จนถ้าพูดถึงคุกกี้สีดำ ใครๆ ก็ต้องนึกถึงโอรีโอก่อน แต่ที่แน่ๆ โดยสัดส่วนระหว่างตัวคุกกี้และไส้ครีมนั้นจะอยู่ที่ 71 ต่อ 29
               




     สำหรับวิธีกิน ที่กลายเป็นสโลแกนติดหู อย่าง “บิด ชิมครีม จุ่มนม” นั้น เริ่มมีการโฆษณาสอนวิธีกินครั้งแรกเมื่อปี 2463 โดยมีสถิติกล่าวไว้ว่ามีผู้บริโภคกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ทีเดียวที่ทำตามและกินโอรีโอในลักษณะนี้ โดยแรกทีเดียวนั้นนี่ไม่ใช่สโลแกนแรกของคุกกี้บิด ชิมครีม จุ่นนมนี้ เพราะมีการเปลี่ยนสโลแกนใหม่ๆ อยู่หลายครั้งทีเดียว ตัวอย่างสโลแกนที่แบรนด์เคยใช้ ได้แก่ โอ้! โอ้! โอริโอ้ ซึ่งเป็นสโลแกนแรก หรือ คุกกี้ที่ชาวอเมริกันรักที่สุด, คุกกี้หนึ่งเดียวในใจ, คุกกี้สำหรับเด็กๆ ที่อยู่ในตัวพวกเราทุกคน เป็นต้น
               

     อีกสิ่งที่โอรีโอทำได้ดี จนทำให้ผู้คนทุกยุคทุกสมัยมีความรู้สึกว่า โอรีโอ คือ คุกกี้ของแต่ละยุค ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแบรนด์ขนมเก่าแก่หรือตกยุค นั้นเป็นเพราะว่าการทำการสื่อสารแบรนด์ออกไปกับผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งมีการปรับปรุงพัฒนาตนเองอยู่เรื่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมความชื่นชอบของผู้บริโภคในแต่ละยุค ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงแรกนั้นโอรีโอจะผลิตเพียงแค่ไส้ครีมสีขาว ในภายหลังจึงได้เพิ่มเติมรสชาติอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้นมา ซึ่งหากนับๆ รวมแล้วมีมากกว่า 50 รสชาติทีเดียว โดยรสชาติที่ทำออกมาเป็นรสชาติแรกหลังจากรสต้นตำรับ ก็คือ รสเลมอนครีม นอกจากนี้ยังมีการทำเป็นรสชาติเฉพาะให้ขายในประเทศนั้นๆ ด้วย เช่น ที่ญี่ปุ่น คือ รสชาเขียว, ที่จีน เป็นรสมะม่วง เป็นต้น นอกจากนี้ตัวคุกกี้เองยังมีการปรับเปลี่ยนด้วย เช่น มีการทำขนาดออกมาเป็น Mini Oreo ที่มีขนาดเล็กลง และ Oreo Thins ที่มีความกรอบ บางมากขึ้น
               




     มาถึงบรรทัดนี้ จึงอาจพอสรุปได้ว่า สิ่งที่ทำให้คุกกี้แบรนด์โอรีโอคงอยู่ยาวนานมาจนถึงทุกวันนี้ได้ เป็นเพราะปัจจัย 2 - 3 ข้อด้วยกัน ได้แก่ รูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร มีความโดดเด่น เป็นคุกกี้สีดำ มีการสื่อสารแบรนด์ออกมาอย่างต่อเนื่องกับผู้คนทุกยุคทุกสมัย ไปจนถึงการพัฒนาตนเองที่ไม่หยุดยั้ง เช่น การเพิ่มเติมปรับปรุงรสชาติ ไปจนถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบขนาด เช่น การทำโอรีโอไซส์มินิ หรือแบบบางกรอบออกมา นอกจากนี้ในส่วนของแพ็กเกจจิ้งเอง โอรีโอ ก็มีการออกแบบให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่มด้วย ทั้งที่วัตถุดิบหรือรสชาติที่ได้ก็แทบจะเป็นตัวเดียวกัน เช่น แบบเป็นแท่ง, แบบซองเล็ก 5 บาท, แบบห่อใหญ่ สำหรับครอบครัว รวมถึงยังมีการสนับสนุนนำไปเป็นส่วนผสมอยู่ในการทำขนมเครื่องดื่มต่างๆ อีกด้วย ก็ยิ่งสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ ยิ่งเป็นที่รู้จักมากเพิ่มขึ้นไปอีก


     โดยปัจจุบัน โอรีโอ วางจำหน่ายในหลายร้อยประเทศทั่วโลก ว่ากันว่าในแต่ละปีนั้นสามารถผลิตได้ประมาณ 40,000 ล้านชิ้นต่อปี ถ้านำมาวางเรียงต่อกันจะสามารถวางรอบโลกได้ถึง 5 รอบทีเดียว
 
 

www.smethialandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 
Share:

Related Articles

​ต้อนรับภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ กับ 8 ของกินเด็ดเมืองไข่มุกอันดามัน มีโอกาสต้องได้ชิมสักครั้ง!

ได้เห็นข่าวการเปิดตัวโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ก็พาลให้นึกถึงบรรยากาศและของกินอร่อยๆ ที่มีเสน่ห์ของเมืองไข่มุกอันดามันแห่งนี้ วันนี้เราจึงมี 8 เม..

by SME Thailand.| 02 กค. 2021

​“บางคล้า-ศาลาดิน-นาต้นจั่น-หน้าทับ” 4 ที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่หมดโควิดต้องไปโดนสักครั้ง

นี่คือ 4 ที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (Creative Industry Vil..

by SME Thailand.| 30 เมย. 2021

​Wake up 5 นิสัย ปลุกความพร้อม! เริ่มเช้าวันใหม่อย่างมีจุดหมาย

หากคุณสามารถเริ่มต้นเช้าวันใหม่ได้ดี วันนั้นทั้งวันจะเป็นวันที่สดใส แต่รู้ไหมว่านอกประโยชน์ที่กล่าวมาแล้ว การฝึกฝนนิสัยบางอย่างให้เกิดขึ้นในยามเช้า ..

by SME Thailand.| 27 มีค. 2021