ใช้บาดแผลและรอยช้ำ ประสบการณ์คนรุ่นเก่า นำพาเราข้ามวิกฤต โดย วัฒนพงษ์ ตั้งร่ำรวย

by SME Thailand. 11 ตค. 2020
Share:



Main Idea

รับมือวิกฤตด้วยประสบการณ์จากคนรุ่นก่อน
 
  • เรียนรู้จากคนรุ่นก่อน เพราะเขาเคยผ่านวิกฤตมาก่อนเรา
 
  • ความขยัน วิริยะ อุตสาหะ ยังใช้ได้ในทุกยุคสมัย
 
  • อย่าท้อเพราะเราอยู่ในยุคที่มีเครื่องมือและช่องทางให้รับมือกับปัญหามากกว่าอดีต
 
  • เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด แต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่องที่เดินตามแล้วดี ต้องเลือกตามและระมัดระวัง
 
  • ความสมบูรณ์ของธุรกิจและครอบครัว ต้องใช้คนหลายเจนช่วยกันสร้าง
 
  • การอยู่อย่างเคารพกันและเคารพตัวเอง จะนำพาทุกคนข้ามผ่านวิกฤตไปด้วยกัน




     ปีชวด หนูทอง .. ที่หลายๆ คนคิดถึง เมื่อปลายปีที่แล้วว่า ปีใหม่ปีนี้ ขอให้มีสิ่งดีๆ บ้าง หลังจากหลายๆ สิ่งไม่เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ในปีที่ผ่านมา ขึ้นๆ ลงๆ ออกไปทางแย่เสียมากกว่า


      ข้ามปีผ่านมา อะไรที่หวังว่าจะดี ..กลับหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าเดิม เรื่องร้ายๆ ถาโถมเข้ามาตั้งแต่ต้นปี มีเรื่องบั่นทอนจิตใจ ออกไปทางเครียดในความรู้สึกหลายเหตุการณ์ อีกทั้งภัยทางธรรมชาติ ไฟป่า ปัญหาฝุ่นควัน รวมถึงโรคระบาดที่ได้รับผลกระทบไปทั่วโลกอย่างโควิด-19 ซึ่งยังไม่มียารักษา หรือวัคซีนป้องกัน ที่จะออกมายับยั้งโรคชนิดนี้ได้ สิ่งที่พวกเราทำได้ตอนนี้คือระวังป้องกัน อยู่กันยังไงให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด






      บ้านเมืองเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ได้รับผลกระทบไปทุกภาคส่วน มากบ้างน้อยบ้าง แต่ทั่วถึงทุกครัวเรือนจากข้าวของเครื่องใช้หาง่าย ไปไหนมาไหนก็ได้ มีงานทำ มีเงินเดือนใช้ ทุกอย่างมีอิสระ แต่พอโรคระบาดมา..ทุกอย่างกลับเปลี่ยน ข้าวของเครื่องใช้หายาก ยารักษาโรค หน้ากากอนามัยเครื่องมือแพทย์ เป็นสิ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ ถูกจำกัดการเดินทางมีล็อกดาวน์ เคอร์ฟิว ให้ทุกคนต้องอยู่ในบริเวณบ้านในช่วงยามวิกาล บริษัทห้างร้านปิดตัวลง งานที่เคยมีทำกลายเป็นต้องตกงานไม่มีงาน ไม่มีเงินใช้ เป็นช่วงเวลาที่ลำบากที่สุดของคนหลายๆ คน เลยก็ว่าได้
              





     ป๊าม๊า สอนลูกให้เดินอย่างระวัง ..
              

      ผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน มักใช้ได้เสมอ สำหรับคนที่จะนำมาปรับใช้กับยุคกับสมัย อย่างน้อยก็เป็นแนวทางการตัดสินใจได้บ้างว่า อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อะไรควรหรือว่าอะไรไม่ควร เราจะเชื่อทั้งหมดก็ได้ หรือไม่เชื่อทั้งหมดก็ได้ แต่อย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่า เขาผ่านมาแบบนี้ เจออะไรมาแบบนี้ แล้วผลมันอาจจะดีหรืออาจไม่ดีอย่างไร จากสถานการณ์โรคระบาดตอนนี้ เราจะนำมาแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง
              

     ครอบครัวของผม มีร้านเล็กๆ ขายอาหาร พอเลี้ยงดูคนในครอบครัว ช่วงโควิด-19 ร้านได้รับผลกระทบไม่ต่างจากหลายๆ คน ร้านค้าไม่สามารถขายในร้านได้ มีการเว้นช่องว่าง เว้นระยะห่าง ตามนโยบายของรัฐ เพื่อให้เป็นไปตามสุขอนามัย การขายจึงขายได้แต่ห่อใส่กล่อง ขายได้ก็ลดน้อยลง แต่เพิ่มต้นทุนมากขึ้น ทำอย่างไรที่จะเป็นช่องทางให้มีรายได้มากขึ้น ดีที่ยุคสมัยนี้ “ช่องทาง” มีมากขึ้น เราสามารถขายออนไลน์ มีธุรกิจจัดส่งมากขึ้น ก็เป็นช่องทางที่ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้
              




     มีหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา ที่ป๊าเคยเล่าให้ฟังว่า มันแย่กว่าครั้งนี้ก็มี ขอยกตัวอย่าง ปี 2554 น้ำท่วมกรุงเทพ ปิ่นเกล้าที่ตั้งร้านของเราก็หนีไม่พ้น น้ำท่วมเป็นเดือน จำได้ว่าน้ำมาวันแรกยังขายอยู่เลย เตรียมของเต็มที่หวังจะขายได้ น้ำมาก็ยังคิดว่าคงจะอยู่แค่หน้าถนน รถคงสัญจรได้ไม่หนักเหมือนต่างจังหวัด แค่ช่วงเช้าที่คิดว่ารถจะแล่นได้ภาพตัดกลับมา เป็นเรือที่แล่นผ่านหน้าร้าน เริ่มไม่ใช่แล้ว ปลาเริ่มว่ายผ่านขา ป๊าม๊าเริ่มมองหน้ากัน แล้วคิดได้ว่าเก็บร้านมั้ย แล้วก็เก็บร้านวันนั้นทั้งวัน แทบไม่ได้ขายเลย


      ม๊าเป็นคนขยันและมองโลกในแง่ดี น้ำมีขึ้นมีลงก็เหมือนชีวิตคน เอาน่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ขายใหม่ ระดับน้ำลงไปที่ขอบถนน คิดว่ายังไงวันต่อมาก็คงขายได้ ตั้งร้านเตรียมตัวขาย .. แต่น้ำมาเร็วกว่าลูกค้า น้ำขึ้นจากระดับขอบฟุตบาทขึ้นมาเกือบขอบแผงขายของ ชัดแล้ว ป๊าม๊ามองหน้ากัน คิดในใจเราเป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเต็มรูปแบบ ได้เวลาอพยพแล้ว





      น้ำท่วมในครั้งนั้นท่วมนานเป็นเดือน ไม่มีช่องทางให้ขายออนไลน์ได้ ไม่มีแอปส่งอาหารเหมือนในตอนนี้ ทำให้ไม่มีรายได้ มีแต่รายจ่ายทุกวัน ครั้งนั้นเป็นครั้งที่ผมเห็นป๊าเสียศูนย์ในชีวิตมากที่สุดครั้งหนึ่ง ต้องเห็นคนแก่สองคนที่นั่งมองน้ำและไม่สามารถอะไรได้เลย เห็นเขาเงียบไป แต่ในใจเครียดมาก


     แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ผ่านมาได้ เพราะม๊าเป็นคนที่เก็บเงินเก่ง ก็พอมีสำรองให้ใช้ได้บ้างในยามจำเป็น ป๊าม๊า สอนให้ทำงาน สู้งานหนักไม่ว่างานนั้นจะยากแค่ไหน สอนให้เก็บหอม ริบตังค์เก๊ะไว้ใช้ในยามจำเป็น ซึ่งมันก็ใช้ได้ เวลามีปัญหาจริงๆ เราจะได้รู้ว่าเราจะแก้ปัญหาไปได้อย่างไร


      จากรุ่น สู่รุ่น ..จากอากงอาม่า..สู่รุ่นป๊าม๊า สืบทอดสู่รุ่นของเรา..และจากรุ่นของเรา ก็ส่งต่อสู่ลูกๆ หลานๆ ต่อไป สิ่งที่ได้รับมาจากยีนส์บรรพบุรุษ ก็คือ “ความขยัน วิริยะ อุตสาหะ” รอยต่อจากรุ่นสู่รุ่น ถูกนำมาใช้ปรับแต่ง ตามวิถีให้ทันยุคทันสมัย


      ในยุคโรคระบาดแบบนี้ จะทำอย่างไรให้กิจการผ่านไปให้ได้และอยู่ในรอด คำสอนของป๊าติดไว้เต็มข้างฝาบ้าน ขอยกมาใช้ ประโยคหนึ่งที่ว่า


      “งาน คือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข”


      ป๊าชอบพูดประโยคนี้เสมอ เป็นแง่คิดที่ดีและใช้ได้จริง ไม่มีใครต่อสู้ต่อชะตาฟ้าลิขิตได้ เราต่อสู้กับตัวเราเอง เราขยันเราก็มีงาน เราทำงาน ย่อมได้เงิน พอมีเงินเราก็สามารถนำเงินมาสร้างความสุขให้ตัวเองและครอบครัวได้ เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด แต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่องที่เดินตามแล้วดี มันก็มีที่หมากัดก็มีต้องคอยระวัง อยู่ที่เราเลือกที่จะเดินตามแบบไหน            




     คำสุภาษิต ที่ไม่ค่อย จะประกาศิต ..


      คำสอนต่างๆ ถูกแฝงมาด้วยคำสุถาษิต คำเปรียบเทียบ คำพังเพย รอยต่อของคน 3 รุ่น คือ รุ่นปู่ย่า รุ่นลูกและรุ่นหลาน ในบ้านหลังเดียวกัน จึงมีแต่คำถาม แปลกที่เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยคิดตาม แต่กลายเป็นสงสัยและเลี่ยงที่จะเชื่อและทำตามในโลกที่เดินเร็ว ในเรื่องข้อมูลข่าวสารความทั่วถึงไปถึงกันได้ง่าย จึงเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวมันเอง แหล่งที่มา ของข่าวสารมีให้เลือกมากมาย อยู่ที่ว่าได้รับข้อมูลทางด้านไหน เด็กสมัยใหม่เลือกที่จะเชื่อโซเชียลมากกว่าแบบเรียนเก่าๆ ที่ไม่มีการปรับให้เข้ากับยุคสมัย เพราะเขาสามารถหาข้อมูลอะไรก็ได้บนโลกนี้จากสิ่งที่เขามีใกล้ตัวก็คือโทรศัพท์มือถือ


     มันคงจะดีถ้าเราพบกันครึ่งทาง และหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ให้เราหันแนวทางการพัฒนาให้ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อผลที่ดีต่อตัวเราเอง และรุ่นต่อๆ ไปที่จะเข้ามาแทนเราในวันข้างหน้า ในว่าเรื่องของชีวิตหรือธุรกิจ
ป๊าม๊าหรือคนรุ่นปู่ย่าตายาย  ไม่มีความรู้ด้านเทคโนโลยี รีโมตเปลี่ยนช่องทุกวันนี้ยังให้หลานๆ เปลี่ยนให้เลย ไม่ใช่ว่าเขาไม่ปรับเปลี่ยนตามยุคตามสมัย แต่เขาทำไม่เป็นจริงๆ ใช้แรงงานมาทั้งชีวิต ทุกคำสั่งสอนที่สอนลูกหลาน ก็จำๆ เขามา ติดตามฝาผนังบ้าน อยู่ที่คนจะนำไปปรับใช้กันเองว่า จะใช้แบบไหนเหมือนคำประกาศิตจำไว้นะลูก


      รุ่นกลาง ก็คือรุ่นเราที่เชื่อมต่อระหว่าง รุ่นอนาล็อกกับดิจิทัล ว่ามันจะเข้ากันได้อย่างไร เรามีพื้นเพ เรามีรากฐาน ที่ก่อนจะมีทุกวันนี้ ปู่ย่าตายายเราลำบากกันมามากมายกว่าจะมีอย่างทุกวันนี้ ท่านสร้างไว้และเรามีหน้าที่รักษาและสืบทอดต่อไปนะลูก กว่าจะมั่นคงมีบ้านเหมือนทุกวันนี้ เรามีพื้น มีเสา มีคาน เรามีช่วยกันสร้างประตู กำแพง ทำบ้านให้สมบูรณ์นะลูก


     รุ่นลูกรุ่นหลาน ที่มาพร้อมความสะดวกสบายพร้อมทั้งข้อมูล ทั้งจริงบ้างไม่จริงบ้าง ทำอย่างไรให้เขาอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงให้ได้มากที่สุด เชื่อมต่อยังไงให้บ้านเป็นบ้านที่สมบูรณ์ ไม่ใช่เกเร ก้าวร้าว ไปกับสิ่งยั่วยุรอบตัว มีเหตุผลและสติ เคารพบรรพบุรุษและเคารพตัวเอง เป็นตัวของตัวเองเป็นได้ การตั้งคำถามเป็นสิ่งดีนะลูก แต่ต้องใช้เหตุและผลประกอบด้วยและชั่งใจดูว่าอะไร ดี อะไรไม่ดี ช่วยกันสร้างรั้ว สร้างหลังคา ไว้ให้คนในบ้าน มีความสุขให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


      ปลายปีหนูทองแบบนี้สถานการณ์โรคระบาด ยังไม่รู้ว่าจะดีขึ้นตอนไหน แต่เราก็ต้องคงอยู่กับมัน สิ่งที่ทำได้ คือคนในครอบครัวช่วยกันดูแล บ้านใครบ้านมัน โดยรวมก็จะดีขึ้นไม่มากก็น้อย  ไม่ต้องโทษกันไปมาช่วยๆ กันเราจะผ่านเรื่องร้ายๆ ไปได้


    หวังว่าปีหน้า คงมียารักษาและวัคซีนป้องกันออกมาให้เศรษฐกิจทั่วโลกฟื้นตัวโดยเร็ว ให้เรายังคงดำเนินชีวิตและทำธุรกิจไปได้อย่างปกติสุข...ผมหวังให้เป็นอย่างนั้นในเร็ววัน
 







 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​บุญก็มาเงินก็มี! รวม 6 เมนูเจ ทำขายง่าย กำไรงาม

เริ่มต้นกันแล้วสำหรับเทศกาลกินเจปี 2563 ซึ่งตรงกับวันที่ 17 - 25 ตุลาคม แม้ปีนี้บรรยากาศอาจดูเงียบเหงากันไปบ้าง เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเข้ากั..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020

​Who Am I ? อย่าให้ใครเป็นเข็มทิศให้เรา โดย ชนรรค์ สมบูรณ์เวชการ

เราทุกคนต้องเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราเกิดมาทำไม” ทางเดินชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตทำไมไม่สวยหรูเหมือนคนอื่นที่เราเห็นว่าประสบความสำเร็จ ในเวลานี้เรากำ..

by SME Thailand.| 25 กย. 2020

​เหนื่อยนักต้องพักผ่อน เปิด Restflix บริการสตรีมมิ่ง ช่วยกล่อม SME ให้นอนหลับฝันดี

หลังจากผ่านพ้นวันอันเหน็ดเหนื่อย ทุกคนต้องการหลับตานอนบนเตียง แต่คนจำนวนมากไม่สามารถนอนหลับได้เต็มที่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีหลายเรื่องให้ต้องคิด ..

by SME Thailand.| 18 กย. 2020