เพลินชิปส์ พลิกวัตถุดิบบุรีรัมย์สู่ขนมพรีเมียม ใช้ Storytelling เจาะใจเจนใหม่ ยอดขายพุ่งเท่าตัว

     “เราไม่ได้ขายแค่ขนม แต่เราขายเรื่องราวของพื้นที่และผู้คนในชุมชน”

     นี่คือคำกล่าวของ นุชจารี เหล่าเขตกิจ ผู้ก่อตั้งบริษัท นุชชี่ เนเชอรัล โปรดัคส์ จำกัด ที่หยิบเอาทรัพยากรท้องถิ่นที่หลายคนมองข้ามมาพลิกฟื้นขนมพื้นบ้าน ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับประเทศภายใน 4 ปีตีตลาดอีสานมีจำหน่ายในร้านกาแฟพันธุ์ไทยกว่า 50 สาขาทั่วภาคอีสาน

     จุดแข็งของเธอไม่ได้อยู่แค่ในรสชาติของขนม หากแต่อยู่ในวิธีคิดที่พลิกสิ่งธรรมดาให้กลายเป็นโอกาส ด้วยการมองว่า วัตถุดิบท้องถิ่นคือทรัพยากรที่มี “เรื่องเล่า” และ “คุณค่า” ซ่อนอยู่

จากของเหลือทิ้ง สู่วัตถุดิบทองคำ  

     บุรีรัมย์ไม่เพียงขึ้นชื่อเรื่องกีฬาและท่องเที่ยว แต่ยังเป็นแหล่งธรรมชาติที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุจากภูเขาไฟโบราณถึง 6 ลูก ซึ่งส่งผลให้ดินและน้ำใต้ดินมีคุณภาพสูง เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ที่เกษตรกรใช้รดพืชผลในท้องถิ่นแบบไม่รู้ตัว

     นุชจารีมองเห็นโอกาสจากกล้วย มัน เผือก และขนุน ที่ถูกคัดทิ้งจากตลาดเพียงเพราะไม่ตรงสเปก เช่น ขนาดไม่ได้ แต่ในด้านคุณภาพยังเหมือนเดิม เธอจึงรับซื้อโดยตรงจากเกษตรกร นำมาแปรรูปเป็นขนมแสนอร่อยและมีเรื่องราว พร้อมสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน

อยากโต ต้องหยั่งรากให้ลึก

     ก่อนจะก่อตั้งบริษัท นุชจารีเคยทำงานในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนมากกว่า 20 ปี ประสบการณ์ที่ได้จากการลงมือทำจริงในพื้นที่กลายเป็น “รากฐาน” สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจของเธอเติบโตอย่างมั่นคง

     เมื่อถึงจุดที่ต้องการขยายตลาดและสร้างความน่าเชื่อถือ เธอตัดสินใจจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในปี 2564 พร้อมต่อยอดแบรนด์สู่ตลาดระดับประเทศและเตรียมพร้อมสำหรับการส่งออกในอนาคต

    ในขณะเดียวกัน เธอก็ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง นุชจารีเข้าร่วมโครงการ NEC DIPROM ซึ่งเปิดโอกาสให้เธอได้เรียนรู้ครบทุกมิติของการทำธุรกิจ ตั้งแต่การวางระบบบัญชี การบริหารสต๊อก การตลาด การออกแบบโมเดลธุรกิจ (BMC) เทคนิคการนำเสนอไอเดีย (Pitching) ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อออกแบบและขายสินค้าออนไลน์ รวมถึงการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อยืดอายุผลิตภัณฑ์ และคิดค้นสินค้ารูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ

     ในเวลาเดียวกัน เธอยังเดินหน้าปรับภาพลักษณ์สินค้าให้ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคใหม่อย่าง Gen Y และ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพและรูปลักษณ์ เพลินชิปส์จึงรีแบรนด์ครั้งใหญ่เปลี่ยนโฉมบรรจุภัณฑ์ให้สดใส ทันสมัยในสไตล์เดียวกับขนมแบรนด์ดังระดับโลก พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของภูเขาไฟและน้ำแร่ธรรมชาติผ่าน Packaging

     ผลิตภัณฑ์ซิกเนเจอร์อย่าง “กล้วยเบรกแตก” ก็ถูกยกระดับเช่นกัน โดยยังคงจุดแข็งเดิมไว้ครบถ้วน ทั้งการใช้กล้วยปลูกบนดินภูเขาไฟ ทอดด้วยสูตรไม่อมน้ำมัน หวานธรรมชาติไม่เติมน้ำตาล และไม่ใส่สารกันเสีย เมื่อจับคู่กับบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ทำให้สินค้าตัวนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด

     “จากเดิมที่ต้องใช้เวลาขายหมดล็อตหนึ่งนานถึง 1 เดือน พอเปลี่ยนแพ็กเกจใหม่ ใช้เวลาเพียง 15 วันเท่านั้น” เธอเล่า พร้อมฝากข้อคิดสำหรับผู้ประกอบการว่า

     “อย่าหยุดพัฒนา แม้สินค้าตัวนี้จะขายดีที่สุดในวันนี้ ก็ต้องมองหาตัวใหม่อยู่เสมอ เพราะพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนตลอดเวลา เมื่อไหร่ที่เทรนด์สุขภาพมาแรง ต้องให้ลูกค้าเห็นว่าเราก็มีขนมแบบนั้นให้เขา อย่าขายแค่สิ่งที่เราคิดว่าดี แต่ต้องขายในสิ่งที่ตลาดต้องการ”

เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยหัวใจของชุมชน 

     แม้จะเป็นแบรนด์เล็กที่เพิ่งเริ่มต้นในระดับประเทศ แต่ “เพลินชิปส์” ก็สามารถเติบโตอย่างมั่นคง ด้วยจุดขายที่แตกต่าง และการกระจายสินค้าผ่านช่องทางสำคัญอย่างเฟซบุ๊ก และร้านกาแฟพันธุ์ไทยกว่า 50 สาขาทั่วภาคอีสาน

    เบื้องหลังโอกาสสำคัญนี้ เริ่มจากเหตุการณ์เล็ก ๆ เมื่อผู้จัดการร้านกาแฟพันธุ์ไทยสาขาใกล้บ้านแวะมาชิมขนมแล้วติดใจ เขาแนะนำให้นุชจารีส่งตัวอย่างสินค้าไปทดสอบกับทีมฝ่ายขาย และเมื่อขนมผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ก็ได้รับโอกาสวางจำหน่ายทันที

    อย่างไรก็ดี ด้วยกำลังการผลิตที่ยังจำกัด ทำให้ยังไม่สามารถกระจายสินค้าไปได้ทั่วประเทศ นุชจารีจึงวางแผนต่อยอดด้วยการขยายสู่ แพลตฟอร์มออนไลน์ อย่าง Shopee และ Lazada พร้อมเตรียมความพร้อมสู่ตลาดส่งออก ในอนาคต

    “ลูกค้าหลักของเราคือนักท่องเที่ยวและคนที่มาเยือนบุรีรัมย์ ซึ่งกำลังถูกผลักดันให้เป็นเมืองกีฬา (Sport City) เราอยากเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่นี้ ด้วยของฝากที่อร่อย มีเรื่องเล่า และสะท้อนวัฒนธรรมของท้องถิ่นอย่างแท้จริง”

     นุชจารีหญิงสาวที่เติบโตในบุรีรัมย์ วันนี้เธอกำลังพิสูจน์ว่า"ความภูมิใจในท้องถิ่น" คือทรัพย์สินทางใจที่ต่อยอดเป็นธุรกิจที่เลี้ยงตัวเอง และส่งต่อโอกาสให้ชุมชนเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

     ข้อมูลติดต่อ : โทร.08 3797 5592, FB : เพลินชิปส์ Plearn Chips

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

ทำไมต้องขายแค่ 38 แก้ว? เจาะแนวคิด มิตรไทย Coffee คาเฟ่เล็กๆ กลางทุ่งนาที่หลายคนยอมตื่นเช้ามารอคิว

มิตรไทย Coffee ร้านกาแฟเล็กๆ ที่เติบโตจาก “เวลา” และ “ความสัมพันธ์” กับผู้คน จากร้านเรียบง่ายสู่บทใหม่ใน eBaannog Land บ้านไม้สไตล์ญี่ปุ่นกลางทุ่งนา ที่ขายเพียงวันละ 38 แก้ว เพื่อให้ไดคุณภาพและความใส่ใจในทักแก้วที่ชง

เกือบอวสาน…เพราะไร้ตัวตนบนโซเชียล ภารกิจทายาท 13 เหรียญ  คืนชีพร้าน 50 ปี ด้วย TikTok ล้านวิว

ร้าน 50 ปี เกือบสะดุด... ไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจ แต่เพราะ คนคิดว่าปิดไปแล้ว เมื่อแบรนด์หายไปจากหน้าจอ ข่าวลือจึงทำงานแทนความจริง นี่คือบทเรียนราคาแพงจากทายาท 13 เหรียญ กับภารกิจคืนชีพตำนานด้วย TikTok ล้านวิว!