จากวิกฤตที่เกือบปิดโรงงาน สู่จุดเปลี่ยนของการสร้างแบรนด์เทวิกา เครื่องประดับที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก

Text : Ratchanee P.


     จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในจังหวัดจันทบุรี ธุรกิจครอบครัวที่ทำงานเจียระไนพลอยและผลิตจิวเวลรี่เพื่อส่งออกดำเนินมายาวนานหลายสิบปี ทุกอย่างดูจะไปได้ดี ธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวิกฤตโควิด-19 ทำให้ธุรกิจสะดุดลงอย่างหนัก

     ในช่วงเวลานั้น เพนกวิน–ณัฐชยา มณีเวศย์วโรดม ทายาทรุ่นที่ 3 จึงตัดสินใจเข้ามาช่วยด้วยหวังจะพาธุรกิจของครอบครัวให้เดินหน้าต่อไปได้ นั่นจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ทั้งสำหรับตัวเธอเองและธุรกิจที่สืบทอดกันมา

     และนี่คือเรื่องราวของการเปลี่ยนผ่าน จากผู้ผลิตสู่การสร้างแบรนด์ “เทวิกา” จิวเวลรี่ที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก

การตัดสินใจในวันที่ธุรกิจรอไม่ได้

     เพนกวิน เล่าถึงธุรกิจครอบครัวว่า เริ่มต้นตั้งแต่รุ่นอากงอาม่าที่ทำงานเจียระไนพลอยอยู่จังหวัดจันทบุรี ก่อนจะขยับมาถึงรุ่นพ่อแม่ที่เริ่มนำพลอยมาขึ้นตัวเรือน เพิ่มดีไซน์ และปรับรูปแบบงานให้หลากหลายขึ้น โดยหลังผ่านวิกฤตต้มยำกุ้ง ครอบครัวตัดสินใจหันมาทำงานเงิน เพราะควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น และช่วยให้สร้างงานที่แตกต่างได้มากกว่าเดิม ภายใต้แบรนด์ K&N GEMS

     “รายได้หลักกว่า 90% มาจากการค้าส่งและส่งออก เราจะไปออกงานแฟร์ต่างประเทศเพื่อหาลูกค้าใหม่ๆ แต่พอเจอโควิด-19 ระบาด งานแสดงสินค้าถูกยกเลิก การเดินทางหยุดชะงัก เราไม่มีออร์เดอร์เลย ขายของไม่ได้ ธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างมาก แต่โรงงานยังมีพนักงานกว่า 200 คนที่ต้องดูแล ตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่เริ่มดึงเงินเก็บมาจ่ายค่าแรง จนสถานการณ์แย่ลงเรื่อยๆ ถึงขั้นที่ว่าแม่โทรมาบอกว่าจะเลย์ออฟคนงานและจะปิดโรงงานแล้ว”

     สำหรับเพนกวิน ที่เพิ่งเรียนจบ และมีความตั้งใจจะไปทำงานบริษัทใหญ่เพื่อเก็บประสบการณ์ แต่ภาพโรงงานในจันทบุรีที่ทยอยปิดตัว และประโยคที่ได้ยินซ้ำๆ ว่า “ลูกหลานไม่ทำต่อ” ทำให้เธอเริ่มหันกลับมามองธุรกิจครอบครัว

     จนกระทั่งวันหนึ่ง คุณแม่พูดกับเธอว่า

     “ไปทำแบรนด์คนอื่นให้เขารวยเลยนะ แต่ธุรกิจของครอบครัวกำลังจะจบ แม่จะหยุดแล้ว”

     ประโยคสั้นๆ แต่ทำให้เธอต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ระหว่างเดินตามแผนชีวิตที่วางไว้ หรือกลับบ้านมาช่วยธุรกิจในวันที่ยากที่สุด

     สุดท้าย เธอเลือกกลับมา เพราะรู้สึกว่า ธุรกิจครอบครัวนั้นรอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว และการตัดสินใจวันนั้น ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นบทใหม่ทั้งของเธอและแบรนด์ “เทวิกา”

จาก OEM สู่แบรนด์เทวิกา เมื่อโมเดลเดิมไม่ตอบโจทย์ตลาดไทย

     เพนกวินเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองถนัด นั่นคือทำการตลาดให้กับแบรนด์ K&N GEMS ของครอบครัว ทดลองขายผ่านช่องทางออนไลน์ และเริ่มไลฟ์สดพูดคุยกับลูกค้าโดยตรง เมื่อเข้าไปคลุกกับทุกขั้นตอนมากขึ้น เธอจึงเห็นว่า แม้โรงงานจะมีความเชี่ยวชาญสูง แต่โมเดล OEM ที่ใช้มานานกลับจำกัดตัวตนของธุรกิจ งานส่วนใหญ่ผลิตตามออร์เดอร์ล็อตใหญ่ ดีไซน์หนึ่งทำได้หลายสิบชิ้น เพื่อตอบโจทย์ค้าส่งและส่งออก

     “เพนกวินไปเดินงานจิวเวลรี่แฟร์ แล้วเห็นสินค้าบูธหนึ่งเหมือนของเราเลย ไม่รู้ว่าใครก๊อบปี้ใคร กลับไปถามแม่ แม่ก็บอกว่าแม่ซื้อแบบที่เขาขายๆ มา ก็เลยคิดว่าไม่ได้แล้ว ถ้าสินค้ามันเหมือนกันลูกค้าจะเปรียบเทียบ ก็ต้องแข่งที่ราคา แล้วคนไทยเป็นคนที่มีรสนิยมเรื่องแบรนด์ เลยคิดว่าต้องสร้างแบรนด์ ต้องสร้างความแตกต่าง ให้ลูกค้ามั่นใจในเรา”

       นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ แบรนด์ “เทวิกา (Taevika)” เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่า นี่คือเทวิกา ไม่ใช่แค่ K&N GEMS

Customize Jewelry ชิ้นเดียวในโลก

     การเปลี่ยนผ่านของเทวิกาไม่ได้เกิดจากคนเดียว แต่เป็นการทำงานร่วมกันทั้งครอบครัว กล่าวคือคุณแม่ยังคงเป็น “หัวใจของวัตถุดิบ” เชี่ยวชาญเรื่องการคัดพลอย เจรจาซื้อ และมองเห็นคุณค่าของพลอยแต่ละเม็ดได้ลึกกว่าคนทั่วไป ขณะที่พี่ชายดูแลงานเทคนิค ตั้งแต่เครื่องมือ การหล่อ การชุบ ไปจนถึงการแต่งงาน ช่วยยกระดับคุณภาพให้มาตรฐานสูงขึ้น

     เมื่อเทวิกาเริ่มยืนในฐานะแบรนด์ได้ชัด สิ่งที่เพนกวินให้ความสำคัญมากที่สุด คือทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “เครื่องประดับแต่ละชิ้นไม่เหมือนของใคร”

     จุดเด่นของเทวิกา คือการพัฒนา Customize Jewelry คัดสรรพลอยหายาก ผสานทักษะการเจียระไน ตั้งแต่แกะสลักเป็นรูปดอกไม้ ใบไม้ ไปจนถึงเจียระไนด้วยเลเซอร์ที่ฝังลวดลายหรือภาพลงในเนื้อพลอย แม้ต้นทุนสูง แต่ทั้งหมดคือการเพิ่มมูลค่า และสร้างความแตกต่างให้ เทวิกา จิวเวลรี่ อย่างชัดเจน

     หนึ่งในบริการสำคัญ คืองาน Customize ที่เริ่มต้นจากเรื่องราวของลูกค้า ซึ่งเธอเล่าว่า

     “มีครั้งหนึ่ง ลูกค้าประจำนำพลอยที่เก็บไว้มาหา อยากให้ช่วยทำให้หน่อย ตอนแรกเรายังไม่กล้ารับ เพราะแม่เคยทำพลอยเสีย และต้องชดใช้เกือบสองแสน เลยกลัวมาก แต่ลูกค้าคนนี้ซื้อของกับเรา 5 ปีแล้ว กลายเป็นเหมือนเพื่อน เขาบอกว่าอยากให้เราทำจริง ๆ ก็เลยลองทำ แล้วก็เล่าเรื่อง ทำคลิป ว่าเบื่องหลังของเครื่องประดับชิ้นนี้เกิดขึ้นมาได้ยังไง พอเล่าเสร็จ ลูกค้าใหม่ๆ ก็เริ่มติดต่อเข้ามา อยากให้ช่วยทำบ้าง เอาเรฟฯ มาให้แล้วให้เราดีไซน์ต่อ”

     ตั้งแต่นั้น ลูกค้าหลายคนเริ่มนำพลอยจากครอบครัว หรือของที่มีความหมายทางใจมาให้เทวิกาช่วยรังสรรค์ บางรายให้ช่วยเลือกพลอยหายาก ตั้งแต่สี น้ำหนัก ไปจนถึงการเจียระไนเฉพาะ

     งานแต่ละชิ้นจึงไม่ซ้ำกันเลย และทำให้พลอยแต่ละเม็ดมีมิติและเรื่องราวที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้ต้นทุนสูงขึ้น แต่กลับเพิ่มคุณค่าให้เครื่องประดับในแบบที่โรงงานทั่วไปทำได้ยาก

ความฝันที่ไกลกว่าเดิม  

     เพนกวินใช้เฟสบุ๊กเป็นช่องทางหลักในการเล่าเรื่องเบื้องหลังงานจิวเวลรี่ กระบวนการทำงาน รวมถึงเรื่องราวของลูกค้าที่ร่วมออกแบบไปด้วยกัน โดยมองว่า TikTok น่าจะเหมาะกับสินค้าราคาไม่สูงนัก จนกระทั่งมีโอกาสไปไลฟ์ร่วมกับ “เจนนี่”

     “วันนั้นเราเตรียมพลอยราคากล่องละหลักร้อยไปขาย เพราะมองว่า TikTok น่าจะขายสินค้าที่ราคาสูงไม่ได้ ตั้งใจใช้โอกาสนี้โปรโมตแบรนด์มากกว่า พอไปถึงเราให้คุณเจนนี่ช่วยใส่เซ็ต Masterpiece ของแบรนด์เทวิกา ราคา 249,000 บาท คุณเจนนี่ก็ถามว่าเซตนี้มีปักตะกร้าไหม ทั้งๆ ที่ปกติเขาจะให้ปักตระกร้าได้แค่ 1 ตะกร้า แต่วันนั้นเขาบอกว่าไหนลองปักตะกร้าเซตที่เขาใส่ให้หน่อย ปรากฏว่ามีคนมาซื้อสร้อยที่คุณเจนนี่ใส่ในราคา 2 แสนกว่า”

     เหตุการณ์สั้นๆ ทำให้เพนกวินมอง TikTok ใหม่ทั้งหมด และเริ่มหันมาพัฒนาเนื้อหาบน TikTok จริงจังมากขึ้น  

     แม้วันนี้เทวิกาจะเริ่มยืนอยู่บนพื้นที่ของตัวเองได้ แต่เป้าหมายของเพนกวินไม่ได้หยุดเพียงการเป็นแบรนด์ที่คนไทยรู้จัก เธออยากเห็นเทวิกาเดินทางออกไปไกลกว่านั้น และมีโอกาสยืนเคียงข้างแบรนด์ระดับโลก

     “มีครั้งนี้เราเปิดร้านที่เซ็นทรัลพัทยา มีชายชาวต่างชาติเดินเข้ามาและบอกว่าเขาเป็นดีไซเนอร์จากแบรนด์ Gucci พร้อมบอกชอบงานของเทวิกา เราไม่รู้ว่าเขาเป็นดีไซเนอร์จริงหรือไม่ แต่มันจุดประกายให้เราว่า สักวันหนึ่งเราอยากได้ไป Collaboration กับแบรนด์ใหญ่ แบรนด์ดังๆ แล้วเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นของเทวิกา นี่เป็นความฝันหนึ่งที่อยากไปให้ถึง” เพนกวิน กล่าวในตอนท้าย

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

จาก Burnout สู่แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวไก่ 25 บาท ใช้คอนเทนต์สร้างธุรกิจโต ขายได้ 400 ชามต่อวัน

ถ้าวันหนึ่งงานที่เคยรัก กลับทำให้คุณรู้สึก “Burnout” คุณจะเลือกทำอะไร? สำหรับหลายคน สูตรคำตอบที่เป็นตัวเลือกยอดฮิต คงหนีไม่พ้นการเปิดร้านกาแฟ แต่ไม่ใช่ปาลิตา ชาลีพจน์ กลับเลือกเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวไก่เล็กๆ ขายเพียงชามละ 25 บาท

เพราะคิดถึงรสชาติความหนึบของขนม  หนุ่มไต้หวันสร้างแบรนด์แพนเค้กโมจิ KiuKiu ที่ทำเงิน 100,000 ดอลลาร์ในเดือนแรก

ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เริ่มจากไอเดียเล็กๆ แต่ลงมือทำอย่างจริงจัง ทดลองสูตรกว่า 80 ครั้ง จนทำให้ KiuKiu แบรนด์แพนเค้กและวาฟเฟิลสไตล์โมจิ เติบโตเร็วแบบชวนทึ่ง ทำรายได้แตะ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในเดือนแรกของการเปิดขาย

จาก Home School สู่ธุรกิจ Event เงินล้าน เจาะความคิด CEO วัย 19 ที่ทำให้ลูกค้ายอมไว้ใจ Gen Z

ทิ้งมหาลัย เพื่อออกมาเปิดบริษัท! นี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ของ CEO วัย 19 ที่พิสูจน์แล้วว่า 'ประสบการณ์' สร้างรายได้ถึง 'เงินล้าน' ได้จริง