สูตรสำเร็จ Domino Pizza ตำนานความอร่อยระดับโลก

Text : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์







     ถ้าพูดถึงแบรนด์พิซซ่า แม้จะไม่ได้เป็นอันดับหนึ่งในตลาด แต่ชื่อโดมิโน พิซซ่า (Domino Pizza) ก็เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคและเป็นแบรนด์ในดวงใจของใครหลายคนเลย เรื่องราวของแบรนด์ระดับโลกนี้เดินทางมากว่าครึ่งศตวรรษแล้ว มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีสาขาเกือบ 13,000 แห่งใน 58 ประเทศทั่วโลก โดยที่ 5,700 กว่าสาขาตั้งอยู่ในอเมริกา อะไรคือปัจจัยที่ทำแบรนด์แห่งความอร่อยนี้โด่งดังไปทั่วโลก


    ย้อนกลับไปปี 2503 สองพี่น้องโมนาแกนนามว่า ทอม และเจมส์ ได้ลงขันกันโดยหยิบยืมเงิน 900 ดอลลาร์ซื้อกิจการร้านพิซซ่า DomiNick’s ในเมืองอิปซิลานติ รัฐมิชิแกน เพื่อหวังจับกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยอีสเทิร์น มิชิแกน  เปิดร้านได้เพียงปีเดียว เจมส์ก็ขอถอนหุ้นเพื่อทุ่มเทให้กับงานบุรุษไปรษณีย์ ทอมจึงลุยทำร้านอยู่คนเดียว เขาซื้อร้านพิซซ่าเพิ่มอีก 2 แห่ง และมีแผนเปลี่ยนมาใช้ชื่อเดียวกันเพื่อป้องกันความสับสน แต่เจ้าของเดิม DomiNick’s ไม่ยอมให้ใช้ชื่อ ทอมจึงตั้งบริษัทและเปลี่ยนชื่อร้านพิซซ่าทั้ง 3 แห่งเป็น Domino Pizza พร้อมกับออกแบบโลโก้ร้านเป็นรูปลูกเต๋า 3 จุดที่หมายถึงร้านทั้ง 3 สาขา และคิดไว้ว่าจะเพิ่มจุดบนลูกเต๋าทุกครั้งที่มีการเปิดสาขาเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ความคิดดังกล่าวต้องล้มเลิกไปเพราะธุรกิจเติบโตเร็วมากหลังจากที่เปิดขายแฟรนไชส์


    โดมิโน พิซซ่านับเป็นเจ้าแรกๆ ที่ใช้กลยุทธ์ส่งพิซซ่าร้อนๆ ภายใน 30 นาที ถ้าช้ากว่านั้นไม่คิดเงิน ซึ่งกลยุทธ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีการปรับธุรกิจจนเข้ารูปเข้ารอย และสามารถขยายสาขาได้ครอบคลุมจนสร้างเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ เมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามา ร้านสาขาใกล้ลูกค้าสุดจะสามารถทำพิซซ่าส่งได้ในเวลาอันรวดเร็ว หลังจากที่ธุรกิจเติบโตงดงามในบ้านตัวเอง โดมิโน พิซซ่าก็เริ่มขยายสาขาในต่างประเทศ โดยเปิดบริการครั้งแรกที่เมืองวินนิเป็ก ประเทศแคนาดา ตามด้วยรัฐควีนแลนด์ ออสเตรเลีย จากนั้นก็รุกไปอังกฤษ ญี่ปุ่น โคลอมเบีย อียิปต์ และอีกหลายประเทศในเอเชีย จนกระทั่งปี 2541 เป็นปีที่โดมิโน พิซซ่าขยายร้านครบ 6,000 สาขา จึงมีการแนะนำนวัตกรรม Domino’s HeatWave ซึ่งเป็นถุงเก็บความร้อนที่รักษาอุณหภูมิพิซซ่าให้ยังคงร้อนเมื่อส่งถึงลูกค้า และสามารถทำยอดขายทั่วโลกเกือบ 3,000 ล้านดอลลาร์


     ในปีเดียวกันนี้ ทอม โมนาแกน ผู้ก่อตั้งโดมิโน พิซซ่าก็เกษียณตัวเองและประกาศขายกิจการให้บริษัทเบน แคปปิตอล อิงค์ เหตุผลเพื่ออุทิศเวลาที่เหลือให้กับการกุศลและงานด้านศาสนา หลังจากโดมิโน พิซซ่าถูกเปลี่ยนมือ ก็มีการแต่งตั้งเดวิด แบรนดอนขึ้นเป็นซีอีโอ ภายใต้การกุมบังเหียนของผู้บริหารคนใหม่ อาณาจักรโดมิโน พิซซ่ายังเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งไม่ว่าจะเป็นยอดขาย รายได้ และจำนวนร้านที่เพิ่มขึ้น มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อส่งเสริมการขาย เช่น การอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารผ่านออนไลน์และโทรศัพท์มือถือ หรือการเปิดตัว Domino’s Tracker เทคโนโลยีที่เอื้อให้ลูกค้าสามารถติดตามความคืบหน้าการสั่งซื้อทางออนไลน์ว่าอาหารที่สั่งไปเดินทางมาถึงไหนแล้ว พร้อมทั้ง ยังมีการปรับปรุงเมนูอยู่เรื่อยๆ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้ลูกค้า










    จากการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งที่เองที่ทำให้โดมิโน พิซซ่าคว้ารางวัล Chain of the Year จากนิตยสาร Pizza Today ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน โดยความสำเร็จตลอดที่ผ่านมาเชื่อว่ามาจากการบริหารงานตาม 4 แนวทางที่ตั้งไว้ ได้แก่ People first (ยึดลูกค้าเป็นหลัก) Build the brand (มุ่งมั่นสร้างแบรนด์) Maintain high standard (รักษามาตรฐานให้คงเส้นคงวา) และ Flawless execution (การดำเนินงานต้องไร้ที่ติ)  


    ทั้งนี้ หากลึกลงไปจะพบว่าจากการที่บริษัทยึดหลัก consumer centric + consumer’s viewpoint นั่นคือ การรับฟังความเห็นของลูกค้าและตอบสนองในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ เมื่อแนะนำเมนูหรือบริการใหม่ บริษัทจะจับตาดูปฏิกิริยาของลูกค้าอย่างใกล้ชิด โดมิโน พิซซ่ามักนำตัวเองไปอยู่ในจุดที่ลูกค้ายืนอยู่ซึ่งจะทำให้มองเห็นความต้องการของลูกค้า อันนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับบริษัท เช่น การเพิ่มเมนูพิซซ่าบางกรอบสำหรับลูกค้าที่กำลังควบคุมอาหารหรือไม่ชอบทานคาร์โบไฮเดรท


    จุดแข็งอีกอย่างหนึ่งของโดมิโน พิซซ่าคือการคิดนอกกรอบ เป็นสูตรความสำเร็จที่บริษัทยึดมาตลอด แม้จะไม่ได้เป็นอันดับ 1 ในตลาด (เป็นรองก็แต่พิซซ่า ฮัท) แต่โดมิโน พิซซ่าก็ได้รับการจดจำในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรม ธุรกิจพิซซ่านั้นแข่งขันกันดุเดือดมาก คนที่อ่อนแอพร้อมจะถูกกีดกันออกจากตลาดได้เสมอ ที่ยากคือพิซซ่าเป็นสินค้าที่หากดัดแปลงหรือประยุกต์มากจนเกินไป ลูกค้าอาจไม่ยอมรับเพราะส่วนใหญ่จะยึดติดกับรสชาติและสูตรดั้งเดิม โดมิโน พิซซ่าตระหนักถึงจุดนี้จึงพัฒนาระบบการผลิต และเป็นเจ้าแรกที่นำระบบสายพานการผลิตแบบโรงงานมาใช้ ทำให้สามารถทำพิซซ่าได้รวดเร็ว และส่งพิซซ่าที่ยังร้อนถึงมือลูกค้าแม้ในวันที่อากาศหนาวเหน็บสุด


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

ไม่อร่อยให้ต่อย จากโรงงานไอติมเล็กๆ ย่านพระราม 2     สู่แบรนด์ไวรัลทะลุล้านในหนึ่งวัน     

ไม่อร่อยให้ต่อย! นี่ไม่ใช่คำท้า แต่เป็นชื่อแบรนด์ไอศกรีมน้องใหม่ ที่สร้างไวรัลทะลุ 1 ล้านวิวในวันเดียว เพราะไม่ใช่แค่รสชาติที่ถูกปาก แต่ความกวนยังโดนใจ ด้วยกิมมิคที่คนพูดถึงกับการต่อยแท่นต่อย ที่รับไอติมฟรีๆ ไปเลย ถ้าทำได้ 55 คะแนน

จีนไอเดียดี เปิดศูนย์รวม ‘ช่างหญิงล้วน’ ตอบโจทย์ลูกค้าสาวโสด อยู่คนเดียว ก็เรียกใช้บริการซ่อมได้แบบไร้กังวล

38fixers ศูนย์รวมช่างหญิงล้วน เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้ใช้บริการที่เป็นผู้หญิงและต้องอาศัยอยู่ตัวคนเดียว โดยมีให้เลือกสารพัดช่าง ทั้งช่างไฟฟ้า, ช่างประปา, ช่างแอร์ ฯลฯ ซึ่งหากมีช่างผู้หญิงให้เลือก ก็รู้สึกสะดวกใจ และปลอดภัยได้มากกว่า

ทำไมต้องขายแค่ 38 แก้ว? เจาะแนวคิด มิตรไทย Coffee คาเฟ่เล็กๆ กลางทุ่งนาที่หลายคนยอมตื่นเช้ามารอคิว

มิตรไทย Coffee ร้านกาแฟเล็กๆ ที่เติบโตจาก “เวลา” และ “ความสัมพันธ์” กับผู้คน จากร้านเรียบง่ายสู่บทใหม่ใน eBaannog Land บ้านไม้สไตล์ญี่ปุ่นกลางทุ่งนา ที่ขายเพียงวันละ 38 แก้ว เพื่อให้ไดคุณภาพและความใส่ใจในทักแก้วที่ชง