5 นิสัยการใช้เงินที่ควรเริ่มตั้งแต่วันนี้

 




เรื่อง ยุวดี ศรีภุมมา


    คงมีคนจำนวนไม่น้อยที่มักจะกังวลใจเรื่องการใช้เงินในแต่ละเดือน บางคนมีปัญหาหนี้บัตรเครดิต บางคนมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ หลายคนสงสัยว่าเงินที่ได้รับมากมายหายไปไหนระหว่างเดือน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้คุณหมดเงินไปกับสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว แล้วคุณควรทำอย่างไร! ลองมาดู 5 นิสัยการใช้เงินเหล่านี้ที่จะช่วยให้เปลี่ยนคุณให้กลายเป็นคนใหม่ 


1. ติดตามทุกการเคลื่อนไหวในกระเป๋าสตางค์

    ในทุกการเข้าออกของเงินในกระเป๋าสตางค์ของคุณ มันคงเป็นเรื่องยุ่งยากเกินกว่าที่คุณจะต้องมานั่งนับว่าใช้อะไรไปเท่าไหร่กับเรื่องอะไรบ้าง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการที่คุณปล่อยให้เงินในกระเป๋าออกไปโดยที่ไม่ได้มีการจดไว้ คุณกำลังเสียเงินไปโดยใช่เหตุมากกว่าที่คุณคาดคิด มีคนจำนวนมากลองหันมาเปลี่ยนนิสัยการใช้เงิน โดยเริ่มจากการเขียนค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน รวมไปถึงรายรับ พวกเขาต่างตกใจถึงเงินที่ออกไปจากกระเป๋า เมื่อเราทำตัวเลขเงินเหล่านี้ให้กลายเป็นรูปธรรม นั่นจะช่วยให้คุณสามารถคำนวณการใช้จ่ายในอนาคตได้ 


2. ใช้กฎ 48 ชั่วโมง 

    คุณผู้หญิงหลายคนคงเคยเลือกซื้อสินค้าที่คิดว่าตนเองชอบและจ่ายเงินเป็นจำนวนมาก โดยมานั่งเสียใจทีหลังว่าไม่ควรซื้อสิ่งนั้นมาเลย เราลองมาเปลี่ยนจากการตัดสินใจฉับไวและรวดเร็วมาใช้กฎ 48 ชั่วโมงดูสิ! ก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อสินหรือสิ่งต่างๆที่คุณอยากได้ คุณควรให้เวลาตัวเองตัดสินใจเป็นเวลา 48 ชั่วโมง เพื่อไตร่ตรองถึงความรู้สึกที่แท้จริงว่าคุณจะไม่เสียใจภายหลังหากได้มันมาครอบครอง และหากคุณอยากได้จริงๆ คงไม่สายเกินไปที่คุณจะเดินกลับไปซื้อ


3. เริ่มต้นด้วยการออมเงินทีละนิด

    ในทุกๆปี คุณอาจจะมีเป้าหมายการใช้เงินที่ตั้งเป้าไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเงินไปเที่ยว การซื้อของขวัญให้คนรัก การซื้อของที่อยากได้ให้ตนเอง แต่หากคุณต้องเสียก้อนใหญ่ครั้งเดียวมันอาจจทำให้สมดุลการเงินของคุณต้องเสียศูนย์ ลองใช้การตั้งเป้าหมายการออมเงินและใช้วิธีเก็บเงินทีละนิดในแต่ละเดือนให้ได้ตามเป้า เช่น คุณวางแผนไปเที่ยวในช่วงสิ้นปี ต้องใช้เงินจำนวน  10,000 บาท คุณอาจจะเริ่มเก็บเงินตั้งแต่ต้นปีเดือนละ 1,000 บาท อาจจะทำให้คุณได้เงินมากพอไปเที่ยวและยังเหลือเพื่อนำไปซื้อของให้คู่รักได้อีกด้วย 


4. ตัวช่วยการออมเงินอัตโนมัติ

    คงไม่ใช่คนทุกคนที่จะมีนิสัยรักการออมเงินหรือเก็บเงินไว้กับตนเองโดยที่ไม่ใช้เงินไปกับสิ่งของที่อยากได้ คนส่วนใหญ่เมื่อถือเงินไว้กับตัวก็มักจะใช้จ่ายไปโดยไม่ระวังเสมอ ลองมาใช้การเปิดบัญชีแบบ Saving Account ดูสิ การเปิดปัญชีในลักษณะนี้จะแบ่งแยกจากบัญชีแบบ Checking Account ได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเก็บออมเงินได้ดีกว่า คุณสามารถฝากเงินที่คุณจะออมและไม่ต้องการถอนออกไว้ในบัญชี Saving และฝากเงินที่คุณต้องใช้ประจำไว้ในบัญชี Checking เพียงเท่านี้คุณก็ไม่ต้องกังวลว่าจะใช้เงินปนกันจนไม่มีเงินเหลือเก็บอีกต่อไป


5. คิดให้เหมือนนักลงทุน

    ลองถามตัวคุณเองดูว่า ทำอย่างไรที่เงินจำนวนน้อยนิดจะออกดอกออกผลให้คุณได้ในระยะยาว คุณจะยอมทนให้ได้ดอกเบี้ยเพียงแค่ 0.1 เปอร์เซ็นต์ไปทำไมในเมื่อคุณสามารถได้มากกว่านั้น ลองศึกษาการลงทุนหรือการเล่นหุ้น อาจจะฟังดูเสี่ยง แค่สิ่งที่สำคัญคือการเริ่มต้นมากกว่าจะทำให้ทุกอย่างเพอร์เฟ็ค คุณอาจจะลองกันเงินเล็กน้อยในขณะที่เริ่มต้นลงทุนและศึกษาการลงทุนอย่างระมัดระวัง นั่นอาจจะทำให้คุณได้ผลตอบแทนอย่างที่คุณคิดไม่ถึงก็เป็นได้ 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอี (SME)


 

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร