ดอลลาร์ล่วงหน้าทางเลือก SME ขจัดเสี่ยงค่าเงิน

 

 
 
 
สำหรับประเทศไทยนั้นสกุลเงินสำคัญที่ใช้ในการซื้อ-ขายสินค้าและบริการกับต่างประเทศเป็นหลักคือดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (ดอลลาร์ฯ) ดังนั้น ความผันผวนของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์ฯ จึงเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญที่ต้องให้ความสนใจ
 
ข้อมูลจากบริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) หรือทีเฟ็กซ์ รายงานว่าในช่วงปี 2551–2554 ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์ฯ มีการปรับตัวขึ้นลงค่อนข้างมาก โดยในปี 2552 ค่าเงินบาทอ่อนลงไปถึงประมาณ 36 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ในปี 2554 แข็งขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 29 บาทต่อดอลลาร์ฯ
 
ทั้งนี้ค่าเงินบาทที่อ่อนลง จะส่งผลดีต่อผู้ที่มีรายรับเป็นดอลลาร์ฯ เช่น ผู้ส่งออก เนื่องจากรายได้เงินดอลลาร์ฯ ที่ได้จากการส่งออกสามารถนำมาแลกเป็นเงินบาทได้มากขึ้นแต่ในมุมของผู้นำเข้าจะตรงกันข้าม ค่าเงินอ่อนลงจะส่งผลลบ เนื่องจากจะต้องใช้เงินบาทจำนวนมากขึ้นในการแลกเป็นเงินดอลลาร์ฯ เพื่อจ่ายซื้อสินค้าจากต่างประเทศสำหรับกรณีเงินบาทแข็งค่าขึ้น จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีรายจ่ายเป็นดอลลาร์ฯ เช่น ผู้นำเข้า หรือผู้ที่ต้องการส่งบุตรหลานไปเรียนต่อต่างประเทศ เนื่องจากสินค้าจากต่างประเทศจะมีราคาในรูปเงินบาทที่ถูกลง แต่จะเป็นผลลบกับผู้ส่งออกเพราะเงินดอลลาร์ฯ ที่ได้จากการส่งออกสินค้า นำมาแลกเป็นเงินบาทได้มูลค่าน้อยลง
 
 
 
             การเคลื่อนไหวขึ้นลงของค่าเงินนี้ อาจส่งผลต่อรายรับรายจ่ายของผู้ประกอบธุรกิจจนอาจทำให้ขาดทุนได้ แต่อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนถือเป็นความเสี่ยงที่บริษัทสามารถจัดการได้ โดยใช้เครื่องมือทางการเงินต่างๆ เช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้า Forward  และ Futures โดยสัญญาเหล่านี้จะช่วยล็อกรายได้หรือต้นทุนให้อยู่ในระดับที่คาดไว้ ผู้ประกอบธุรกิจจึงไม่ต้องกังวลกับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอีก
 
นอกจากนี้ ผู้ลงทุนที่มีการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ หรือสินค้าโภคภัณฑ์โลก หรือตราสารที่มีราคาเคลื่อนไหวเชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์โลก เช่น ผู้ที่ลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF) กองทุนทองคำ กองทุนนํ้ามัน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ (โกลด์ฟิวเจอร์ส) โลหะเงิน (ซิลเวอร์ฟิวเจอร์ส) และอ้างอิงราคาน้ำมัน(ออยล์ฟิวเจอร์ส) เผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกัน เพราะแม้ว่าการซื้อ-ขายจะอยู่ในรูปเงินบาท แต่ราคาซื้อ-ขายก็จะเคลื่อนไหวตามค่าของเงินสกุลดอลลาร์ฯ ด้วย ดังนั้น ความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนจึงส่งผลกระทบต่อผลกำไรขาดทุนของพอร์ตลงทุนเช่นเดียวกัน
 
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2555 ถือเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการลงทุนและการบริหารความเสี่ยง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยมีนโยบายเปิดกว้างให้ผู้ลงทุนและผู้ประกอบการมีทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น ทีเฟ็กซ์จึงสามารถจัดให้มีการซื้อ-ขายสัญญาซื้อขายดอลลาร์ฯล่วงหน้า (USD Futures) หรือสัญญาฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับดอลลาร์สหรัฐอเมริกาได้ 
 
 
กล่าวคือ ดอลลาร์ฯ ล่างหน้าจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ตลอดจนผู้ลงทุนทั่วไปสามารถซื้อ-ขายเงินดอลลาร์ฯ ได้อย่างสะดวกมากขึ้นเนื่องจากขนาดของสัญญามีขนาดเล็ก (ประมาณ 30,000 บาทต่อสัญญา) และการซื้อ-ขายสามารถทำได้อย่างง่ายดาย ไม่จำเป็นต้องแสดงเอกสารการถือเงินดอลลาร์ฯ อยู่ก่อน โดยผู้สนใจแค่เพียงเปิดบัญชีซื้อ-ขายกับโบรกเกอร์อนุพันธ์ที่ได้รับอนุญาต ก็สามารถซื้อ-ขายดอลลาร์ฯ ล่วงหน้าได้ทันที 
 
        นอกจากนี้ สัญญา Futures ยังมีสภาพคล่องสูงเมื่อเทียบกับสัญญา Forward ผู้ลงทุนที่ซื้อหรือขายดอลลาร์ฯ ล่วงหน้าไปแล้ว และไม่ต้องการถือสัญญาดังกล่าวอีกต่อไป ก็สามารถปิดสถานะของสัญญาได้ตามต้องการ เพียงแค่ทำการซื้อหรือขายตรงข้ามกับสถานะเดิมที่เคยทำไว้เท่านั้น
 
ทีนี้มารู้จักดอลลาร์ฯ ล่วงหน้ากันให้ชัดๆ อีกครั้ง โดยดอลลาร์ฯล่วงหน้า เป็นสัญญาที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันในวันนี้ว่าจะซื้อขายดอลลาร์ฯ กันในอนาคต โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดตั้งแต่วันที่ทำสัญญาทั้งนี้ในการทำสัญญาดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า ผู้ลงทุนจะต้องส่งคำสั่งซื้อ-ขายผ่านโบรกเกอร์ เพื่อเข้ามาจับคู่กับผู้ลงทุนอีกฝั่งหนึ่งในตลาดอนุพันธ์ โดยวิธีการส่งคำสั่งจะคล้ายกับการส่งคำสั่งเพื่อซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ กล่าวคือ ผู้ซื้อจะตั้งราคาเสนอซื้อ (Bid) ในขณะที่ผู้ขายจะตั้งราคาเสนอขาย (Offer) หากราคาเสนอซื้อและเสนอขายตรงกัน หรือเป็นราคาที่ดีกว่าราคาที่ผู้ลงทุนต้องการ ระบบก็จะทำการจับคู่ซื้อ-ขายให้ 
 
 
 
           อย่างไรก็ตาม ในการซื้อ-ขายดอลลาร์ฯ ล่วงหน้าจะแตกต่างจากการทำสัญญา Forward กับธนาคาร ตรงที่ในการซื้อ-ขายดอลลาร์ฯ ล่วงหน้านั้น จะไม่มีการส่งมอบเงินดอลลาร์ฯ กันจริง แต่จะใช้วิธีชำระกำไรขาดทุนตามส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงไปแทน
 
            สำหรับผู้ที่กังวลว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นหรืออัตราแลกเปลี่ยนจะปรับตัวลดลง เช่น ผู้ส่งออกอาจจะกังวลว่าการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจะทำให้รายได้จากการส่งออกลดลง ก็สามารถป้องกันความเสี่ยงได้ง่ายๆ แค่ส่งคำสั่ง “ขาย” ดอลลาร์ฯล่วงหน้า ซึ่งจะเท่ากับเป็นการล็อกอัตราแลกเปลี่ยนในอนาคต ณ ราคาที่ซื้อ-ขายไว้ หากในอนาคตอัตราแลกเปลี่ยนปรับลดลง ผู้ส่งออกก็จะได้รับกำไรจากส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง เพื่อไปชดเชยกับรายได้ที่ได้ลดลงจากการส่งออก
 
 
 
ส่วนผู้ที่กังวลว่าค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลง เช่น ผู้นำเข้าอาจจะกังวลว่าหากเงินบาทอ่อนลงจะทำให้ต้นทุนจากการนำเข้าสูงขึ้น ก็สามารถป้องกันความเสี่ยงง่ายๆ แค่ส่งคำสั่ง “ซื้อ” ดอลลาร์ฯล่วงหน้าโดยหากในอนาคตอัตราแลกเปลี่ยนปรับเพิ่มขึ้นจริง ผู้นำเข้าก็จะได้รับกำไรจากส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้น เพื่อไปชดเชยกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
 
สำหรับผู้ลงทุนที่อาจไม่มีธุรกิจนำเข้าส่งออกอยู่ แต่สนใจทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนก็สามารถซื้อหรือ ขาย ดอลลาร์ฯ ล่วงหน้าได้ โดยหากค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์ฯ เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่คาดไว้ ก็จะได้รับกำไรตามส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงไป
 
สุดท้ายนี้มีคำแนะนำจากเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการทีเฟ็กซ์ ว่า ดอลลาร์ฯ ล่วงหน้าเหมาะกับผู้ประกอบธุรกิจและผู้ลงทุน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีรายได้หรือรายจ่ายในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา เช่น ผู้นำเข้า และผู้ส่งออก ผู้ลงทุนชาวไทยที่เคยซื้อ-ขายในตลาดอนุพันธ์และผู้ลงทุนชาวไทยที่ยังไม่เคยซื้อ-ขายในตลาดอนุพันธ์ แต่มีความสนใจ และสามารถรับความเสี่ยงจากการซื้อ-ขายได้
 

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร