5 ถาม-ตอบ ด้านบัญชีที่ SME ต้องรับรู้


เรื่อง : อชิระ ประดับกุล

    คำถามที่ 1 : อยากทราบว่ากิจการควรจะเริ่มต้นทำบัญชียังไง เพราะอยากทำเองแต่ก็ไม่มีความรู้ แต่เห็นเพื่อนๆก็จ้างสำนักงานบัญชีทำเสียส่วนใหญ่ ถ้าเราทำเองจะได้ไหม

    ตอบ : ถือว่าเป็นความคิดที่ดีครับ ถ้าเจ้าของกิจการอยากจะมีส่วนในการจัดทำบัญชีด้วยตนเอง แต่หากไม่มีความรู้ทางด้านบัญชีมาก่อน ตรงนี้อาจจะเป็นปัญหาได้ในการ บันทึก จัดเก็บข้อมูล และการจัดทำรายงานทางการเงินต่างๆ ที่ต้องอาศัยความรู้ทางบัญชีโดยตรง จึงทำให้เจ้าของกิจการที่ไม่มีความรู้ทางด้านบัญชีเลือกที่จะจ้างสำนักงานบัญชีเข้ามาดูแลในเรื่องดังกล่าว 

    ซึ่งในเรื่องนี้ผมน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ถ้าเจ้าของกิจการอยากมีส่วนร่วมในการดูแลเรื่องของการจัดทำบัญชีของกิจการด้วยตนเอง แนะนำว่า ให้คอยสอดส่องดูแล และสอบถามสำนักงานบัญชี ที่ท่านจ้างให้จัดทำ ถึงที่มาของรายการบัญชีต่างๆ ที่ได้บันทึกไว้ เหตุผล และวัตถุประสงค์ในการบันทึกรายการค้าต่างๆ ก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่งครับ


    คำถามที่ 2 : ผมเพิ่งมีกิจการเป็นของตัวเอง คือ รับจ้างผลิตเครื่องหนังตามคำสั่งซื้อของลูกค้า แต่ไม่ใหญ่มากเท่าไหร่นัก และยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด แต่กำลังมีความคิดว่าจะจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วน แล้วถ้าจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนผมต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยใช่ไหมครับ

    ตอบ : โดยปกติการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีหลักอยู่ที่ว่า ‘ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพเป็นปกติธุระ ไม่ว่าจะประกอบกิจการในรูปของบุคคลธรรมดา คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล หรือนิติบุคคลใด ๆ หากมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน โดยคำนวณภาษีที่ต้องเสียจากภาษีขายหักด้วยภาษี ‘ซื้อ’ 

    ฉะนั้น คงจะต้องตรวจสอบเสียก่อนว่าคุณมีรายรับก่อนหักรายจ่ายเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีหรือไม่ ถ้าหากตรวจสอบแล้วว่า รายรับไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าวก็ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการในระบบแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ผมเกรงว่าคู่ค้าที่คุณทำธุรกิจด้วยเขาอาจจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าคุณไม่ได้จดทะเบียน อาจเกิดปัญหาในการทำธุรกิจได้บ้างเล็กน้อย เพราะฝ่ายหนึ่งอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่อีกฝ่ายอยู่นอกระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้บางธุรกิจแม้มีรายรับไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว แต่ก็เลือกที่จะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อประโยชน์ในการทำธุรกิจกับคู่ค้าครับ

     คำถามที่ 3 : กำลังจะจ้างสำนักงานบัญชีมาทำบัญชีให้ แต่อยากทราบราคาที่เหมาะสมว่าประมาณเท่าไหร่ ถ้ารายการค้าของกิจการมีประมาณ 50-100 รายการต่อเดือน 

    ตอบ : เป็นคำถามยอดฮิตอีกคำถามที่ถามกันเข้ามาครับ สำหรับเรื่องของค่าบริการในการจัดทำบัญชีของสำนักงานต่างๆ ซึ่งผมเองคงจะตอบได้ไม่ชัดเจนนัก เพราะค่าบริการจัดทำบัญชีก็ขึ้นกับปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น ความมีชื่อเสียงของสำนักงานบัญชีที่จัดทำ, ขอบเขตงานที่รับผิดชอบ และรวมทั้งที่คุณได้บอกมา คือ จำนวนรายการค้าที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน 

    ถ้าจะให้ผมแนะนำ ผมคงจะต้องแนะนำให้หาสำนักงานบัญชีโดยเริ่มต้นจากการสอบถามคนรู้จักที่เคยใช้บริการว่าสำนักงานบัญชีใดให้บริการดี คุ้ม และมีความรอบคอบในการจัดทำ 

    สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้ตระหนักไว้คือ สำนักงานบางแห่งที่เสนอค่าบริการจัดทำบัญชีในราคาถูกมากผิดปกติ อาจจัดทำบัญชีด้วยความประมาทเลินเล่อได้ เนื่องจากต้องจัดทำบัญชีเป็นจำนวนมากในเวลาเดียวกัน ดังนั้นจึงอย่าได้เห็นแก่ ค่าบริการที่ถูกแสนถูก เพราะอาจนำมาซึ่งการจัดทำบัญชีที่ผิดพลาดและไม่รับผิดชอบได้


    คำถามที่ 4 : ผมเปิดกิจการมาประมาณ 3 ปี ในรูปแบบของบุคคลธรรมดา และช่วง 3 ปี ที่ผ่านมาก็ได้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติ กระทั่งปีล่าสุดที่ได้ยื่นเสียภาษีประจำปีอีก แต่ไม่มียอดเงินต้องชำระและมียอดเงินขอคืนภาษีจำนวนหนึ่ง และหลังจากนั้นได้ถูกเรียกตรวจสอบจากสรรพากรเขต ผมจึงอยากทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดถึงโดนเรียกตรวจสอบทั้งๆ ที่เพื่อนทำธุรกิจมานานกว่ายังไม่โดนเรียกตรวจสอบแม้แต่ครั้งเดียว

    ตอบ : ส่วนหนึ่งอาจเป็นไปได้ว่า สรรพากรเขตเห็นว่ากิจการของคุณเพิ่งเปิดดำเนินการไม่นานเมื่อมีผลขาดทุนจึงต้องการคำชี้แจงว่าเป็นเพราะเหตุใด เกิดข้อผิดพลาดในการจัดเก็บข้อมูลทางด้านรายได้หรือรายจ่าย จึงเรียกมาตรวจสอบข้อมูลต่างๆ และเพื่อให้ข้อแนะนำในการจัดเก็บรายการต่างๆ อย่างเหมาะสมแก่คุณด้วย 

    ส่วนเรื่องที่ว่าเหตุใดกิจการของเพื่อนที่ทำมานานยังไม่โดนเรียกตรวจสอบนั้น ผมไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจนเสียทีเดียวคงต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสรรพากรเขตแต่ละเขต  แต่คุณเคยได้ยินไหมครับว่า ถ้าไม่แน่ใจเรื่องเอกสารรายรับ-รายจ่าย ของกิจการ อย่าได้ขอคืนภาษีแม้จะมียอดให้ขอคืนก็ตาม เป็นอันเข้าใจนะครับ...


    คำถามที่ 5 : เราจะมีวิธีป้องกันการยักยอกเงินหรือตบแต่งบัญชีของพนักงานได้อย่างไร ถ้าเราไม่มีความรู้เรื่องบัญชี

    ตอบ : เข้าใจว่าคุณคงกำลังอยู่ในภาวะสงสัยพนักงานตัวเองว่าเป็นโจรหรือไม่ใช่ไหมครับ...จริงๆแล้วต้องถามคุณก่อนครับว่าหน้าทีในการจัดเก็บข้อมูลทางบัญชีและหน้าที่ในการเก็บเงินสด รับ-จ่าย เงินต่างๆ (ฝ่ายการเงิน) เป็นคนๆ คนเดียวกันหรือไม่ เพราะหากทั้ง 2 หน้าที่เป็นคนๆ เดียวกันเมื่อไหร่ กว่าครึ่งเลยละครับที่จะเกิดเหตุการณ์ยักยอกเงินของกิจการเข้ากระเป๋าตัวเอง 

    จะด้วยการตกแต่งบัญชี ตกแต่งตัวเลขให้สมเหตุสมผลว่ามีการจ่ายออกไปจริง มีเอกสารหลักฐานประกอบการลงบัญชีอย่างครบถ้วน หรือ ฉกเอาไปดื้อๆ ทีละเล็กทีละน้อยก็ตาม  แต่ถ้าคนบันทึกบัญชีและคนอนุมัติการจ่ายเงินเป็นคนๆ เดียวกันเมื่อไหร่ผมก็เห็นตายกิจการสนิททุกราย 

    ฉะนั้นอันดับแรกคุณต้องแยกหน้าที่ดังกล่าวออกจากกัน เพื่อให้มีการสอบยันกันในการทำงานระหว่างฝ่ายบัญชีและฝ่ายการเงิน หรือถ้าคุณไม่ไว้ใจคนอื่นในเรื่องการรับ-จ่ายเงิน คุณก็จ้างเฉพาะพนักงานบัญชีมาคอยจัดเก็บข้อมูลทางบัญชีและเอกสารต่างๆ ส่วนเรื่องการรับ-จ่าย เงินคุณก็รับผิดชอบด้วยตัวเอง (ถ้าทำไหว) 

    อีกวิธีที่จะพอช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ก็คือ การติดตาม ทวงถาม รายการรับ-จ่ายเงินอยู่เป็นระยะๆ (กรณีคุณไม่ได้ทำหน้าที่ฝ่ายการเงินเอง) และตรวจสอบบัญชีเงินสด –เงินฝากธนาคาร แบบที่เรียกว่า surprise check คือไม่ให้ผู้รับผิดชอบรู้ตัวมาก่อน ก็อาจช่วยได้ครับ ขอให้โชคดี


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี (SME)
    


 

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร