7 แนวทางรักษาวินัยทางการเงิน

Text : เจษฎา ปุรินทวรกุล
 

 
 
 
                 การเริ่มต้นธุรกิจมักมาพร้อมกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ซึ่งผู้ประกอบการรายใหม่ๆ มักใช้เวลาในช่วงเดือนแรก เรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง หนึ่งในนั้นรวมถึงเรื่องของการใช้จ่าย และเก็บรักษาเงินอย่างเป็นระเบียบ เราอาจคิดวางแผนดำเนินการธุรกิจให้เติบโต ขยายบริษัทให้รุ่งเรืองขึ้นแท่นอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่หากไม่สามารถรักษากระแสเงินสดเอาไว้ เป้าหมายไม่ว่าจะเล็กใหญ่แค่ไหนก็คงอย่าหมายว่าจะเดินไปถึง 

 
                 สิ่งสำคัญคือ นิสัยการใช้เงิน ซึ่งควรได้รับการปลูกฝังตั้งแต่ยังเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก เพื่อให้มีวินัยในการใช้จ่ายและรู้จักอดออม โดยในระยะยาวจะกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ดีต่อไปในอนาคต ทั้งนี้เคล็ดลับการใช้จ่ายเงินในช่วงเริ่มต้นธุรกิจโดยไม่เสียวินัยทางการเงิน มีดังนี้
 
 
1. ทำความเข้าใจเรื่องรายได้ กับกำไร และรู้จักทำบัญชีรับ-จ่าย 
 
                 ท่องไว้เสมอว่า เงินทองนั้นหายาก ดังนั้น พยายามใช้สอยอย่างประหยัด และอย่าเข้าใจผิดว่ารายได้ หมายถึงกำไร ผู้ประกอบการบางคนเข้าใจว่า บริษัทมีรายได้มหาศาล แต่รายได้ไม่ใช่กำไร บางครั้งหักลบต้นทุนกับค่าใช้จ่ายออกมาแล้วเหลือกำไรเพียงส่วนเดียวเท่านั้น 
 
                 เมื่อเข้าใจผิดว่า รายได้มหาศาล พร้อมกับไม่รู้จักทำบัญชี ก็ประมาทพลาดพลั้งต่อไปด้วยการนำเอารายได้ไปใช้จ่ายในเรื่องส่วนตัว หรือใช้จ่ายเกินกำลัง ส่งผลให้ขาดสภาพคล่องและขาดเงินหมุนเวียนทางธุรกิจ สุดท้ายหากไม่กู้ก็ต้องเสียหลัก และอย่างร้ายแรงคือปิดกิจการ
 
 
2. แยกบัญชีเงินส่วนตัวและเงินที่ใช้ทำธุรกิจออกจากกันให้ชัดเจน
 
                 ผู้ประกอบการขนาดเล็กหลายต่อหลายราย ดำเนินธุรกิจไม่รอดเพราะนำเงินส่วนตัวกับเงินในการทำธุรกิจเข้ามาใช้ปะปนกันจนสุดท้ายแยกไม่ออกว่า เงินส่วนไหนเป็นเงินอะไร โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีธุรกิจหลากหลาย เช่น ขายเนื้อสัตว์สดให้กับร้านค้าส่ง พร้อมกับแปรรูปเนื้อสัตว์ไปด้วย ในทางปฏิบัติควรแยกบัญชีให้ชัดเจน เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนและกำไรของแต่ละธุรกิจ ที่สำคัญในแต่ละธุรกิจก็ต้องให้ค่าแรงตัวเองด้วย
 
 
3. เมื่อต้องจ้างพนักงานให้มองไปที่ความคุ้มค่าและคุ้มทุน
 
                 หากต้องจ้างพนักงาน ให้คำนึงถึงคุณภาพและความสามารถ มากกว่าเรื่องของปริมาณ เพราะหากคุณจ้างคนที่ถูกต้อง ขยัน อดทน อาจสามารถทำงานได้เท่ากับคนขี้เกียจรวมกัน 3 คนเลยก็ได้ ดังนั้น พยายามลงทุนในเรื่องการคัดเลือกและสัมภาษณ์พนักงานเข้าทำงานด้วยตัวเอง จะได้รับคนที่ถูกใจมาร่วมงานจริงๆ
 
 
4. ใช้ซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้งานเดินหน้าไปอย่างอัตโนมัติได้
 
                 ไม่จำเป็นที่เราต้องบริหารงานด้วยตัวเองไปซะทุกเรื่อง หากมีซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้เราบริหารจัดการเรื่องราวใดๆ ได้ คุณไม่ควรมองข้ามตัวเลือกเหล่านั้น เพราะสำหรับผู้ประกอบการ เวลาล้วนแต่เป็นเงินเป็นทอง ยกตัวอย่างเช่น ใน สหรัฐอเมริกา มีโปรแกรม MailChimp ที่ช่วยเหลือในด้านการตลาดอีเมล ใช้สำหรับจัดการสมาชิก ส่งอีเมล ช่วยติดตามผล ซึ่งสามารถใช้งานผสานกับโปรแกรมอื่นๆ ได้ เป็นต้น 
ลองใช้เวลาศึกษาดูว่า สิ่งที่เราต้องทำ มีโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์สำเร็จรูปแบบไหนช่วยแบ่งเบาภาระ หรือช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นได้บ้าง ซึ่งบางโปรแกรมอาจต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปี ก็ลองหาโปรแกรมที่เปิดให้ใช้งานฟรีมาทดสอบใช้ดูก่อน ในอนาคตหากองค์กรมีการขยับขยายค่อยลงทุนเพิ่มอีกสักนิดก็คงไม่เป็นไร       
 
 
5. ระมัดระวังเรื่องกระแสเงินสดอยู่เสมอ
 
                 ในแต่ละธุรกิจมีรูปแบบการใช้จ่ายรายเดือนที่แตกต่างกันออกไป บางธุรกิจต้องจ่ายเงินในการผลิตสินค้าล่วงหน้า อาจจ่ายครึ่งหนึ่ง อาจจ่ายเต็ม หรืออาจสั่งผลิตในปริมาณที่มากเพื่อให้ต้นทุนต่อชิ้นถูกลง จากนั้นจึงนำสินค้าไปวางจำหน่าย กว่าจะได้เงินกลับคืนมา หรือมีค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ต้องชำระในแต่ละปีในช่วงเดือนใด ก็ต้องพิจารณาและทำบัญชีให้รอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าในแต่ละเดือนมีเงินเพียงพอในการชำระค่าต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ เช่น เงินเดือน ค่าเช่าสถานที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ฯลฯ
 
 
6. การจ่ายเงินในการลงทุนทุกบาท ควรวัดผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้  
 
                 เหมือนที่กล่าวไว้ตามข้างต้นว่า เงินทองนั้นหายาก ดังนั้น พยายามใช้สอยอย่างประหยัด นอกจากนั้น ควรเพิ่มไปอีกนิดว่า การใช้เงินทุกบาทในการทำธุรกิจ ควรคิดก่อนใช้ คิดว่าใช้ไปเพื่ออะไร ซื้ออุปกรณ์หรือลงทุนไปแล้วจะได้อะไรตอบแทนกลับมา เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการใช้จ่าย และทำให้เงินที่จ่ายไปเกิดประโยชน์ต่อองค์กรอย่างสูงสุด
 
 
7. อดออมและลงทุน
 
                 สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจคือ ต้องไม่ลืมอดออมเงิน ดังนั้น ควรกันเงินที่เป็นกำไรไว้ส่วนหนึ่ง อาจเก็บไว้ที่ธนาคารหรือนำไปลงทุนในส่วนที่ไม่เสี่ยงต่อการขาดทุน เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ถอนออกมาใช้จ่ายได้ทัน อีกส่วนควรนำไปลงทุนตามความเหมาะสม เพื่อให้กำไรงอกเงยขึ้นมา การลงทุนนั้นดีกว่าเก็บเงินไว้เปล่าๆ เปรียบเสมือนการใช้ “เงิน” ให้ทำงานแทนเรา อย่างไรก็ตาม ควรศึกษาช่องทางการลงทุนให้ดีก่อน ไม่เช่นนั้นอาจเจ็บตัวได้ง่ายๆ 
 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร