ประกันกลุ่มจำเป็นแค่ไหน…สำหรับธุรกิจ SME

 

 

 

 
ปัจจุบันเริ่มมีการกล่าวถึงการทำประกันกลุ่มสำหรับธุรกิจ SME จึงเกิดคำถามตามมาว่าแล้วการทำประกันกลุ่มสำหรับธุรกิจ SME จริงๆ แล้วมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน 
 
ที่ผ่านมาผู้ประกอบการอาจมองว่า “ประกันกลุ่ม” เป็นสวัสดิการพนักงานที่มีต้นทุนสูง เพราะเบี้ยประกันที่บริษัทจ่ายให้ ก็คือ ต้นทุนที่บวกเพิ่มเข้าไปในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ประกอบการไม่อยากที่จะให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น หลายองค์กรเลือกที่จะควบคุมต้นทุนให้อยู่นิ่งไม่ให้ขยับเพิ่มไปจากเดิม ประกันกลุ่มจึงเป็นทางเลือกที่ผู้ประกอบ การ โดยเฉพาะขนาดกลาง และขนาดย่อม (SME) จะพิจารณาทำเป็นอันดับสุดท้าย หรือกล่าวง่ายๆ คือเลือกที่จะไม่ทำ
 
และยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้ประกอบการ SME ต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนพุ่งสูงขึ้น จากนโยบายรัฐที่ให้เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท ผลที่ตามมาคือผู้ประกอบการต้องใช้นโยบายรัดเข็มขัดเพื่อความอยู่รอดขององค์กร และหมายถึงความอยู่รอดของพนักงานด้วย 
 
แม้การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท จะทำให้ต้นทุนการดำเนินงานพุ่ง แต่เชื่อว่าผู้ประกอบการที่ทำประกันกลุ่มนั้นจะยังคงทำได้อย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าพิจารณาถึงผลที่ได้รับตอบกลับมาแล้วคุ้มค่ากว่า ด้วยเพราะการมีสวัสดิการที่ดีให้พนักงาน เป็นหนึ่งในภาพสะท้อนที่บ่งบอกถึงความมั่นคงขององค์กรอีกด้วย เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงานถึงความยั่งยืนขององค์กรในทางอ้อม 
 
แม้ว่าประกันภัยกลุ่มอาจถูกมองว่าเป็นภาระหรือทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น แต่ก็มีองค์กรหลายแห่งเลือกที่จะเพิ่มสวัสดิการให้พนักงานด้วยการทำประกันกลุ่ม ด้วยเหตุผลหลายประการตั้งแต่การสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงาน การสะท้อนภาพลักษณ์องค์กรออกมาเชิงบวก เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับพนักงาน ซึ่งองค์กรในลักษณะเช่นนี้ย่อมทำให้พนักงานไม่อยากหนีหรือลาออกไปไหน สิ่งที่องค์กรได้ประโยชน์ คือ สามารถพัฒนาศักยภาพของพนักงานได้อย่างต่อเนื่อง
 
    อำนาจ วงศ์พินิจวโรดม ผู้ช่วยเลขาธิการ สายพัฒนาและวิเคราะห์ระบบการตรวจสอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของการทำประกันภัยกลุ่มอีกด้วยว่า ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงในส่วนของงบสวัสดิการพนักงานได้อย่างแม่นยำ เพราะโอนความเสี่ยงดังกล่าวไปให้บริษัทประกันเป็นผู้ดูแลบริหารจัดการ โดยเฉพาะในส่วนของค่ารักษาพยาบาล ที่นับวันแนวโน้มก็มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งหากบริหารจัดการหรือสำรองงบในส่วนนี้ไม่เพียงพอ อาจทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายได้   
 
โดยสรุปแล้วการทำประกันภัยกลุ่มให้พนักงาน ซึ่งเป็นสวัสดิการที่นอกเหนือจากประกันสังคมทำให้พนักงานมีทัศนคติที่ดีต่อนายจ้างและองค์กรในแง่ของการเอาใจใส่ดูแล จัดมอบสวัสดิการพิเศษให้ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพนักงานนอกเหนือจากส่วนของรายได้ในรูปของค่าจ้างเงินเดือน
 
 นอกจากนี้ ประกันกลุ่มยังเป็นสวัสดิการที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ เพราะเป็นแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองสูงแต่อัตราเบี้ยประกันภัยต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อประกันส่วนตัว และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นด้านค่าเบี้ยประกันภัย นายจ้างสามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวไปเป็นค่าใช้จ่ายขององค์กรได้อีกด้วย
 
ปัจจุบันบริษัทประกันภัยมีแบบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการมากขึ้น โดยมีแบบประกันสำหรับกลุ่มธุรกิจ SME ตั้งแต่ผู้ประกอบการ 5 คนไปจนถึง 50 คนขึ้นไป ซึ่งเบี้ยประกันที่จ่ายก็จะมีความแตกต่างกันตามความคุ้มครอง โดยสามารถเลือกความคุ้มครองได้หลากหลายภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทประกันภัยกำหนด ให้ความคุ้มครอง 24 ชั่วโมงทั่วโลก 
 
เช่น “ประกันชีวิตกลุ่มแบบสมัครใจ” ก็จะเป็นแบบที่ให้ความคุ้มครองชีวิต พร้อมผลประโยชน์ค่าชดเชยรายวันในโรงพยาบาลกรณีที่ผู้เอาประกันภัยเข้าพัก รักษาตัวในโรงพยาบาล หรือเลือกประกันภัยกลุ่มแบบสะสมทรัพย์ครบเกษียณ อายุ เป็นแบบที่พนักงานในองค์กรธุรกิจ หรือหน่วยงานที่สมัครเข้าร่วมโครงการสามารถออมทรัพย์รายเดือนเพื่อไว้ใช้ หลังจากการเกษียณการทำงาน ในรูปแบบของการหักเงินค่าเบี้ยประกันภัยผ่านบัญชีเงินเดือนพนักงานได้ โดยที่พนักงานผู้ที่สมัคร เข้าร่วมทำประกันภัยสามารถเลือกจำนวนเงินออมทรัพย์รายเดือนได้ขณะเดียวกันก็สามารถเพิ่มผลประโยชน์ค่าชดเชยรายวันในโรงพยาบาลกรณีที่ผู้เอาประกันภัยเข้าพัก รักษาตัวในโรงพยาบาลได้ด้วย ขึ้นอยู่ที่บริษัทจะดีไซน์ออกแบบมาให้ นอกจากนี้ ยังมี “ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม” ที่มอบความคุ้มครองอุบัติเหตุ และทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงกรณีที่พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้เอาประกันภัยประสบกับอุบัติเหตุ หรือสิ่งที่ไม่คาดฝัน ซึ่งนี่เป็นเพียงตัวอย่างที่ผู้ประกอบการสามารถนำมาพิจารณาก่อนตัดสินใจได้
 
สำหรับประกันกลุ่มจะเป็นสวัสดิการสำหรับพนักงานที่ทำงานประจำ (Full-Time Employee) เท่านั้น ซึ่งรวมถึงภาครัฐและเอกชน โดยที่มีรูปแบบของสวัสดิการหลากหลายให้กับองค์กรธุรกิจหรือนายจ้างได้เลือกทำ อาทิ การประกันชีวิต การประกันภัยอุบัติเหตุ การประกันภัยทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง การประกันสุขภาพ รวมทั้งยังมีการประกันภัยกลุ่มในรูปแบบของการออมทรัพย์รายเดือน พร้อมการจ่ายเงินชดเชยรายวันให้ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกด้วย 
 
  โดยลักษณะของประกันกลุ่ม เป็นสัญญาประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัยแบบชั่วระยะเวลารายปี
 
สัญญาการประกันภัยกลุ่มนั้นจะให้เฉพาะความคุ้มครองไม่มีเงินสะสม เมื่อครบอายุสัญญากรมธรรม์ 1 ปี สามารถต่ออายุสัญญากรมธรรม์ได้ และกรมธรรม์จะออกเพียงฉบับเดียวให้กับนายจ้าง โดยสมาชิกจะได้รับบัตรประจำตัวผู้เอาประกันเป็นหลักฐาน 
 
คงจะเห็นแล้วว่า ข้อดีสำหรับการทำประกันกลุ่มที่ผู้ประกอบการจะได้รับ คือ ช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถกำหนดหรือทราบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่แน่นอน และยังเป็นสวัสดิการรูปแบบหนึ่งที่จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงาน ซึ่งเจ้าของธุรกิจสามารถเลือกความคุ้มครองและผลประโยชน์ให้สอดคล้องกับความต้องการและความสามารถในการชำระเบี้ยได้
 
 

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร