รู้รอบรายจ่าย-ค่าลดหย่อนภาษี ก่อนยื่น ภ.ง.ด. 90, 91 ปี 2561





 

     ถ้าเอ่ยถึงเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อย่างที่ทราบกันดี ผู้ที่เสียโดยส่วนมากแล้วคือ มนุษย์เงินเดือน โดย ภ.ง.ด. 90 ใช้ยื่นแบบสำหรับมีเงินได้พึงประเมินทุกประเภท  ส่วน ภ.ง.ด. 91 ยื่นแบบเฉพาะมีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 เท่านั้น โดยทั้ง ภ.ง.ด 90,91 จะกำหนดให้ยื่นภายในเดือนมกราคม – มีนาคมของปีภาษีถัดไป
 
     สำหรับบุคคลธรรมดาผู้มีเงินได้ ในปี 2560 ถ้าเงินได้นั้นไม่ได้รับการยกเว้นว่าไม่ต้องเสียภาษี ต้องนำเงินได้นั้น มาคำนวณเสียภาษีภายใน เดือน มกราคม – มีนาคม ปี 2561 การเสียภาษี เงินได้บุคคลธรรมดานั้น คิดจากเงินได้ประเภทต่างๆ ซึ่งมีทั้งหมด 8 ประเภท นำไป หักค่าใช้จ่าย ตามแต่ละประเภทของเงินได้ (ออกเสียก่อน) แล้วจึงนำมา หักค่าลดหย่อน ตามที่กฎหมายกำหนด จากนั้นจะได้  เงินได้สุทธิ และถ้าเงินได้สุทธินั้นไม่ได้รับการยกเว้นที่ต้องเสียภาษี ประกอบกับ ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 7 อัตราคือร้อยละ 5, 10, 15 ,20 ,25, 30 ,35 (เงินได้สุทธิจาก 0 – 5,000,000 บาทขึ้นไป) ผู้เสียภาษีต้องยื่นแบบเสียภาษีให้กับรัฐ
 

     การรู้เรื่องค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนทางภาษี จึงเป็นประโยชน์กับตัวผู้เสียภาษีเอง จะได้ไม่ต้องเจอกับเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม เวลามีการตรวจสอบย้อนหลังแต่อย่างใด และถือเป็นการบริหารภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในการยื่นแบบเสียภาษีให้ถูกต้องด้วย
 

การหักค่าใช้จ่ายเงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท ได้แก่
 
     เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 เช่น เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน ฯลฯ


     เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 2 เช่น เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ ฯลฯ
 

     เงินได้ประเภทที่ 1และ2 หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาตามเงื่อนไขที่กำหนด คือ ผู้มีเงินได้สามารถหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 50 ของเงินได้แต่รวมกันแล้วต้อง ไม่เกิน 100,000 บาท ถ้าร้อยละ 50 ของเงินได้สองประเภทรวมกันแล้ว เกิน 100,000 ให้หักได้แค่ 100,000 บาท  ในกรณีสามีภริยา(จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย) ต่างฝ่ายต่างหักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 50 แต่ไม่เกินฝ่ายละ 100,000บาท
 

     เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 3 เช่น เงินค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น (ที่เป็นเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา) เงินปีหรือเงินได้ที่มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล ฯลฯ เฉพาะเงินค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่นเท่านั้น ที่หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับเงินปี หรือเงินได้ที่มีลักษณะเป็นเงินรายปี อันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล ไม่ยอมให้หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
 

     เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 4 ดอกเบี้ยต่างๆ, เงินปันผล, เงินส่วนแบ่งกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ฯลฯ กฎหมายไม่ยอมให้หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นในการคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพราะกฎหมายถือว่าเงินได้ประเภทนี้เป็นเงินได้จากการลงทุน(passive income) ไม่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของผู้เสียภาษี
 

     เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 เงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้ เนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สิน  สามารถเลือกหักค่าใช้จ่าย ได้ตามความจำเป็นและสมควร หรือหักเป็นการเหมาในอัตราดังต่อไปนี้คือ 
     

     1.1 บ้าน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ ในกรณีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่า ให้หักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 30 ยกเว้นในกรณีให้เช่าช่วงให้หักค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ผู้ให้เช่าเดิมหรือผู้ให้เช่าช่วงแล้วแต่กรณี                                         
     
     1.2 ที่ดินที่ใช้ในการเกษตรกรรม ในกรณีที่เจ้าของเป็นผู้ให้เช่า ให้หักค่าเช่าได้ร้อยละ 20 ในกรณีให้เช่าช่วงให้หักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 20 ในกรณีให้เช่าช่วงให้หักค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ผู้ให้เช่าเดิมหรือผู้ให้เช่าช่วงแล้วแต่กรณี  
      

     1.3 ที่ดินที่มิได้ใช้ในการเกษตรกรรม ในกรณีที่เจ้าของเป็นผู้ให้เช่าให้หักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 15 ในกรณีให้เช่าช่วงให้หักค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ ผู้ให้เช่าเดิมหรือผู้ให้เช่าช่วงแล้วแต่กรณี 
 

     การผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 20 เท่านั้น
 

     การผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อน ซึ่งผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้นโดยไม่ต้องคืนเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้ว หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 20 เท่านั้น
 

     เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 6 เงินได้จากวิชาชีพอิสระ เช่น วิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม ฯลฯ กฎหมายให้หักตามความจำเป็นและสมควร หรือ หักเป็นการเหมา อันได้แก่เงินได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระ การประกอบโรคศิลปะ ให้หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 60 นอกจากที่กล่าวมาให้หักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 30
 

     การประกอบโรคศิลปะ คือ การประกอบวิชาชีพที่กระทำหรือมุ่งหมายจะกระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค การบำบัดโรค การป้องกันโรค การส่งเสริมและการฟื้นฟูสุขภาพ การผดุงครรภ์ แต่ไม่รวมถึงการประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นๆ
 

     เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 7 เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ กฎหมายให้หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร หรือหักเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 60
 

     เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 เป็นเงินได้อื่นนอกจากที่ระบุไว้ในประเภทที่ 1 – 7 ,เป็นเงินได้จากการประกอบธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง การขายอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ กฎหมายให้หักตามความจำเป็นและสมควร หรือ หักเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 60
 

ค่าลดหย่อน

     เงินได้พึงประเมิน เมื่อหักค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนดไม่ว่าจะเป็นวิธี หักตามความจำเป็นหรือสมควร หรือ หักเป็นการเหมาในอัตราที่กฎหมายยอมให้หัก ตามแต่ละประเภทของเงินได้พึงประเมิน 1 – 8 เพื่อเป็นการบรรเทาภาษีที่ต้องเสีย ให้หักค่าลดหย่อนได้อีก เมื่อหักแล้วจะได้ เงินได้สุทธิ ไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามที่กล่าวมา ค่าลดหย่อนที่สำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ ลดหย่อนส่วนตัวผู้เสียภาษีเองและครอบครัว, ลดหย่อนเพื่อส่งเสริมการออมและการลงทุน, ลดหย่อนในเรื่องสินทรัพย์, ลดหย่อนเงินบริจาค
 




ลดหย่อนส่วนตัวผู้เสียภาษีเองและครอบครัว
  • ส่วนตัว 60,000 บาท
  • คู่สมรส(จดทะเบียนสมรส) 60,000 บาท
  • บุตร คนละ 30,000 บาท ไม่จำกัดจำนวนและยกเลิกค่าการศึกษาบุตร
  • ค่าเลี้ยงดูบิดามารดา ผู้มีเงินได้และบิดามารดาคู่สมรสคนละ 30,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 120,000 บาท โดยมีเงื่อนไขคืออายุ 60 ปีขึ้นไป มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
  • เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา ไม่เกิน 15,000 บาท โดยมีเงื่อนไขคือ บิดามารดามีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
  • อุปการะเลี้ยงดูคนพิการ หรือคนทุพพลภาพ คนละ 60,000 บาท  โดยมีเงื่อนไขคือ         คนพิการหรือคนทุพพลภาพมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
 

 

ลดหย่อนในเรื่องสินทรัพย์  
  • ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 100,000 บาท
  • ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ไม่เกิน 120,000 บาท มูลค่าบ้านไม่เกิน 3,000,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี
  • ซ่อมบ้านที่เสียหายจากน้ำท่วม ไม่เกิน 100,000 บาท
  • ซ่อมรถที่เสียหายจากน้ำท่วม ไม่เกิน 30,000 บาท
  • ช้อปช่วยชาติไม่เกิน 15,000 บาท ซื้อสินค้าและบริการ 11 พ.ย. – 3 ธ.ค. 2560


 

ลดหย่อนเงินบริจาค  
  • เพื่อการศึกษา การกีฬา หักได้ 2 เท่าของเงินที่ได้จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10 % หรือ ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
  • เงินบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วม 1.5 เท่า ของเงินที่ได้จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10 % หรือ ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อน
  • เงินบริจาคทั่วไป ตามที่ได้จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10 % ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
 




ลดหย่อนเพื่อส่งเสริมการออมและการลงทุน  
  • ประกันสังคม ไม่เกิน 9,000 บาท
  • เบี้ยประกันชีวิตผู้มีเงินได้ (เบี้ยประกันสุขภาพไม่เกิน 15,000 บาท ) รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
  • เบี้ยประกันชีวิตคู่สมรสซึ่งไม่มีเงินได้ ไม่เกิน 10,000 บาท
  • กองทุนรวมหุ้นระยะยาว LTF 15 % ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีแต่ไม่เกิน 500,000 บาท
  • เงินสะสม  กบข. ไม่เกิน 500,000 บาท
  • เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  ไม่เกิน 500,000 บาท
  •  เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติไม่เกิน 500,000 บาท
  • กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF 15 % ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ไม่เกิน 500,000 บาท
  • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ 15 % ของเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 200,000 บาท
หมายเหตุ ค่าลดหย่อนกลุ่มนี้รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร