ปรับเงื่อนไขใหม่ช่วย SME เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ







     จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2560 ที่เห็นชอบในหลักเกณฑ์ “โครงการสินเชื่อ Transformation Loan เสริมแกร่ง” หรือ Soft Loan เพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ระยะที่ 2  วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในการปรับปรุงเครื่องจักร ช่วยเพิ่มศักยภาพธุรกิจ  โดยในส่วนของ ธพว. คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 4% ต่อปีตลอดอายุโครงการ 7 ปี  วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาทต่อราย  ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อไว้ที่ 3,000 ล้านบาท


     ทั้งนี้ โครงการสินเชื่อ Soft Loan ระยะที่ 2 จากการเปิดเผยของ มงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank) หรือ ธพว. กล่าวว่า ได้มีการปรับเงื่อนไขจากโครงการระยะแรกใน 3 ประเด็นหลัก เอื้อให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายย่อย เข้าถึงแหล่งทุนได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น ได้แก่ 


1.เปิดโอกาสให้ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลสามารถยื่นกู้ได้ 


2.เป็นสินเชื่อระยะยาว สามารถนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนได้ถึง 30% ของวงเงินรวมที่ได้รับอนุมัติ 


3.ผู้ประกอบการรายย่อยกู้เพื่อลงทุนซื้อหรือสั่งทำเครื่องจักรใหม่ได้สูงสุดถึง 15 ล้านบาท โดย 10 ล้านบาทแรก สามารถใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันได้ 


     วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ เพื่อเป็นเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ระยะยาวให้เอสเอ็มอียกระดับธุรกิจ นำไปลงทุนซื้อ หรือปรับปรุง ต่อเติม เปลี่ยนเครื่องจักร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต  ขยายหรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม และต้องเป็นทรัพย์สินประเภทเครื่องจักร ส่วนประกอบ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรืออาคารถาวร เพื่อใช้เป็นที่ตั้งของเครื่องจักร แต่ไม่รวมถึงที่ดินและอาคารที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัย และให้เป็นเงินทุนหมุนเวียน สำหรับเสริมสภาพคล่องควบคู่ไปด้วย  


     ทั้งนี้ มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลที่มีการยื่นภาษีกับภาครัฐ ในกลุ่มธุรกิจอยู่ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) โดยแบ่งเป็น 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) คือ  1.อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ 2.อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 3.อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 4.อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และ 5.อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร และเพิ่มใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) คือ 1.หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม 2.อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ 3.อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ 4.อุตสาหกรรมดิจิทัล และ 5.อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร  
        

     มงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า สินเชื่อ Soft Loan มีจุดเด่นที่การคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 4%ต่อปีตลอดโครงการ มุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเร่งปรับเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่รองรับการขยายกำลังการผลิต โดยกำหนดวงเงินกู้สูงได้ถึง 90% ของใบสั่งซื้อเครื่องจักรใหม่ เบื้องต้น การพิจารณาสินเชื่อนั้นจะใช้วิธีมาก่อนได้ก่อน (First come, First Served) ดังนั้น ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2561 หรือ จนกว่าวงเงินจะถูกจัดสรรหมดแล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยหลังจากอนุมัติเงินกู้ มีระยะเวลาเบิกเงินกู้ถึงวันที่ 18 มิถุนายน 2562 เบื้องต้นธนาคารคาดว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อไม่ต่ำกว่า 600 ราย


     ทั้งนี้ จากข้อมูลโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ระยะที่ 1 (โครงการเดิม) ณ วันที่ 31 มกราคม 2561 ธพว. ได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้วทั้งสิ้น 529 ราย วงเงิน 2,914.97 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 417 ราย เป็นวงเงินกว่า 2,258.50 ล้านบาท ถือเป็นการอนุมัติวงเงินสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการใกล้เคียงเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่วงเงิน 3,000 ล้านบาท และคาดว่าโครงการระยะที่ 2 จะได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเช่นเคย เนื่องจากเมื่อประเมินอัตราการชำระเงินกู้ จะพบว่า ระยะเวลาการกู้ยืมระยะเวลา 7 ปี หากกู้วงเงิน 5 แสนบาท ผ่อนเพียงเดือนละ 6,834 บาทต่อเดือน หรือหากกู้ วงเงิน 1 ล้านบาท ผ่อนเพียงเดือนละ 13,668 บาท  ซึ่งถือเป็นเงินกู้ภาระต่ำ เหมาะสำหรับผู้ประกอบการลงทุนซื้อ เปลี่ยนเครื่องจักร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ช่วยยกระดับธุรกิจแกร่ง 






www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร