‘How to ปลดหนี้’ จัดการหนี้อย่างไรให้ธุรกิจไปต่อได้






               
     เอาเข้าจริงกว่าที่ธุรกิจหนึ่งธุรกิจจะก่อร่างสร้างตัวจนประสบความสำเร็จ เบื้องหน้าที่สวยงามใครๆ ต่างก็ปรบมือให้ แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังผู้ประกอบการ SME หลายคนอาจจะเคยปาดน้ำตา เคยกู้หนี้ยืมสิน เคยเกือบถอดใจ หลายคนยังเคยล้มมาแล้วนับไม่ถ้วน หากว่าคุณไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองหรือครอบครัวไม่ได้เปย์ขนาดนั้น การที่จะเริ่มทำธุรกิจก็อาจจะต้องมีการกู้หนี้ ยืมสินเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องธรรมดา ไม่น่าตกใจเท่าไหร่ แต่ถ้าเวลาผ่านไป ธุรกิจอาจจะไปไม่ค่อยสวยหรือยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยก็ยังรอให้คุณจ่าย ความเครียดคงเริ่มมาเยือนไม่มากก็น้อย สิ่งสำคัญที่คุณต้องทำคือตั้งสติและค่อยๆ จัดการหนี้ในมือไปพร้อมกับหาทางพัฒนาธุรกิจให้ไปต่อได้พร้อมๆ กัน และ How to ต่อไปนี้ น่าจะเป็นแนวทางในการจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพให้กับคุณได้
 

1.ห้ามกู้หนี้นอกระบบเด็ดขาด


     
นี่คือเรื่องแรกที่สำคัญ ไม่ว่าคุณจะกู้ธนาคารจนครบทุกแบงค์ เข้ามาแล้วทุกสีก็ตาม ทางเลือกที่คุณห้ามทำโดยเด็ดขาด คือการกู้หนี้นอกระบบที่จะทำให้คุณเป็นหนี้ ดอกเบี้ยเพิ่มพูนไม่จบไม่สิ้น ความโหดร้ายของดอกเบี้ยนอกระบบเราต่างก็รู้ดีกันถ้วนหน้า เผลอๆ ใช้หนี้แทบตาย เงินต้นยังไม่ลดเลยล่ะ เอาเป็นว่า ข้อแรกคือห้ามเด็ดขาดกับการกู้หนี้นอกระบบ ขีดเส้นใต้ชัดๆ ไว้เลย
 




2.เจรจากับแบงค์ขอประนอมหนี้


     
แน่นอนว่าทุกธนาคารไม่อยากสูญเงินก้อนนี้จากคุณไปหรอก แต่ถ้าคุณทำเงียบหาย ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย ฉันทำธุรกิจอยู่ ธนาคารอาจจะเริ่มคิดว่าคุณจะเบี้ยวแล้วเรื่องมันจะบานปลายใหญ่โต ทางที่ดีคุณควรพิจารณาความสามารถในการชดใช้หนี้ในแต่ละเดือนว่าคุณสามารถจ่ายได้เท่าไหร่ คุณมีรายได้จากธุรกิจเข้ามาเท่าไหร่ หักลบรายจ่ายและเงินที่จะนำไปต่อยอดธุรกิจ เบ็ดเสร็จเหลือเท่าไหร่ ลองไปคุยกับธนาคารดู
 

3.อย่ากู้หนี้ใหม่มาโปะหนี้เก่า


     
ความผิดพลาดที่จะทำให้คุณเป็นหนี้ไม่จบไม่สิ้นคือการกู้หนี้ใหม่อยู่เรื่อยๆ เพื่อพยายามมาโปะหนี้ก้อนเก่า โดยเฉพาะก้อนที่คุณยืมมาจากหนี้นอกระบบ! นี่คือวงจรที่คุณจะหลุดออกมายากมาก สุดท้ายคุณอาจจะทำธุรกิจเพื่อใช้หนี้และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่หนี้จะหมดก็ได้ ยิ่งเป็นหนี้เยอะเท่าไหร่ คุณยิ่งจะสับสนและร้อนใจ สิ้นเดือนมาต้องจ่ายจนงง เพราะฉะนั้นตัดไฟตั้งแต่ต้นลม อย่ากู้หนี้ใหม่มาโปะหนี้เก่า


4.วางแผนการใช้หนี้ให้ดี


     
หากว่าคุณมีหนี้สินอยู่หลายก้อน การวางแผนการใช้หนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ลองมานั่งดูสิว่า หนี้แต่ก้อนระยะยาวเท่าไหร่ ก้อนไหนที่มีดอกเบี้ยสูงสุด เร่งโปะก้อนนั้นให้หมดก่อน จดเอาไว้ในลิสต์อันดับต้นๆ เลย ส่วนหนี้ก้อนไหนที่เกินกำลังจริงๆ อาจจะต้องขอประนอมหนี้อย่างที่เกริ่นไปข้างต้น คุณควรที่จะจ่ายหนี้อย่างสม่ำเสมอ ตรงเวลา เพื่อเครดิตที่ดีในอนาคต
 




5.เร่งพัฒนาธุรกิจ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย


     
หลังจากพูดถึงเรื่องหนี้ ก็ต้องมาเพิ่มรายได้ในธุรกิจกันบ้าง ถ้าหากธุรกิจคุณยังทรงตัว ไม่ได้ทำกำไรแบบหวือหวา แน่นอนถ้าทำกำไรได้มากขนาดนั้นคงไม่ต้องเครียดเรื่องใช้หนี้หรอกจริงไหม คุณต้องเริ่มมองธุรกิจที่คุณทำว่าคุณเก่งด้านไหน อะไรคือจุดแข็งและจะพัฒนาจุดแข็งต่อไปได้ไหม ต่อยอดจากจุดเดิมได้อย่างไร ที่สำคัญอย่าลืมมองจุดอ่อนว่าอะไรที่ทำให้คุณยังติดอยู่กับที่ คุณขายสินค้าผิดกลุ่มเป้าหมายหรือเปล่า ทำการตลาดตรงจุดหรือไม่ หาซื้อสินค้ายากไปไหม มีอะไรที่จะแก้ไขได้ก็เริ่มทำ นอกจากนี้ต้อง Lean ค่าใช้จ่ายในองค์กร อะไรที่ไม่จำเป็นก็ต้องลดลง เล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ อาจจะทำให้คุณมีเงินเหลือมากขึ้น



 ​www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร