​7 หลุมพราง ฉุดธุรกิจไปไม่ถึงฝัน SME รู้ก่อน...จะได้ไม่พลาด!





 
               
     กว่าที่ธุรกิจหนึ่งจะเดินทางจากจุดเริ่มต้น ผ่านอุปสรรคนับไม่ถ้วน จนไปถึงเส้นชัยที่ใครๆ ต่างเรียกว่าความสำเร็จนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ใช่ผู้ประกอบการทุกคนจะสามารถทำได้ เพราะระหว่างการเดินทางไปถึงความสำเร็จ มักมีสิ่งที่เรียกว่า “หลุมพราง” คอยเป็นกับดักที่จะฉุดรั้งธุรกิจให้สะดุด หรือไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้


     ทั้งนี้ หากดูจากวงจรชีวิตของธุรกิจ SME (SME Business Lifecycle) จะมีอยู่ 3 ช่วงด้วยกัน คือ 1. Startup ช่วงเริ่มต้น เน้นไอเดีย เป้าหมายและเงินลงทุน 2. Growth & Mature ช่วงกำลังเติบโต จนถึง ช่วงที่เติบโต เน้นการบริหารกำไรและหาลูกค้าใหม่ๆ เพื่อต่อยอด   และ ช่วงที่3. คือ ช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ช่วงนี้ เป็นช่วงที่ต้องเปิดรับและบริหารการเปลี่ยนแปลง    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น กลับพบว่ามีธุรกิจ SME กว่าครึ่งไม่สามารถก้าวผ่านปีแรกไปได้
 

เพราะอะไร ธุรกิจ SME 50% ถึงไปต่อไม่ได้?
               

     จากการสำรวจล่าสุดของ TMB SME Insights โดยการเปิดเผยของ ชมภูนุช  ปฐมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าเอสเอ็มอี ทีเอ็มบี ระบุว่า หลุมพราง คือ สิ่งที่ทำให้ธุรกิจไม่สามารถไปถึงฝันไป และพบว่ามีอยู่ 7 หลุมพรางที่ SME ส่วนใหญ่มักพลาดพลั้งตกลงไป และหากว่าผู้ประกอบการนั้นๆ ไม่มี Solution ในการแก้ปัญหาที่ดีพออาจทำให้ธุรกิจต้องออกจากตลาดก่อนเวลาอันควร
 
 
 
  
หลุมพรางที่ 1 ใช้เงินทุนโดยไม่วางแผน


     ในช่วงเวลาที่ธุรกิจกำลังเริ่มต้น เงินทุน คือเรื่องที่สำคัญ แต่ผู้ประกอบการหลายคนไม่ได้มีการวางแผนการใช้เงินทุนอย่างถี่ถ้วน แต่กลับทุ่มเงินเก็บที่มีทั้งชีวิตมาลงทุน สำหรับการลงทุนในการเริ่มต้นธุรกิจ พบว่าSME 84% ใช้เงินเก็บส่วนตัวในการลงทุน (อาจเป็นเงินที่เก็บมาทั้งชีวิต) 20% ระดมทุนจากเครือญาติ เพื่อนฝูงและกรรมการ 39% เงินกู้สำหรับธุรกิจ และ 27% เงินกู้อเนกประสงค์/บัตรเครดิต (ดอกเบี้ยแพง) ซึ่งทำให้ SME ต้องแบกรับกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินความคุ้มค่าระหว่างดอกเบี้ยกับกำไรของธุรกิจ


Solution: ทางออกจากหลุมพราง


     SME อาจเริ่มทำจากเล็กก่อนแล้วค่อยขยายเพิ่มขึ้น เพื่อจะได้ไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ในครั้งเดียว เพราะถ้าหากล้มเหลวจะได้ไม่เจ็บตัวมากและลุกขึ้นได้เร็วกว่า นอกจากนี้ ควรใช้เงินทุนให้เหมาะสม รู้วัตถุประสงค์ของการใช้เงินทุน ควรสำรองเงินเก็บไว้ใช้อย่างน้อย 6 เดือน เพราะ 6 เดือนแรกคือช่วงชี้เป็นชี้ตายของธุรกิจ หากต้องใช้เงินกู้ ควรใช้สินเชื่อให้ถูกประเภท เช่น เงินทุนหมุนเวียน ควรใช้สินเชื่อระยะสั้น ส่วนเงินทุนที่ต้องใช้ก้อนใหญ่ เช่น ซื้อเครื่องจักร ควรใช้สินเชื่อระยะยาวที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า นอกจากนี้ SME ควรเดินบัญชีอย่างมีวินัยต่อเนื่องด้วย
 

หลุมพรางที่ 2 ทำธุรกิจแบบไร้ Business Plan
               

     มีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่ตกหลุมพรางข้อนี้ ด้วยการทำธุรกิจโดยไม่มีแผนธุรกิจรองรับ อาจเป็นเพราะคิดว่าการทำแผนธุรกิจเป็นเรื่องยุ่งยาก เสียเวลา ดังนั้นเมื่อลงมือทำธุรกิจแบบไร้แผนการใดๆ สุดท้ายต้องเจอปัญหาหน้างาน ทำให้ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันสำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า


Solution: ทางออกจากหลุมพราง


     เริ่มทำแผนธุรกิจ โดยให้ตั้งต้นจากเป้าหมาย > ต่อยอด/สร้างใหม่ > ตลาดและคู่แข่ง > วิธีทำ > กำลังการผลิต > ประเภทคน > เงิน > เวลา และหากใครที่ยังคิดว่ายาก ปัจจุบันมีหลายๆ เครื่องมือที่ช่วยในการทำแผนธุรกิจ เช่น แอพพลิเคชั่นที่ให้กรอกไอเดีย ข้อมูลต่างๆ จากนั้นก็ออกมาเป็น Business Plan ให้เลย นอกจากนี้ ยังมีคอร์สออนไลน์ต่างๆ ทั้งจาก Google, Facebook และ Youtube ให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ได้ด้วย
 
  


หลุมพรางที่ 3 ไม่แยกกระเป๋าธุรกิจกับกระเป๋าส่วนตัว


     หลายคนได้เงินจากการทำธุรกิจ แต่กลับนำไปใช้จ่ายในครอบครัว ใช้ไปกับเรื่องส่วนตัว ทั้งที่ความจริงแล้วกระเป๋าเงินของธุรกิจไม่ควรนำมาใช้รวมกับกระเป๋าส่วนตัว นี่คือหลุมพรางใหญ่ของ SME ที่จะทำให้ผู้ประกอบการไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วธุรกิจมีกำไรหรือไม่ ข้อดีของการแยกกระเป๋าธุรกิจออกจากกระเป๋าส่วนตัว คือทำให้ผู้ประกอบการมีความน่าเชื่อถือเวลาขอเงินกู้กับธนาคาร รวมทั้งทำให้วางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้ว่ามีรายรับ รายจ่าย และกำไรเท่าไหร่ โดย 67% ของ SME เคยทำพฤติกรรมใช้เงินธุรกิจกับเงินส่วนตัวปนกัน เช่น 30% แยกเงินส่วนตัวกับธุรกิจไม่ขาดและ 29% ไม่เคยตั้งเงินเดือนให้ตัวเอง


Solution: ทางออกจากหลุมพราง


     แยกกระเป๋าเงินธุรกิจกับกระเป๋าเงินส่วนตัวให้ชัดเจนตั้งแต่วันนี้ และอย่าลืมตั้งเงินเดือนให้กับตัวเองเพื่อจะได้มีรายได้ใช้จ่ายในครอบครัว นอกจากนี้ควรทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างมีวินัยและสม่ำเสมอ หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่ไม่ถนัดงานด้านบัญชี ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะปัจจุบันมีตัวช่วยมากมายที่จะทำให้คุณทำบัญชีได้ง่ายดายยิ่งขึ้น แม้จะไม่มีความรู้ด้านบัญชีเลยก็ตาม
 
 
 

หลุมพรางที่ 4 ยอดขายดีแต่ไม่มีกำไร
               

     หลายธุรกิจเจอปัญหานี้ คือ ยอดขายสูง ขายดี แต่ท้ายที่สุดกลับไม่มีกำไร หรือบางรายขาดทุนด้วยซ้ำ โดย 37% ของ SME ไทยเคยทำพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการขาดทุน   14% ลดราคาโดยไม่ดูต้นทุน 9% คิดแค่ว่าขายของให้ราคาสูงกว่าวัตถุดิบก็กำไรแล้ว และ 14% ไม่ใส่เงินเดือนตัวเองลงไปในต้นทุนสินค้า นอกจากนี้ ผู้ประกอบการหลายคนยังไม่รู้ต้นทุนที่แท้จริง โดยต้นทุนสามารถแบ่งออกเป็น ต้นทุนทางตรง เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าเครื่องจักร ค่าจ้างพนักงาน ค่าแพ็กเกจจิ้ง และต้นทุนทางอ้อม เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าสำนักงาน ค่าเสื่อมเครื่องจักร ค่ากระเช้าของขวัญลูกค้า เมื่อรวมกันทั้งหมดจึงกลายเป็นต้นทุนที่แท้จริง


Solution: ทางออกจากหลุมพราง


     หากยอดขายสูง ดูว่าขายดี แต่ไม่มีกำไร กรณีนี้ต้องหันกลับมาดูต้นทุนที่แท้จริงว่าคืออะไร ผู้ประกอบการหลายคนดูแต่ต้นทุนทางตรง แต่กลับไม่ได้ดูต้นทุนทางอ้อมเลย จึงทำให้คิดราคาต้นทุนที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้กำไรไม่มี และเมื่อดูต้นทุนที่แท้จริงทั้งหมดแล้ว ยังมีกำไรที่ต่ำอยู่ก็ต้องหันมาดูอีกว่า ต้นทุนส่วนไหนที่ควรจะตัดทิ้งได้บ้าง
 

หลุมพรางที่ 5 ทุ่มกับ Operation แต่ไม่มีเวลาทำตลาด


     กระบวนการทำงานหลักของ SME มี 4 กระบวนการ คือ กระบวนการผลิต งานสำนักงาน การขายและการตลาด แต่หลายธุรกิจกลับทำทุกกระบวนการยกเว้นการทำตลาด จึงทำให้แพ้คู่แข่ง โดย SME 87% บอกว่าไม่มีเวลาให้กับการตลาด ทำให้พลาดในการสร้างจุดเด่นหรือสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และการวิจัยยังบอกด้วยว่า ใน SME100%  พบว่า  63% ของ SMEใช้ไปกับกระบวนการผลิต รองลงมาคือ 43% ใช้เวลาไปกับงานสำนักงาน ขณะที่ 30% ใช้ไปกับการขาย และสุดท้าย 13% ของ SMEเท่านั้นที่มีเวลาให้กับการตลาด


Solution: ทางออกจากหลุมพราง


     ต้องรู้ก่อนว่าธุรกิจใช้เวลาไปกับงานไหนมากสุดและมองหาเครื่องทุ่นแรงให้กับงานนั้นๆ เช่น ระบบที่ช่วยควบคุมการผลิต เพื่อจะได้มีเวลาเพิ่มสำหรับการหาความรู้ในการทำการตลาด เช่น จากออนไลน์ งานสัมมนาต่างๆ เป็นต้น
 
 
หลุมพรางที่ 6 One man show on stand-in
               

     กว่า 70% ของ SME ไทยยังไม่สามารถหาตัวตายตัวแทนที่ตัดสินใจแทนได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์    49% บอกว่าธุรกิจอาจสะดุดบ้างไม่มากก็น้อย หากตัวเจ้าของธุรกิจไม่อยู่นานๆ และ 30% ของ SME ใช้เวลาไปกับการขายสินค้าและพบปะลูกค้าด้วยตัวเอง  หากเขาไม่อยู่นานๆ จะส่งผลโดยตรงกับยอดขาย และ ฐานลูกค้าทันที    จะเห็นได้ว่า การที่ผู้ประกอบการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แม้จะเป็นเรื่องที่ดี แต่นี่คือหลุมพรางดักความสำเร็จไว้ เพราะในระยะยาว อาจทำให้ธุรกิจไม่สามารถเติบโตได้


Solution: ทางออกจากหลุมพราง


     ต้องมีการสร้างทีม ด้วยการเลือกคนที่เหมาะกับงานนั้นๆ มารับผิดชอบ โดยผู้ประกอบการต้องให้โอกาสทีมได้ทดลองทำ รวมถึงมองหาเครื่องทุ่นแรงและวางแผนในการพัฒนา นอกจากนี้ ในยุคที่ AI เริ่มเข้ามาทำงานแทนมนุษย์มากขึ้น อาจใช้โอกาสนี้ในการใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาทำงานแทนในส่วนที่ทำได้
 

หลุมพรางที่ 7 ไม่พร้อมรับสิ่งใหม่
               

     เมื่อถึงจุดหนึ่ง ทุกคนต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลง ถ้าหากปรับตัวไม่ทันอาจจะต้องแพ้พ่าย โดยหลุมพรางที่ 7 คือการไม่พร้อมรับสิ่งใหม่ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง แม้ผลวิจัยจะพบว่า SME ส่วนใหญ่ 62% มีการมองหาสิ่งใหม่มาพัฒนาธุรกิจเสมอ แต่อีก 38% กลับยังไม่พร้อมรับสิ่งใหม่ 19% บอกว่ากลัวการเริ่มต้นใหม่จะมีปัญหา 14% ไม่เปิดรับ ไม่ว่างหาข้อมูล 5% มองว่าแค่ที่ทำก็ดีอยู่แล้ว


Solution: ทางออกจากหลุมพราง


     ลองพาตัวเองไปเปิดหูเปิดตา เดินทางแฟร์ หรือ Flea Market ต่างๆ เพื่อดูว่าเทรนด์ตลาดตอนนี้เป็นอย่างไร มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้น หรือมองหาที่ปรึกษาทางธุรกิจ ซึ่งมีหลายองค์กรและหลายหน่วยงาน ช่วยทำหน้าที่ให้คำปรึกษาได้ หรือจะเป็นการจับมือกับคนที่ทำธุรกิจประเภทเดียวกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ร่วมกัน เป็นต้น
 

     จะเห็นได้ว่า มีหลุมพรางมากมายที่อยู่ระหว่างทางในการทำธุรกิจของ SME ด้วยเหตุนี้เอง TMB ซึ่งให้ความสำคัญในการทำความเข้าใจและตอบโจทย์ลูกค้า เพื่อที่จะได้นำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตรงความต้องการมากที่สุด ซึ่งการทำวิจัยอย่าง TMB SME Insights ถือเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เข้าใจพฤติกรรมของผู้ประกอบ SME ได้อย่างลึกซึ้ง เพื่อเป็นแนวทางในการให้คำปรึกษา และสนับสนุนให้ลูกค้า SME สามารถเติบโต “ได้มากกว่า” (Get MORE with TMB) อย่างยั่งยืน


     ดังนั้น หาก SME ไม่อยากตกหลุมพรางเหล่านี้ได้ง่ายๆ ลองใช้แนวทางที่ TMB นำเสนอให้นี้ ไปใช้ช่วยสร้างความแตกต่าง – Make THE Difference ให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน และก้าวไปถึงฝั่งฝันได้ในที่สุด


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร