​4 เรื่องที่ SME ต้องรู้ในยุคสังคมไร้เงินสด! ถ้าอยากรักษาลูกค้าของตัวเองไว้






 
     ในยุคที่ธุรกิจน้อยใหญ่กำลังถูก disrupt  ด้วยเทคโนโลยี รูปแบบการทำธุรกิจตลอดจนสิ่งปฏิบัติที่เราเคยทำมาช้านานกำลังถูกท้าทายให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แม้กระทั่งเรื่องง่ายๆอย่างการจับจ่ายใช้สอย ที่เดิมแค่ยื่นเงินจ่ายทุกอย่างก็จบ แต่ตอนนี้อาจจะไม่ง่ายเช่นนั้น เมื่อโลกกำลังขับเคลื่อนเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสด(Cashless Society) การจับจ่ายใช้สอยที่ไม่ต้องตัวเงินกลายเป็นทางเลือกของความสะดวกสบายที่ใกล้ตัวผู้ประกอบการมากขึ้น


      ทุกวันนี้สิ่งที่ผู้บริโภค คาดหวังจะเห็นคือการก้าวให้ทันเทคโนโลยีของธุรกิจหรือร้านค้า ที่สามารถเข้ามาตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของพวกเขาได้ โดยเฉพาะเรื่องการจับจ่ายใช้สอย และนี่คือ 4 เรื่องที่ผู้ประกอบการต้องรู้ ถ้าอยากรักษาลูกค้าของตัวเองเอาไว้  
               




     1. การซื้อขายสินค้าและบริการโดยขึ้นป้าย “รับเฉพาะเงินสดเท่านั้น” จะกลายเป็นข้อจำกัดสำหรับผู้บริโภค เพราะการเห็นป้ายแบบนี้ติดตั้งที่แคชเชียร์ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อ รวมถึงความถี่ในการใช้บริการที่ร้านอีกด้วย เป็นที่เข้าใจว่าบางร้านอาจมีข้อจำกัด เช่น ร้านข้างทาง ข้างถนน หาบเร่ แผงลอย แต่นี่คือยุคดิจิทัล เทคโนโลยีก็มีพัฒนาออกมาแล้ว ทำให้ซื้อง่ายขายคล่อง ร้านค้าจึงควรมีระบบชำระเงินทางเลือกนอกเหนือไปจากการรับเฉพาะเงินสดอย่างเดียว
               

     2.ไม่ควรกำหนดยอดซื้อขั้นต่ำหากลูกค้าต้องการชำระด้วยบัตรเครดิต เรามักจะพบเห็นเป็นประจำกับวลีคุ้น ๆ ประมาณ รับบัตรเครดิตเมื่อซื้อ 500 บาทขึ้นไป คือถ้าซื้อต่ำกว่านั้นก็ต้องจ่ายเงินสดเท่านั้น สิ่งเหล่านี้มันควรจะหมดไป ทางร้านควรมีข้อเลือกให้ลูกค้าชำระเงินได้หลายทางเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า
  
        
     3. การคิดค่าธรรมเนียมการชำระผ่านบัตรเครดิต ที่ผ่านกรณีที่ลูกค้าชำระผ่านบัตรเครดิตร้านค้าบางร้านจะคิดค่าธรรมเนียมเพิ่ม 1.5% บ้างก็ 2% บ้างที่ชาร์จสูงถึง 3% ก็มี ซึ่งดูเหมือนร้านค้าจะกำหนดเอง ชาร์จเองโดยไม่เกี่ยวกับธนาคาร สำหรับลูกค้าที่ไม่มีทางเลือก ก็ต้องยอมปล่อยให้ถูกชาร์จไป ซึ่งจากการสำรวจพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่เกิดความรู้สึกถูกเอาเปรียบ วิธีการแบบนี้ควรหมดไปหากทางร้านติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกในการชำระเงิน
               

     4. การต้องคอยถามลูกค้าว่ามีแบงค์ย่อยหรือไม่ โดยปกติ ร้านค้าจะต้องเตรียมตังค์ทอนไว้เสมอ แต่เป็นไปได้ที่ช่วงต้นเดือน ลูกค้าพร้อมใจใช้แบงค์ใหญ่ซื้อ ก็อาจทำให้เงินทอนที่เตรียมไว้ไม่พอ เชื่อว่าต่อไป ทางร้านใช้ระบบการชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่น และ QR Code ปัญหาการต้องหาสตางค์ย่อยเพื่อทอนเงินจะหมดไป สะดวกกันทั้งคนขายและคนซื้อ เมื่อเข้าสู่สังคมไร้เงินสดแบบเต็มรูปแบบ บรรดาเหรียญหรือธนบัตรอาจกลายเป็นของสะสมหายากแทน
               

     เพื่อให้สมกับการช้อปปิ้งในยุคดิจิทัล ร้านค้าควรต้องอำนวยความสะดวก ระบบการชำระเงินที่ลื่นไหลจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ ง่ายสุดคือการชำระผ่าน QR Code ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มเห็นใช้กันแพร่หลาย แม้แต่แผงขายของในตลาดสดบางเจ้าก็มี หลายร้านรับชำระผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง และช่องทางต่าง ๆ ที่ทั้งคนขายคนซื้อไม่ต้องสัมผัสเงินสดเลยก็ยังได้ ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น หากต้องการเกาะไปกับขบวนการค้าแบบดิจิทัล ผู้ประกอบการไม่ว่ารายเล็กหรือใหญ่จำต้องปรับตัว
ไม่เช่นนั้น อาจถูกเขี่ยกระเด็นออกจากเกมการแข่งขันได้



อ้างอิง
https://vulcanpost.com/651540/malaysia-maybank-qrpay-merchant-retail/


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

จากสงครามสู่ชั้นวางสินค้า  โลกผันผวนแบบนี้ ควรสต็อกเพิ่มไหม?

“วันนี้ควรสต็อกของเพิ่มไหม?” คำถามเดิมที่เคยตอบไม่ยาก กำลังซับซ้อนขึ้นในวันที่ต้นทุนผันผวน การตัดสินใจจึงไม่ใช่แค่เรื่อง จำนวนสินค้าอีกต่อไป แต่คือ การเลือกว่าจะวาง เงิน ไว้ตรงไหน ระหว่างในรูปของ “สินค้า” หรือ “เงินสด”

ทีทีบี เดินหน้าหนุน SME ไทย ดันสินเชื่อและโซลูชัน “ทีทีบี เอสเอ็มอี สมาร์ท พลัส” วงเงินสูง-ดอกเบี้ยพิเศษ เสริมสภาพคล่องธุรกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ทีทีบี ตอกย้ำบทบาทพันธมิตรทางธุรกิจของผู้ประกอบการ SME เดินหน้าสนับสนุนสินเชื่อและโซลูชัน “ทีทีบี เอสเอ็มอี สมาร์ท พลัส” ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดต้นทุนทางการเงิน ด้วยวงเงินสูงสุดถึง 333% ของมูลค่าหลักประกัน

เทคนิคการจัดการหนี้ บริหาร Clash Flow ให้ธุรกิจได้ไปต่อ ด้วย 5 หลักคิด S.M.A.R.T

บางครั้งหนี้อาจไม่ใช่ปัญหาของ SME แต่การไม่มีแผนต่างหากที่ทำให้ธุรกิจไปต่อไม่ได้ หลายคนพยายามเร่งจ่ายหนี้ ลดต้นทุน แต่สุดท้ายกลับยิ่งตึง เพราะขาดระบบคิดที่ชัดเจน ดังนั้น จะดีกว่าไหม ถ้าลองวิธีใหม่ด้วยการใช้หลักคิดสุดคลาสสิกอย่าง S.M.A.R.T