​เปิดมาตรการแบงก์ ช่วยผู้ประกอบการใต้ประสบภัยพายุ “ปาบึก”





 

     ตามที่หลายจังหวัดของพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ปาบึก” ซึ่งจะมีผลให้เกิดอุทกภัย ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจในภาคใต้ได้รับความเสียหาย สถาบันการเงินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบงก์รัฐและแบงก์พาณิชย์ ต่างพากันทยอยออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
 

Development Bank ออกมาตรการพักหนี้ คู่เติมทุนฟื้นฟูธุรกิจ
 

     ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank หรือ ธพว.) ออก 2 มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าธนาคารที่จะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้  ได้แก่
 

    1.มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term loan) พักชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน ส่วนสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note: P/N) ออกมาตรการช่วยเหลือพักชำระดอกเบี้ยเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน
 

     2.มาตรการ วงเงินสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้ลูกค้าธนาคารที่ได้รับความเสียหาย มีเงินทุน นำไปฟื้นฟูและหมุนเวียนในกิจการ ซึ่งมีระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้น (Grace Period) ไม่เกิน 1 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย 0.415% ต่อเดือน ตลอดอายุสัญญา
 

     โดยวงเงินสินเชื่อสูงสุดต่อราย ดังนี้

     1.ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติรวมไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้วงเงินกู้ไม่เกิน 5 แสนบาท

     2.ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติรวมมากกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท 

     3.ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติมากกว่า 5 ล้านบาท ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท

     ทั้งนี้ รวมวงเงินเดิมแล้วไม่เกิน 15 ล้านบาท ส่วนหลักประกันให้พิจารณาหลักประกันเดิมก่อน และสามารถใช้หลักประกัน บสย. ค้ำประกัน เฉพาะมาตรการที่เพิ่มไม่เกิน 2 ล้านบาท
 

     นอกจากนั้น สำหรับ SME ที่ต้องการเงินทุนเพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจหลังภัยพิบัติผ่านไปแล้ว ธนาคารได้เตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษไว้รองรับ  สำหรับใช้ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ และหมุนเวียน  เช่น  สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy Loan)  ครอบคลุมสนับสนุนกลุ่มเกษตรแปรรูป ธุรกิจท่องเที่ยว/ท่องเที่ยวชุมชน ผู้ประกอบการใหม่ มีนวัตกรรม  กลุ่มค้าส่งค้าปลีก ร้านโชห่วย ร้านค้าชุมชน  ร้านธงฟ้า  ผู้ประกอบการค้าสินค้าเกษตร และผู้ประกอบอาชีพอิสระ เป็นต้น คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ บุคคลธรรมดาปีที่ 1-3  เพียง 0.42% ต่อเดือน และนิติบุคคล จะมีอัตราดอกเบี้ยถูกลงไปอีก ปีที่ 1-3 เพียง 0.25% ต่อเดือน
 

     อีกทั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ธนาคารพร้อมให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม ‘SME D Bank’ แอปพลิเคชัน สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ทุกเวลา ทุกสถานที่  ภายใต้รหัส 24x7 หมายถึง ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง 7 วัน  ทำงานควบคู่กับหน่วยบริการเคลื่อนที่รถม้าเติมทุน ส่งเสริม SME ไทย ฉับไว ไปถึงถิ่น  เมื่อผู้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อผ่านออนไลน์ จากนั้นภายใน 3 วัน เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ  เพื่อนัดหมายให้หน่วยรถม้าเติมทุนฯ  เข้าไปพบ เพื่อขอดูข้อมูลเชิงประจักษ์การดำเนินธุรกิจจริง สามารถรู้ผลการพิจารณาสินเชื่อได้ใน 7 วัน ขณะเดียวกัน พนักงานของธนาคาร ทำงานภายใต้รหัส 8-8-7 หมายถึง 8 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม (8:00-20:00 น.) ตลอด 7 วัน อีกทั้ง ได้เปิด “ศูนย์บริหารรถม้าเติมทุน” (Operation Center) ที่ชั้น 11 สำนักงานใหญ่ SME Development Bank ทำหน้าที่ติดตามการทำงานของหน่วยรถม้าเติมทุนฯ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามเป้าหมายที่วางไว้
 

EXIM BANK ออกมาตรการขยายเวลาชำระคืนเงินกู้ ลดอัตราดอกเบี้ย และพักชำระหนี้
 

     ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติพายุโซนร้อนปาบึก ในภาคใต้ทั้งทางตรง ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางตรงครอบคลุมถึงผู้ที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยธรรมชาติ พื้นที่ของโรงงานและบริษัท รวมทั้งสินค้าที่ผลิตแล้วได้รับความเสียหาย ไม่สามารถผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายหรือส่งออกได้ และทางอ้อม ที่ประสบปัญหาโรงงานผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ของผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ ทำให้ขาดแคลนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือผู้ซื้อหลักอยู่ในพื้นที่ประสบภัยธรรมชาติและผู้ประกอบการไม่สามารถจำหน่ายสินค้าให้กับรายอื่นทดแทนได้ รวมทั้งผู้ประกอบการประสบปัญหาทางการคมนาคม ทำให้ไม่สามารถส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อหรือไม่สามารถรับวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์เพื่อมาผลิตสินค้าได้ จะได้รับความช่วยเหลือด้านสินเชื่อ ทั้งขยายระยะเวลา ลดอัตราดอกเบี้ย และพักชำระหนี้ โดยแบ่งเป็น 3 มาตรการ
 

มาตรการที่ 1 ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางตรง

     สินเชื่อหมุนเวียน 

     • พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สูงสุด 6 เดือน

     • ขยายระยะเวลาให้ต่ออายุตั๋วสัญญาใช้เงินเกินเทอมที่ธนาคารอนุมัติ โดยรวมกับอายุตั๋วเดิมแล้วไม่เกิน 360 วัน

     • ลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อหมุนเวียนลง 1% เป็นระยะเวลา 6-12 เดือน แล้วแต่ผลกระทบของลูกค้า
 

     เงินกู้ระยะยาว

     • พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สูงสุด 6 เดือน

     • ลดอัตราดอกเบี้ยลง 1% ต่อปี เป็นระยะเวลา 6-12 เดือน แล้วแต่ผลกระทบของลูกค้า
 

     มาตรการที่ 2 ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม

 
     สินเชื่อหมุนเวียน 

     • พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สูงสุด 6 เดือน

     • ขยายระยะเวลาให้ต่ออายุตั๋วสัญญาใช้เงินเกินเทอมที่ธนาคารอนุมัติ โดยรวมกับอายุตั๋วเดิมแล้วไม่เกิน 180 วัน

     • ลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อหมุนเวียนลง 1% เป็นระยะเวลา 6 เดือน
 

     เงินกู้ระยะยาว

     • พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สูงสุด 6 เดือน

     • ลดอัตราดอกเบี้ยลง 1% ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน
 

     มาตรการที่ 3 ช่วยเหลือลูกค้ารายเดิมและลูกค้ารายใหม่
 

     ยื่นขอเงินกู้เพื่อซื้อหรือซ่อมแซม เครื่องจักร/อาคารโรงงาน ที่ได้รับความเสียหาย

     • ระยะเวลา 5 ปี (Grace Period ไม่เกิน 1 ปี)

     • อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี ในปีแรก

     • ยื่นขอสินเชื่อภายในเดือนกันยายน 2562 
 
 
ไทยพาณิชย์ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในพื้นที่ประสบภัยจากพายุปาบึก
 

     ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกมาตรการพิเศษบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและคลายความกังวลใจ โดยมีรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือลูกค้าดังนี้  
 

     ลูกค้าบุคคล ได้แก่ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ และสินเชื่อส่วนบุคคล พิจารณามอบความช่วยเหลือ ได้แก่ 1) พักชำระหนี้เป็นเวลาสูงสุด 3 เดือน สำหรับลูกค้าสินเชื่อทุกประเภทดังกล่าวข้างต้น   2) ลดดอกเบี้ยหรือเบี้ยปรับช่วงพักชำระหนี้สูงสุด 50-100% แล้วแต่ประเภทของสินเชื่อ 3) ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระสำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคล 2 เดือน ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ 3 เดือน และสำหรับลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสูงสุดไม่เกิน 5 ปี
 

     ลูกค้าธุรกิจรายย่อย (SSME) ธนาคารได้ออกมาตรการพิเศษเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้ 1) พักชำระหนี้เป็นเวลาสูงสุด 3 เดือน   2) ลดดอกเบี้ยช่วงพักชำระหนี้สูงสุด 100%   3) ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี
 

     ลูกค้าธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ธนาคารมอบความช่วยเหลือให้ทั้งผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางตรง คือ สถานประกอบการตั้งอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยและทรัพย์สินของกิจการได้รับความเสียหาย และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม คือ สถานประกอบการตั้งอยู่นอกพื้นที่ แต่มีคู่ค้าอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยส่งผลให้ธุรกิจของลูกค้าไม่สามารถดำเนินการตามปกติได้ ธนาคารจะให้ความช่วยเหลือผ่าน 5 มาตรการหลัก ได้แก่ 1) พักชำระเงินต้น (Grace Period) สูงสุดนาน 6 เดือน  2) พักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ไม่เกิน 3 เดือน  3) ยกเว้นการเรียกเก็บดอกเบี้ยผิดนัดชำระ (คิดอัตราดอกเบี้ยปกติ) สำหรับการผิดนัดชำระ ไม่เกิน 30 วัน  4) เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว สูงสุด 20 %ของวงเงิน Working Capital เดิมและไม่เกิน 10 ลบ.  5) วงเงินกู้สำหรับปรับปรุง ซ่อมแซมหรือซื้อทดแทนทรัพย์สินของกิจการที่เสียหายสูงสุด   20% ของวงเงินรวมเดิม สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท ผ่อนชำระนานสูงสุด 7 ปี   
 

     สำหรับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารฯ พร้อมจะให้ความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ อย่างเต็มที่ ซึ่งพิจารณาตามผลกระทบที่เกิดขึ้นของลูกค้าแต่ละราย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าอย่างทันท่วงที โดยลูกค้าสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าของธนาคารฯ
    

     สำหรับความช่วยเหลือเพื่อร่วมบรรเทาทุกข์ให้กับผู้เดือดร้อน เพื่อเป็นการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ในเบื้องต้นธนาคารฯ ได้เชิญชวนพนักงานร่วมเป็นอาสาสมัครจัดถุงยังชีพประทานของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จำนวน 5,800ชุด และจัดเตรียมถุงยังชีพเพิ่มเติมอีกจำนวน 2,000 ถุง เพื่อส่งมอบแก่กองทัพอากาศ กองทัพเรือ และกองทัพบก เพื่อเตรียมไปใช้บรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนภาคใต้ที่ประสบภัย ต่อไป             
 

     นอกจากนี้ธนาคารได้เชิญชวนคนไทยร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือ ผ่านทางบัญชีเดินสะพัด ชื่อบัญชี “มูลนิธิสยามกัมมาจล-ไทยพาณิชย์ เพื่อผู้ประสบภัย” เลขที่บัญชี 111-3-90911-5 สาขารัชโยธิน สามารถบริจาคได้ที่สาขา เครื่อง ATM และ SCB Easy
 

กสิกรไทย ส่งมาตรการด่วน! ช่วยชาวใต้ฝ่าพิษปาบึก 
 

     ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าของธนาคารที่อาศัยหรือดำเนินธุรกิจอยู่ในพื้นที่จังหวัดดังกล่าว รวมถึงคู่ค้าของลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าให้สามารถฟื้นตัวได้เร็วและดำเนินธุรกิจต่อไปได้
           

     มาตรการการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ประกอบด้วย มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ  ด้วยการพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน และธนาคารพร้อมสนับสนุนวงเงินเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการ หรือฟื้นฟูกิจการ โดยพักชำระเงินต้นนานสูงสุด6 เดือน ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี  
           

     มาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด คือ พักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน และสำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยธนาคารพร้อมสนับสนุนวงเงินกู้ใหม่เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน นอกจากนี้ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารช่วยลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน รวมถึงการยกเว้นค่าธรรมเนียมและเบี้ยปรับล่าช้า


     ลูกค้าของธนาคารที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ สามารถติดต่อขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ที่ K-Contact  Center 02 888 8888 ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2562


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร